กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยปะปนมากับกลิ่นอายฝนยามวิกาลยังไม่ทันจางหายดี อคินก็ตวัดมีดเชฟสเตนเลสสตีลลงบนเขียงไม้มะค่าเสียงดัง *‘ฉับ’* รุนแรงรา과ระบายอารมณ์ ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทขยับตัวด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงระดับความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบนิ่งคู่นั้นไม่ได้แม้แต่จะชายตามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญที่ถือวิสาสะก้าวเข้ามาหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้บาร์หนังแท้หน้าเคาน์เตอร์ครัวเปิด
"บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้มาเล่นๆ"
เสียงหวานหยดแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับที่รณกร—นักสืบเอกชนมาดกวนผู้สวมสูทสีเข้มยับยู่ยี่จากการลุยงานภาคสนาม—ถือวิสาสะหมุนแก้วไวน์เปล่าๆ บนเคาน์เตอร์เล่นแก้เบื่อ นัยน์ตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองไปทั่วครัวปิดตายที่ถูกล้อมด้วยกระจกนิรภัยหนาเตอะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของเชฟหนุ่มอัจฉริยะที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาหั่นแครอทเป็นลูกเต๋าขนาดเท่ากันเป๊ะราวกับใช้ไม้บรรทัดวัด
"ร้านยังไม่เปิด และต่อให้เปิดแล้ว ฉันก็ไม่มีนโยบายต้อนรับพวกนักสืบสมองนิ่มที่ชอบเอาศพเร่ขายมาแลกเศษอาหาร" อคินเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใยพอๆ กับอุณหภูมิในช่องแช่แข็ง เขาวางมีดลงกระทบเขียงเสียงดังสนั่น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้า มือเรียวยาวถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจAเย็น "เชิญออกไปทางเดิมค่ะ คุณรณกร ก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกยามวิกาล"
"อุ๊ย ใจร้ายจังเลยนะคะ เชฟคินคนเก่ง" รณกรหัวנסในลำคออย่างไม่ยี่หร่า ชายหนุ่มยกมือขึ้นยอมแพ้ปลอมๆ แต่รอยยิ้มมุมปากกลับกวนประสาทจนน่าหมั่นไส้ "จะไล่แขกวีไอพีที่ถือ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ของคดีฆาตกรรมกลางร้านอาหารหรูเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเนี่ยนะ แน่ใจเหรอคะว่าจะไม่เสียดายทีหลัง?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนจะลดฮวบลงจนติดลบ อคินนิ่งงันไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาสีเข้มวับวาวขึ้นด้วยประกายความระแวงระวัง ร่างสูงก้าวเท้าฉับๆ เข้าประชิดเคาน์เตอร์ โน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวเชฟหนุ่มปะทะเข้ากับนาสิกของนักสืบหนุ่มอย่างจัง
"คุณรู้อะไรมา?" อคินเค้นเสียงถาม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกรอบหน้าของรณกร แต่นักสืบตัวแสบกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด ซ้ำร้ายยังแกล้งเอียงคอมองด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ราวกับกำลังประเมินราคาเนื้อเกรดพรีเมียม
"อยากรู้เหรอคะ?" รณกรลอยหน้าลอยตาตอบ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน "ข้อแรก... ฉันหิวมาก และฝีมือคุณก็ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนคนต่อคิวกันข้ามเดือน ข้อสอง... ฉันอยากได้ที่พักพิงชั่วคราวหนีพวกเหยี่ยวข่าวที่กำลังตามกลิ่นเลือดมา ข้อแลกเปลี่ยนมีแค่นี้แหละค่ะเชฟ... แลกกับการไขปริศนาว่าทำไมศพนั้นถึงมาโผล่ที่หน้าร้านคุณพอดีเป๊ะ"
อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาพราวระยับของรณกรราวกับจะค้นหาความจริง มือหนากำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความคับแค้นใจ เขาเกลียดการถูกผูกมัด เกลียดความวุ่นวาย และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดไอ้บ้านี่ที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันสงบสุขของเขาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในเขตหวงห้าม
แต่ทว่า... ภาพกล้องวงจรปิดในหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาเตือนสติ ร่างไร้ลมหายใจที่ถูกทิ้งไว้พร้อมสัญลักษณ์ประหลาด มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเขาก็ไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมประสาทกับตำรวจหรือสื่อมวลชน
"ความสะอาด" อคินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างจำใจ "ถ้าคุณอยากกินข้าวฟรีและอยากซุกหัวนอนในพื้นที่ปิดตายของฉัน... คุณต้องทำความสะอาดห้องครัวนี้ทั้งหมด ตั้งแต่พื้น จานชาม ไปจนถึงเครื่องมือเตรียมอาหารทุกชิ้น ทุกซอกทุกมุม ห้ามมีคราบแม้แต่นิดเดียว เริ่มตั้งแต่วันนี้ และทุกๆ วันจนกว่าคดีบ้าๆ นี่จะจบ"
รณกรกะพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นตกอกตกใจจนต้องยกมือทาบอก "โอโห้ เชฟคินคะ นี่คุณจ้างนักสืบระดับประเทศหรือแรงงานต่างด้าวกันแน่เนี่ย? ให้ฉันจับปากกาไขคดี ไม่ใช่จับไม้กวาดถูพื้นนะคะ!"
"ถ้าไม่รับข้อนี้ ก็ไสหัวออกไปแล้วไปนอนหน้าร้านให้ตำรวจจับข้อหาผู้ต้องสงสัยซะ" อคินสวนกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงผละตัวออกห่างเตรียมจะหันหลังกลับไปจัดการกับวัตถุดิบในครัวต่อ "ฉันให้เวลาคิดสามวินาที..."
"โอเคๆ ยอมแพ้แล้วค่ะคุณชาย!" รณกรยกมือยอมแพ้ทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะนับเลขสาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้งเมื่อแผนการสำเร็จไปกว่าครึ่ง "ตกลงตามนี้ค่ะ! พรุ่งนี้เช้าฉันจะสวมวิญญาณแม่บ้านมือทองมาขัดพื้นให้เงาวับจนเห็นหน้าคุณเลย เชฟคนสวย... อ๊ะ! อย่าเพิ่งมองค้อนแบบนั้นสิคะ ฉันแค่ล้อเล่นเองน่า"
อคินตวัดสายตาดุๆ ส่งท้ายให้อย่างคาดโทษ ก่อนจะแค่น ‘หึ’ ออกมาเบาๆ ในลำคอแล้วเดินหายลับไปหลังประตูกระจกห้องครัวชั้นใน ปล่อยให้รณกรนั่งยิ้มกรุ่มกริ่มอยู่คนเดียวหน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกับความคิดในหัวที่เริ่มวางแผนขั้นต่อไป
ทว่า... ความเงียบสงบที่ควรจะกลับคืนมาในยามดึกกลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาทางประตูหน้าร้านที่ควรจะล็อกสนิท ตามมาด้วยเสียงทุบกระจกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนจงใจพังมันเข้ามา รณกรหุบยิ้มฉับพลัน นัยน์ตาสีสนิมเปลี่ยนเป็นคมกริบทันทีเมื่อเงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนกระจกใส พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
*“เปิดประตู! ตำรวจกองปราบ... พวกคุณกำลังซ่อน 'ฆาตกร' อีกคนไว้ข้างในนั้น!”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของพ่อเชฟหนุ่มกับนักสืบตัวแสบของเรานะคะ!
เมนูจานด่วนในพื้นที่ปิดตาย•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมนูจานด่วนในพื้นที่ปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!