“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะมื้อค่ำสุดสวีทของคุณสองคนหรือเปล่าคะ?”
น้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำเอารณกรถึงกับหน้าถอดสีเมื่อหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปของ ‘พิม’ ทนายความสาวมือฉกาจและอดีตคู่หมั้นของอคินยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องอาหารส่วน
บรรยากาศที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความโรแมนติกของสเต็กเนื้อชั้นดีและไวน์แดงรสเลิศพลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก รณกรขยับตัวลุกขึ้นยืนบังจานอาหารกึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะยังเก่งกล้าสามารถเหมือนเคยก็เถอะ
“ถ้าคุณรู้ตัวว่ากำลังเป็นส่วนเกิน แล้วจะเสนอหน้าเข้ามาทำไมล่ะคะคุณทนาย” รณกรลอยหน้าลอยตาเอ่ยสวนกลับทันควัน พรางยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่าย “หรือว่าคดีในมือมันว่างงานมากจนต้องมาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านเขา”
พิมไม่ได้สนใจรณกร เธอปรายตามองนักสืบหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะเบนสายตาเลยผ่านไหล่บางไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงผู้เป็นเจ้าของสถานที่ อคินยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าหากสังเกตให้ดี... รณกรที่คอยลอบมองเชฟหนุ่มอยู่ตลอดเวลา กลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
สันจاوโด่งของอคินเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาทั้งที่ห้องนี้เปิดแอร์เย็นฉ่ำ นิ้วเรียวยาวที่เคยจับมีดแล่เนื้อได้อย่างมั่นคง กลับกำลังสั่นระริกจนต้องกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะอาหาร ดวงตาคมกริบที่มักจะมองใครด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองเสมอ บัดนี้กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินยามที่ต้องสบตากับหญิงสาวผู้มาเยือน
*อาการแบบนี้... มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ* รณกรขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกร้อนรนตีรวนขึ้นมาในอกเมื่อเห็นสันกรามของอคินขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ลมหายใจของเชฟหนุ่มเริ่มติดขัดและถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและควบคุมทุกอย่างในครัวได้ดั่งใจนึกคนนั้น กำลังมีอาการ ‘ตื่นตระหนก’ อย่างรุนแรงยามที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้คนในระยะประชิดตัว
“อคินคะ... คุณยังจำฉันได้ใช่ไหม” พิมก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงของเธอทุ้มนุ่มราวกับกำลังกล่อมเด็ก แต่แฝงไว้ด้วยความกดดันมหาศาล “ห้าปีแล้วนะที่เราไม่ได้คุยกันต่อหน้าแบบนี้ ตั้งแต่วันที่เกิด ‘อุบัติเหตุ’ ครั้งนั้น... คุณยังฝันร้ายอยู่หรือเปล่าคะ?”
คำว่า ‘อุบัติเหตุ’ พุ่งชนโสตประสาทของรณกรเข้าอย่างจัง เขารู้มาจากประวัติคร่าวๆ ว่าอคินปลีกตัวมาใช้ชีวิตสันโดษหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจบางอย่าง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าปมในอดีตนั้นจะฝังรากลึกและส่งผลต่อสภาพจิตใจของชายหนุ่มรุนแรงขนาดนี้ เมื่อเห็นร่างสูงเริ่มพยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่ไหล่กลับเกร็งค้าง รณกรก็ทนยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ไหวอีกต่อไป
“พอได้แล้วค่ะคุณพิม!” รณกรก้าวพรวดเข้าไปยืนขวางกั้นระหว่างอคินกับอดีตคู่หมั้น สีหน้าและแววตาดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ถ้าอยากจะมาหาเรื่องหรือรำลึกความหลังอะไรบ้าๆ นั่น ก็เชิญไสหัวออกไปจากร้านนี้ซะ! ที่นี่ไม่ใช่ศาลยุติธรรม และคุณก็ไม่ใช่เจ้าหนี้ที่จะมาทวง องสาดิบๆ จากใครได้ตามอำเภอใจ!”
