"กระดาษแผ่นนี้ระบุชัดเจนว่า พินัยกรรมฉบับเดิมของตาเที่ยงเป็นโมฆะ... ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจโดยชอบธรรม ผมจึงต้องขอให้คุณรินรดาและสามี ย้ายออกจากไร่ปลายตะวันแห่งนี้ภายในเจ็ดวันครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่น่ารำคาญใจของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทายับยู่ยี่ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหอมกรุ่นของอาหารตรงหน้าลงอย่างสิ้นเชิง
รินรดาชะครงมือที่กำลังถือตะหลิวไม้ไผ่ เธอยังไม่ได้หันกลับไปมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทันที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองควันร้อนๆ ที่ลอยขึ้นมาจากกระทะเหล็กหล่อ ซึ่งกำลังผัดสมุนไพรป่ากับเนื้อหมูคุโรบูตะจากมิติพิเศษ กลิ่นหอมของพริกไทยอ่อนและใบยี่หร่าตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเปิดโล่ง
เธอกำลังสนุกกับการสร้างสรรค์เมนู "หมูผัดพริกไทยดำสมุนไพรไร่ปลายตะวัน" เพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ที่ไม่ค่อยจะสงบสุขนัก... และดูเหมือนว่าแขกเหรื่อจะไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย
"ทนายหรือครับ? หน้าตาเหมือนคนรับจ้างเซ็นเอกสารตามศาลแขวงมากกว่านะคุณ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมห้อง พันตรีธนายืนกอดอกพิงเสาไม้สักด้วยท่าทีผ่อนคลาย สายตาคมกราบกวาดมองเอกสารในมือของชายแปลกหน้าด้วยรอยเหยียดหยันที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง
"นี่คุณ! พูดจาให้เกียรติวิชาชีพผมด้วย ผมมีใบอนุญาตถูกต้อง!" ทนายปลอมหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงเชิดหน้าพยายามรักษาฟอร์ม
ในขณะเดียวกัน ป้าสมร หญิงวัยทองร่างท้วมที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่งเสียงแค่นในลำคอด้วยความสะใจ แกสวมสร้อยทองเส้นโตที่ดูเหมือนเพิ่งไปไถ่มาจากโรงจำนำเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ดวงตาตี่เล็กกวาดมองไปรอบไร่ด้วยความโลภที่ฉาบอยู่เต็มใบหน้า
"หึ! ทำเป็นปากดีไปเถอะนะนังรินรดา แกคิดว่าแต่งงานกับนายทหารยศแค่นี้แล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเหรอ? ที่ดินตรงนี้ตาเที่ยงเคยปากเปล่าสัญญาว่าจะยกให้ฉันตั้งแต่แกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เอกสารในมือทนายสมชายคือหลักฐานว่าพวกแกมันแค่คนอาศัย!" ป้าสมรเท้าสะเอวแหวเสียงแหลมสูง ขัดจังหวะการทำอาหารของรินรดาอย่างจงใจ
รินรดาถอนหายใจเบาๆ เธอยกกระทะออกจากเตาถ่านอย่างใจEyen ช้าๆ วางลงบนโต๊ะไม้ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่จอมละโมบ รอยยิ้มหวานหยดแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปาก แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ป้าสมรครับ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำได้ว่าเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ป้าเอาโฉนดแปลงนี้ไปจำนองนอกระบบแล้วโดนเจ้าหนี้ตามทวงหนี้หัวซุกหัวซุน ใครกันนะที่ควักเงินก้อนสุดท้ายช่วยไถ่ถอนออกมาให้? อ้อ... น่าจะเป็นตาเที่ยงผู้ล่วงลับที่ป้าเพิ่งจะมาอ้างสิทธิ์นี่แหละครับ หรือความจำของป้าเริ่มเสื่อมตามอายุขัย จนลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเซ็นสัญญา "สละสิทธิ์มรดก" ต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านไว้ด้วย?"
