ควอนตัมฟิสิกส์กับนายกวนประสาทและผมที่อยากจะกรี๊ด•ตอนที่ 5

ทำไมท้องฟ้าถึงสีฟ้า? คำถามที่ตอบยากกว่าสมการ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"ถ้าคุณอคินยังทำหน้าเหมือนอมยักษ์วัดแจ้งแบบนั้น ผมจะฟ้องเด็กประถมสามว่านักฟิสิกส์รางวัลโนเบลหน้าตาเหมือนคนท้องผูกสามวันนะครับ" เสียงหัวเราะคิกคักพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของปูนปั้นลอยมาแตะจมูก ก่อนที่แฟ้มเอกสารสีพาสเทลลายการ์ตูนไดโนเสาร์จะถูกโยกมาวางตรงหน้าผม บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษโน๊ตสูตรควอนตัมยุ่งเหยิง ผมถอนหายใจยาวเหยียดจนแว่นสายตาเกือบหลุดจากดั้ง เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีครีมที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาห้องทำงานของผมอย่างสบายใจเฉิบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปูนปั้นถือวิสาสะบุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของสถาบันวิจัย แต่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ผมจำไม่ได้ เพราะตั้งแต่เจ้าเด็กนี่เข้ามาวนเวียนในชีวิต ชีวิตประจำวันอันแสนสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อยของ ดร.อคิน ก็พังไม่เป็นท่า "ผมบอกคุณเป็นรอบที่ร้อยแล้วนะปูนปั้น ว่าผมเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ไม่ใช่ตัวตลกในงานวันเด็ก แล้วไอ้ชื่อประหลาดที่ส่งเข้ามาในหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผมเมื่อคืนนี้..." ผมชะงักคำพูดไว้แค่นั้น นิ้วเรียวที่กำลังจะเคาะโต๊ะด้วยความหงุดหงิดพลันหยุดชะงัก เมื่อนึกถึงชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเมื่อคืน—*พิมพ์ดาว*—ชื่อที่ผมพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมศพแห่งความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน ปูนปั้นหุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่เจ้าตัวจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาทะเล้นเหมือนเดิมในเวลาไม่ถึงวินาที "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับคุณอคิน ตอนนี้เด็กๆ ป.3/2 จากโรงเรียนวัดประชารังสฤษฏ์กำลังนั่งรอ 'พี่อคนิคนคนหล่อ' ไปเลคเชอร์เรื่องฟิสิกส์ให้ฟังอยู่ที่หอประชุมใหญ่โน่นแล้ว และผม... ในฐานะผู้จัดการส่วนตัวจำเป็น (ที่สถาปัญญาแต่งตั้งเอง) ได้รับปากคุณครูเขาไว้แล้วด้วยว่า ดร.อคินสุดหล่อจะไปไขความลับจักรวาลให้เด็กๆ ฟังแบบเข้าใจง่ายในสามนาที!" "สามนาที?" ผมแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง "ฟิสิกส์ควอนตัมและกลศาสตร์สถิตเนี่ยนะจะให้สรุปในสามนาที? ให้ผมไปอธิบายทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปให้อัลเบิร์ต ไอน์ฟังยังง่ายกว่าเลยมั้งครับ!" "โถ่ คุณอคินอ่า..." ปูนปั้นลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาอยู่ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยมาปะทะจมูกจนผมต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ "เด็กๆ เขาไม่ได้อยากฟังสมการหยุกหยิกอะไรพวกนั้นหรอกครับ เขาแค่อยากรู้ว่า... *ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นสีฟ้า?* แค่นี้เอง คำถามเด็กๆ อนุบาลแต่ตอบยากกว่าสมการชเรอดิงเงอร์ของคุณอีกนะจะบอกให้" ผมมองค้อนใส่เจ้าตัวแสบที่ทำหน้าลอยชาย แต่ในใจกลับยอมรับเงียบๆ ว่า คำถามนั้น... เป็นคำถามคลาสสิกที่ทรงพลังที่สุดข้อหนึ่งในทางฟิสิกส์ สิบนาทีต่อมา ผมจำใจต้องเดินตามหลังปูนปั้นเข้ามาในหอประชุมติดแอร์ที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวของเด็กนักเรียนประถมวัยราวๆ เก้าขวบ เสียงฝีเท้าวิ่งวนและเสียงหัวเราะใสๆ ดังก้องไปทั่ว แต่ทันทีที่ปูนปั้นยกมือขึ้นทำสัญญาณจุ๊ปาก พร้อมกับกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง เด็กๆ ทั้งห้องก็เงียบกริบแล้วหันมามองผมเป็นตาเดียวราวกับผมเป็นสัตว์ประหลาดจากต่างดาว "เด็กๆ ครับ นี่คือ ดร.