พิมชะงักไปนิดเมื่อเจอฤทธิ์เดชของนักสืบปากกล้า เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน “อุ๊ย แรงจังเลยนะคะ... เป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวหรือคนดูแลหัวใจกันแน่ ถึงได้ออกตัวปกป้องเขาออกนอกหน้าขนาดนี้ ระวังเถอะค่ะคุณรณกร... คนที่คุณกำลังปกป้องอยู่เนี่ย เขาไม่ได้ใสสะอาดและปลอดภัยอย่างที่คุณคิดหรอกนะ”
“ฉันจะคิดยังไงหรือเขากลวงโบ๋แค่ไหน มันก็เรื่องของฉันค่ะ!” รณกรตอกกลับเสียงกร้าว ไม่ยอมลดสายตาลงแม้แต่น้อย มือบางเอื้อมไปคว้าข้อมือของอคินที่วางอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาบีบไว้แน่นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและถ่ายทอดความมั่นใจให้ “และต่อให้เขาจะมีแผลเหวอะหวะแค่ไหนในอดีต มันก็ดีกว่าพวกชอบขุดคุ้ยเรื่องชาวบ้านเพื่อสนองนี้ดตัวเองอย่างคุณก็แล้วกัน!”
สัมผัสอุ่นจากมือของรณกรทำให้อคินสะดุ้งเล็กน้อย เชฟหนุ่มก้มลงมองมือของพวกเขาที่กุม 🔀 กันไว้แน่น ดวงตาที่เคยพร่ามัวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ กลับมาโฟกัสที่แผ่นหลังบางของคนตัวเล็กที่ยืนบังลมบังฝนให้เขาอยู่ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือของรณกรเปรียบเสมือนสมอเรือที่ช่วยดึงสติเขาให้หลุดพ้นจากหลุมดำแห่งความทรงจำอันมืดมิด
“กร...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อรณกรแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่อคินใช้น้ำเสียงสั่นเครือและยอมแสดงความเปราะบางออกมาให้เห็นต่อหน้าคนอื่น
รณกรหันกลับไปมองเพียงเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตฉายแววห่วงใยจนปิดไม่มิด “ไม่ต้องกลัวนะคะคิน... มีผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น”
ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจ ทำให้อคินรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกถูกกระแทกอย่างแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ขยายไปทั่วร่างจนความหนาเหน็บจากอดีตเริ่มจางหายไป เชฟหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเปลี่ยนเป็นประกายแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเขาตัดสินใจก้าวพ้นเงาของรณกรออกมาเผชิญหน้าด้วยตัวเอง
“ออกไปจากร้านของผมซะ พิม” อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังและเยือกเย็นจนผู้ฟังต้องขนลุก “และอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก”
พิมหรี่ตามองคนทั้งสองด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เธอยกมุมปากยิ้มหยันก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ “หึ... ปากดีขึ้นนี่คะอคิน สงสัยจะได้กำลังใจดีจาก ‘เด็กเลี้ยง’ คนนี้สินะคะ ไว้เราค่อยมาดูกันว่าคุณจะปกป้องเขาได้สักกี่น้ำ”
ทว่า ในจังหวะที่พิมกำลังจะหันหลังเดินกลับออกไป สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ตกอยู่ใต้โต๊ะใกล้กับขาเก้าอี้ของอคิน ด้วยความไวแสง มือเรียวของทนายความสาวก็พุ่งโฉบลงไปหยิบมันขึ้นมาทันทีโดยที่รณกรยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“อ้าว... นี่มันอะไรกันคะเนี่ย?” พิมคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกดู ดวงตาคมกวาดตามองข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ทว่าชัดเจนแจ่มแจ้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอคินด้วยแววตาสสมรู้ร่วมคิด
อคินหน้าถอดสีเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง ร่างสูงพุ่งพรวดเข้าไปหมายจะแย่งกระดาษแผ่นนั้นคืน ทว่าช้าไปเสียแล้ว เมื่อพิมชูมันขึ้นสูงแล้วอ่านข้อความข้างในออกเสียงให้ได้ยินกันทั่วทั้งห้องอาหาร
*“ระวังตัวไว้... คนใกล้ตัวคุณกำลังจะฆ่าคุณในเมนูถัดไป”*
สิ้นเสียงอ่านของพิม ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับกลับไปมองหน้าอคินที่ตอนนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาของเชฟหนุ่มสั่นระริกด้วยความตระหนกที่พุ่งทะยานยิ่งกว่าเดิมเมื่อความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้กำลังจะถูกกระชากออกมากลางแสงสว่าง!
ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
เมนูจานด่วนในพื้นที่ปิดตาย•ตอนที่ 5
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูจานด่วนในพื้นที่ปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!