“จะเซ้งร้านหรือจะขายทิ้ง ก็เรื่องของคุณรินรดาเถอะครับ แต่บอกไว้ก่อนว่า ‘ไร่ปลายตะวัน’ ที่อำเภอนั้น ตอนนี้พวกผมดูแลจัดการกันจนออกดอกออกผลแล้ว ถ้าคุณจะกลับไปมือเปล่าแล้วหวังจะมาแบ่งเค้กชิ้นโต คงต้องถามพวกผมในฐานะญาติผู้พี่เสียก่อนว่าอนุญาตหรือยัง!”
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยาะหยันของ ‘อรรถ’ ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบดังทะลุโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมา จนรินรดาต้องดึงมันออกห่างจากใบหูเล็กน้อย หญิงสาวแค่นเสียง “หึ” ในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธแต่นิ่งสงบ เธอกดเปิดสปีกเกอร์โฟนวางไว้บนโต๊ะทำงานสเตนเลสสตีลในครัวกลางของร้านอาหารชื่อดังที่เธอกำลังจะเซ้งต่อให้คนอื่น
อดีตเชฟใหญ่ผู้กวาดรางวัลมาแล้วเวทีต่อเวทีอย่างเธอ มีหรือจะยอมให้ไอ้ญาติหน้าเลือดกลุ่มนี้มาขูดรีดหยาดเหงื่อแรงกายที่ปู่ของเธอสร้างไว้
“พูดได้ดีนี่พี่อรรถ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังจนปลายสายชะงัก “แต่ถ้าจำไม่ผิด โฉนดที่ดินตัวจริงร้อยไร่นั่น อยู่ในตู้เซฟที่ฉันถือรหัสผ่านคนเดียวไม่ใช่เหรอครับ? อ้อ ไม่สิ... หรือว่าสามปีที่ฉันไปก้มหน้าก้มตาทำอาหารอยู่ในเมืองหลวง จนพวกพี่คิดว่าฉันตายไปแล้ว เลยพากันเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ทำตัวเป็นเจ้าของตัวจริงเสียงจริงกันไปแล้วล่ะ?”
“รินรดา! อย่ามาปากดีนะ!” เสียงปลายสายร้อนรนขึ้นมาทันทีเมื่อถูกจี้ใจดำ “ที่ดินนั่นปล่อยทิ้งไว้รก้างเปล่าๆ ปลี้ๆ พวกฉันช่วยพัฒนาจนมันกลายเป็นแปลงเกษตรทำเงินมหาศาลแล้ว ถ้าเธออยากได้คืน ก็ต้องจ่ายค่าเสียเวลาและค่าบำรุงรักษามาสิฟะ สักสามล้านบาทเป็นไง! ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าไม่เตือนว่าอย่าหวังจะได้เหยียบผืนดินนั้นแม้แต่ก้าวเดียว!”
สามล้านบาท? ช่างกล้าขอเสียนี่กระไร!
รินรดาคลี่ยิ้มเย็นชาที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะสเตนเลสเป็นจังหวะช้าๆ “สามล้านบาทเอาไปซื้อกระดาษทิชชูเช็ดน้ำตาตัวเองเถอะครับพี่อรรถ เก็บแรงไว้ไปเคลียร์กับทหารของฉันที่กำลังจะเดินทางไปถึงไร่ก่อนดีกว่านะ... อ้อ เผื่อพี่ลืม สามีฉันเป็นใคร ลองไปถามชาวบ้านแถบนั้นดูเอาเองก็แล้วกันว่า ‘พันตรีธนา’ มือปราบแห่งค่ายปืนใหญ่ เขาเกลียดพวกปล้นทรัพย์ชาวบ้านเข้าไส้ขนาดไหน”
ติ๊ด!
รินรดากดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ไม่เปิดโอกาสให้ญาติจอมโลภได้โวยวายต่อ เธอถอนหายใจยาวเหยียด ปลดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทออก พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ชีวิตในเมืองกรุงที่ต้องวิ่งวุ่นแข่งกับเวลา ใต้แสงไฟนีออนเย็นเฉียบและแรงกดดันจากหุ้นส่วนหน้าเลือด จบลงแค่นี้แหละครับ ต่อไปนี้คือเวลาของการทิ้งมีดเชฟมาจับจอบ ลุยทำไร่ ปลูกผัก และสั่งสอนพวกเหลือบไรให้รู้สำนึกกันเสียที!
รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันโตสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดขึ้นสนิมของ ‘ไร่ปลายตะวัน’ บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นไอของดินชื้นหลังฝนตก รินรดาก้าวลงจากรถ สูดหายใจเข้าลึก1ปอดเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่ไร้ควันพิษจากท่อไอเสีย แม้สภาพไร่เบื้องหน้าจะดูรกเรื้อด้วยวัชพืชไปบ้างตามกาลเวลา แต่โครงสร้างเดิมของมันยังคงความงดงามและมีเสน่ห์ในแบบที่เธอโหยหามาตลอดหลายปี
หมับ!