อคิน นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่จะมาไขปริศนาว่าทำไมเวลาเราแหงนมองฟ้าทีไร ถึงเห็นมันเป็นสีฟ้าสวยงาม ไม่ใช่สีเขียวอึอัดเหมือนเสื้อที่พี่ปูนปั้นใส่ในวันนี้" เด็กชายตัวอ้วนกลมแถวหน้ายกมือขึ้นพรวดพราด "ผมรู้ๆ เพราะฟ้ามันรักสีฟ้าครับ!" เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นทั้งห้อง ผมกระแอมเบาๆ ดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย แล้วก้าวขึ้นไปยืนหน้ากระดานไวท์บอร์ด ความประหม่าที่เคยมีต่อกล้องโทรทัศน์หรือห้องประชุมสัมมนาระดับนานาชาติหายวับไปกับตา เมื่อเจอสายตากลมโตใสซื่อเป็นประกายของเด็กๆ เกือบสามสิบชีวิตที่มองมา "ไม่ใช่เพราะท้องฟ้ามีความรักหรอครับน้อง..." ผมเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำได้ "แต่เป็นเพราะแสงแดดจากดวงอาทิตย์ ที่พวกเรามองเห็นเป็นสีขาวนั้น แท้จริงแล้วมันเดินทางมาเป็นกองทัพสีรุ้ง... หรือที่ในทางวิทยาศาสตร์เราเรียกว่า 'สเปกตรัม' มีทั้งสีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน และม่วง" ผมหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมาวาดรูปดวงอาทิตย์กลมๆ บนกระดาน ตามด้วยเส้นตรงแทนลำแสง "แสงเหล่านี้เดินทางข้ามความว่างเปล่าของอวกาศมาด้วยความเร็วสูงมากจนน่าตกใจ... จนกระทั่งมันเดินทางมาถึงชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งเต็มไปด้วยโมเลกุลของก๊าซไนโตรเจนและออกซิเจนลอยเคว้งคว้างอยู่เต็มไปหมด" ผมหันไปมองเด็กๆ ที่กำลังตั้งใจฟังตาแป๋ว "จังหวะนั้นแหละครับที่เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า 'การกระเจิงของเรย์ลีย์' (Rayleigh Scattering)" ปูนปั้นที่ยืนพิงเสาอยู่มุมห้องทำปากมุบมิบเลียนแบบคำว่า 'การกระเจิงของเรย์ลีย์' พร้อมกับทำหน้าตาตลกๆ ล้อเลียนผม จนผมเกือบหลุดขำออกมากลางคัน แต่ต้องตีหน้าขรึมแล้วอธิบายต่อ "แสงที่มีความยาวคลื่นยาวๆ อย่างสีแดงและสีส้ม จะเดินทางทะลุทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศไปได้สบายๆ เหมือนรถสปอร์ตคันใหญ่ที่ขับผ่านลูกระนาดโดยไม่สะเทือน แต่เจ้าแสงสีฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นมากๆ... สั้นเสียจนมันซุ่มซ่ามไปชนเข้ากับโมเลกุลของก๊าซในชั้นบรรยากาศเข้าอย่างจัง" ผมหยุดเว้นจังหวะ เพื่อสร้างความตื่นเต้น "ผลลัพธ์คืออะไรทราบไหมครับ?" "มันแตกกระซ่านซานเซ็น!" เด็กหญิงผมเปียแถวสองตะโกนตอบเสียงดังปนเสียงหัวเราะ "ถูกต้องครับ!" ผมยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว "มันกระเจิงกระจายไปทุกทิศทุกทาง สะท้อนเข้าสู่ดวงตาของเราจากทุกมุมมองบนท้องฟ้า... ดังนั้น เวลาที่เราแหงนมองขึ้นไป สิ่งที่เราเห็นจึงไม่ใช่ตัวดวงอาทิตย์โดยตรง แต่เป็นแสงสีฟ้าที่กำลังกระเจิงเล่นสนุกอยู่เต็มท้องฟ้านั่นเองครับ" เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากเด็กๆ ดังขึ้น ท่ามกลางรอยยิ้มกว้างของปูนปั้นที่ส่งสัญญาณนิ้วโป้งเยี่ยมยอดมาให้จากด้านหลังห้อง แต่ในขณะที่ผมกำลังจะโค้งตัวขอบคุณเด็กๆ และเตรียมตัวเดินลงจากเวทีเพื่อไปจัดการกับเจ้าตัวแสบ สายตาของผมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าหอประชุม ผู้หญิงในชุดสูทสีเข้มเรียบร้อย เรือนผมยาวสลวยที่ถูกรวบไว้อย่างประณีต และดวงตากลมโตคู่เดิมที่ผมจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปนานถึงห้าปี หัวใจของผมกระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา *พิมพ์ดาว* ยืนยันรอยยิ้มจางๆ อยู่ที่กรอบประตู สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่เด็กๆ แต่มองตรงมาที่ผม... และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของผมก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตใหม่ *[ข้อความจาก: พิมพ์ดาว]* *“ดีใจจังนะคิน ที่คุณยังอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้เก่งเหมือนเดิม... หวังว่าจะยังจำเรื่องที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อห้าปีก่อนได้นะ”* ผมยืนแข็งทื่ออยู่กลางเวที ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ้าวของเด็กๆ ที่เริ่มทยอยลุกขึ้นยืน เสียงหัวเราะของปูนปั้นที่ดังแว่วมาไกลๆ กลายเป็นเสียงอื้ออึงในหัว ขณะที่สายตากับความรู้สึกทั้งหมดถูกตรึงไว้กับร่างของผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูหอประชุม พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันเก่าเลยแม้แต่น้อย ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับของจักรวาลและหัวใจดวงน้อยๆ ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ควอนตัมฟิสิกส์กับนายกวนประสาทและผมที่อยากจะกรี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%