ใบหน้าที่กำลังยิ้มเยาะของป้าสมรแข็งค้างทันที สีหน้าเปลี่ยนจากสีแดงก่ำเป็นซีดเผือดในพริบตา แกอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ
"แก... นังเด็กอกตัญญู! นั่นมันเรื่องอดีต!" ป้าสมรแว้ดขึ้นกลบเกลื่อนความผิดปกติ
"อดีตเหรอครับ?" พันตรีธนาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองแต่แผ่รังสีคุกคามแบบทหารอาชีพ ทำให้ทนายสมชายถึงกับผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ นายทหารหนุ่มหยิบแท็บเล็ตเครื่องหรูขึ้นมาเปิดเอกสารฉบับหนึ่งด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะหมุนหน้าจอให้ทนายจอมปลอมดูชัดๆ "นี่คือสำเนาสัญญาฉบับจริงที่มีลายมือชื่อและพยานครบถ้วน ส่วนเอกสารในมือคุณทนาย... น่าจะซื้อมาจากร้านทำตรายางแถวตลาดสดสินะครับ? ลายเซ็นตาเที่ยงในกระดาษแผ่นนั้น เป็นหมึกปากกาเจลรุ่นใหม่ที่เพิ่งวางตลาดปีนี้เอง แต่ตาเที่ยงเสียชีวิตไปตั้งแต่สองปีก่อน... น่าสนใจดีไหมครับว่าวิญญาณท่านกลับชาติมาเซ็นเอกสารให้คุณได้ยังไง?"
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทนายสมชายหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาหันไปถลึงมองป้าสมรด้วยความโกรธทันทีที่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกลากมาติดร่างแหคดีอาญาปลอมแปลงเอกสารราชการ
"เอ่อ... คือว่าผม... ผมแค่รับจ้างมา..." ทนายปลอมละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ
"ไม่ต้องอธิบายตรงนี้หريكหรอกครับ เก็บไว้พูดกับร้อยเวรที่สถานีตำรวจจะดีกว่านะ" ธนายิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกอย่างไร้ความปรานี "ผู้กองครับ รบกวนส่งสายตรวจมาที่ไร่ปลายตะวันหน่อยครับ พอดีเรามีแขกไม่ได้รับเชิญพยายามบุกรุกและใช้เอกสารปลอมฉ้อโกงทรัพย์สิน..."
"อย่านะ! แกอย่าทำอะไรฉันนะ!" ป้าสมรเริ่มสติแตก แกโวยวายพยายามจะพุ่งเข้ามาปัดโทรศัพท์ในมือของธนา แต่รินรดากลับไวรัสยิ่งกว่า หญิงสาวตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเข้มข้นจากหม้อข้างๆ สาดลงบนพื้นดินเฉียดปลายเท้าป้าสมรไปเพียงนิดเดียว พร้อมกับกลิ่นหอมของพริกไทยและกระเทเจียวที่พวยพุ่งขึ้นมาขู่ขวัญ
"ถ้าป้ายังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว น้ำซุปเดือดๆ หม้อนี้อาจจะไม่ได้รดอยู่แค่พื้นดินหรอกนะครับป้า" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาดุดันราวกับเชฟใหญ่ผู้ควบคุมห้องครัวที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคนได้ทุกเมื่อ
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงรถกระบะสีดำคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูไร่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราแปลกหน้าคนเดิมจากเมื่อวาน ที่ก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับ เขาไม่ได้สนใจความวุ่นวายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับวางห่อผ้าใบใหญ่วางลงตรงหน้ารินรดา
"แม่สาวรินรดา... ของที่เธอสั่ง ได้มาครบแล้วนะ" ชายชราเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะค่อยๆ เปิดผ้าใบออกเผยให้เห็นวัตถุดิบปริศนาที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ตำรวจที่เพิ่งมาถึงยังต้องชะงักฝีเท้า
รินรดาก้มมองวัตถุดิบนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที เธอกำลังจะได้ใช้ของสิ่งนี้จัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกตัวถ่วงชีวิต... แต่ก่อนที่เธอจะได้ลงมือ จู่ๆ ประตูรั้วด้านหลังไร่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคารพ พร้อมกับร่างของแม่สามีจอมบงการที่ยืนเท้าสะเอวตะโกนเสียงแหลมเข้ามากลางวง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" มา ณ ที่นี้นะครับ
เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 2
ผู้บุกรุกหน้าหนา
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!