มือหนาอุ่นจัดของใครบางคนวางลงบนลาดไหล่บอบบางอย่างแผ่วเบา รินรดาหันกลับไปมอง พบกับใบหน้าคมคายของสามีหนุ่ม ‘พันตรีธนา’ ชายหนุ่มในชุดลำลองทะมัดทะแมง ดวงตาคมกราบกวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของนายทหาร ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“เหนื่อยไหมครับคนดี? ถ้าไม่ไหว... ผมจัดการเอง”
“ใครบอกว่าผมไม่ไหวกันล่ะคุณธนา” รินรดาหันไปยิ้มกริ่ม ดวงตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย “คุณก็รู้ว่าผมมือหนักแค่ไหน โดยเฉพาะเวลาที่ต้องจัดการกับพวก ‘หมาป่า’ ที่แต่งตัวเป็นแกะ”
ธนาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอ็นดู สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงอิทธิพลคนนี้ พร้อมเสมอที่จะกางปีกปกป้องภรรยา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม เขากำลังจะก้าวเท้าช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางใบคู่ใจลงจากรถ ทว่าพลันมีเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงโวยวายดังลั่นมาจากแปลงผักฝั่งทิศตะวันออก
“เฮ้ย! ใครวะ! บังហานะ เข้ามาบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลของตระกูลเราได้ยังไงวะเนี่ย!”
ร่างท้วมของ ‘ป้าสมร’ ญาติผู้พี่ฝั่งพ่อผู้มีศักดิ์เป็นป้า สะบัดผ้าขาวม้าพาดบ่าเดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมกับจอบในมือ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา หล่อนจ้องมองรินรดาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “อ้าว! นึกว่าใคร ที่แท้ก็หลานสาวตัวดีที่หนีตามผู้ชายไปเสวยสุขในเมืองนี่เอง โผล่หัวกลับมาทำไม ถึงเวลาแบ่งมรดกแล้วเหรอ ฝันไปเถอะนังริน! ที่นี่ตอนนี้เป็นของฉันกับลูกอรรถแล้ว!”
รินรดาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ โดยมีร่างสูงใหญ่ของธนาเดินประกบเคียงข้างราวกับเงาตามตัว รังสีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนป้าสมรถึงกับชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ
“อ้าว ป้าสมร... สบายดีไหมครับ?” รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่สายตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง “เห็นป้าดูแลที่ดินแทนผมตั้งนาน จนเกือบจะลืมไปแล้วมั้งครับว่าโฉนดตัวจริงน่ะ... ชื่อของใคร?”
ป้าสมรหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา แต่ยังคงเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง “โฉนดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง! รู้แต่ว่าพวกฉันลงแรงถากถาง ปลูกพืชผลพวกนี้มาเป็นปีๆ จะมาฮุบเอาดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้นะเว้ย รินรดา เธอไม่มีสิทธิ์!”
“ไม่มีสิทธิ์เหรอครับ?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะ ธนาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่บังร่างภรรยาไว้มิดชิด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองป้าสมรและจอบในมือด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ยื่นไปตรงหน้าหล่อนช้าๆ
“นี่คือสำเนาโฉนดที่ดินตัวจริง และนี่คือหมายศาลข้อหาบุกรุกและแอบอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินผู้อื่น... ส่วนไอ้แปลงผักที่ป้าคุยนักคุยหนาว่าลงแรงไปเนี่ย...”
ธนามุมปากกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาคมกวาดมองผืนดินตรงหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาป้าสมรหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
“เดี๋ยวผมจะให้คนมาไถทิ้งทำปุ๋ยใหม่ทั้งหมด... เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยครับ”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด ป้าสมรอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำหน้าซีดเผือกราวกับคนใกล้ตาย แต่ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะได้ปะทุเดือดไปมากกว่านั้น เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกขนาดเล็กก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของรถกระบะเก่าคร่ำครครึ่งคันที่ขับพุ่งเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านไม้หลังเก่าในไร่
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก เผยให้เห็นชายชราท่าทางน่าเกรงขามคนหนึ่ง ก้าวลงมาพร้อมกับตะกร้าสานไม้ไผ่ใบใหญ่ในมือ กลิ่นหอมอบอวลแปลกประหลาดบางอย่างโชยแตะจมูกของรินรดาและทุกคนในบริเวณนั้นทันที เป็นกลิ่นหอมของสมุนไพรป่าผสมเครื่องเทศสูตรโบราณ ที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งหุบเขาปลายตะวันราวกับมีใครจงใจจุดกำยานต้อนรับการกลับมาของพวกเขา
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ กลิ่นนี้... มันคือกลิ่นของ ‘พริกไทยดำป่ามิติที่หนึ่ง’ วัตถุดิบในตำนานที่เธอเคยอ่านเจอในตำราสมุนไพรโบราณของปู่ แต่มันไม่มีทางหาได้ง่ายๆ ในโลกปัจจุบันแน่นอน!
ชายชราแปลกหน้าหันมาสบตากับรินรดา รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากเหี่ยวย่น ก่อนที่เขาจะเปิดผ้าขาวบางที่คลุมตะกร้าออก เผยให้เห็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญที่กำลังส่งเสียงฉ่า... พร้อมกับควันร้อนๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาสะกดทุกสายตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางบทแรกไปพร้อมกับความเดือดระอุครั้งนี้นะครับ
เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน•ตอนที่ 1
ทิ้งมีดเชฟมาจับจอบ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายบวกกับคุณทหารสายเปย์ในไร่ปลายตะวัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!