หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 11

ตำนานที่เริ่มถูกเล่าขาน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เจ้า... ยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร" เสียงของเซวี่ยหลันสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบจนหยาดน้ำค้างบนใบหญ้ารอบข้างกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา มือของนางที่กุมด้ามกระบี่หิมะหยกแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าของมู่หรงเฟยที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า—ใบหน้าที่นางเคยจดจำด้วยความรักและโหยหาในอดีต—บัดนี้กลับดูเลือนรางราวกับภาพหลอนที่สร้างขึ้นจากปีศาจในใจ มู่หรงเฟยมิได้ตอบในทันที เขาเพียงขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แม้จะดูอบอุ่นดังเดิม ทว่าแฝงความนัยอันซับซ้อนยากหยั่งถึง นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นทอดมองนางด้วยความอาทรปนสมเพช ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหานางอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับจะสูบเอาลมหายใจไปจากห้วงอากาศ "ความตายหรือ? สำหรับคนอย่างข้า... มันเป็นเพียงคำนิยามที่คนอ่อนแอใช้ปลอบใจตนเองเท่านั้น" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่ากังวานในหัวใจของนาง "เซวี่ยหลัน เจ้ายังคงเป็นแม่ดอกไม้หิมะที่งดงามและเย็นชาเช่นเคย แต่สิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือ... มันหนักเกินกว่าที่ใจเจ้าจะแบกรับไหวแล้วมิใช่หรือ" "หุบปาก!" เซวี่ยหลันตวาด สายตาของนางวูบไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ "เจ้าทิ้งให้สำนักต้องมอดไหม้ ทิ้งให้ศิษย์น้องของข้าต้องสิ้นชีพกลางกองเพลิงเพียงลำพัง! เจ้าหายไปไหนในวันที่ข้าต้องการแสงสว่างมากที่สุด... มู่หรงเฟย!" "ข้าก็อยู่ตรงนั้น... มองดูเจ้าก้าวเข้าสู่วิถีมารด้วยความเจ็บปวดอย่างไรเล่า" เขาก้าวเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ออกจากตัวนาง "ข้ามิได้ทอดทิ้ง แต่ข้ากำลังรอ... รอวันที่เจ้าจะเข้าใจว่า 'ธรรมะ' ที่เจ้าปกป้องมาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วมันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดเจ้าไว้กับความพินาศของสำนักตนเอง" ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันด้วยความรู้สึกที่พัวพันยุ่งเหยิง ชื่อเสียงของ 'นางพญาเซียนหญิง' ที่สังหารเจ้าสำนักมารระดับกลางในหุบเขาหมอกกลับเริ่มแพร่สะพัดไปไกลทั่วยุทธภพ ข่าวลือปากต่อปากทำให้นามของนางกลายเป็นทั้งความหวาดกลัวและความศรัทธา บ้างก็ว่าเป็นสตรีผู้บรรลุวิถีเซียนที่ไร้หัวใจ บ้างก็ว่าเป็นปีศาจจำแลงกายมาเพื่อชำระแค้นให้สำนักที่ล่มสลาย ที่โรงเตี๊ยมท้ายเมือง กลุ่มผู้ฝึกตนกำลังสนทนาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกเจ้าได้ยินหรือไม่? นางเซียนผู้นั้น... เพียงสะบัดชายแขนเสื้อ กระบี่นับพันก็พุ่งลงมาราวกับหิมะโปรย สังหารคนของเจ้าสำนักเทียนอี้จนสิ้นซาก!" "นางคือใครกันแน่? เหตุใดพลังปราณถึงได้รุนแรงและเย็นเยือกถึงเพียงนั้น?" ในเงามืดของมุมโรงเตี๊ยม ชายชราในชุดคลุมสีดำผู้หนึ่งแค่นหัวเราะพลางจิบสุรา "นางคือผู้ที่จะทำให้ยุทธภพต้องนองเลือดอีกครั้ง... 'ชิงเสวี่ยเหมันต์' นามนี้มิใช่แค่ชื่อ แต่มันคือคำพิพากษา" กลับมายังยอดเขาที่เซวี่ยหลันยืนอยู่ ความกดดันในอากาศเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อนางรับรู้ว่าความจริงที่นางไขว่คว้ามาตลอดอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น นางรวบรวมลมปราณเย็นเยียบไว้ที่ปลายกระบี่ ก่อนจะตวัดปลายคมเข้าหาลำคอของบุรุษตรงหน้าในเสี้ยววินาที "เจ้าไม่ใช่ศิษย์พี่ของข้าคนเดิม" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน "ศิษย์พี่ของข้าตายไปแล้วในวันนั้น เจ้าคือปีศาจที่สวมรอยใช้ความทรงจำของเขาเพื่อล่อลวงข้า!" มู่หรงเฟยไม่หลบหลีก เขายืนนิ่งยอมให้คมกระบี่บาดลงบนผิวหนังจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนหิมะขาวบริสุทธิ์ ดวงตาของเขายังคงจ้องมองนางด้วยความรักที่เจือปนความเศร้าโศก "หากข้าเป็นปีศาจ... แล้วเจ้าเล่า เซวี่ยหลัน? ในใจเจ้าตอนนี้มีความเป็นเซียนเหลืออยู่กี่ส่วนกัน?" ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ เสียงฟ้าร้องดังกัมปนาทราวกับจะฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาลจากยอดเขาที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักเทียนอี้ มู่หรงเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองไปทางทิศตะวันออกด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "พวกเขามาแล้ว... เจ้าสำนักเทียนอี้รู้ตัวแล้วว่าเจ้าอยู่ที่นี่" เซวี่ยหลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นประกายแสงสีทองพุ่งตรงมาจากสำนักเทียนอี้ มันคือค่ายกลสังหารที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ค่ายกลแปดทิศสยบมาร! หากนางตัดสินใจสังหารชายตรงหน้าตอนนี้ นางจะไม่มีเวลาหนีรอดจากค่ายกล แต่หากนางปล่อยเขาไป นางจะไม่มีทางได้รู้ความจริงที่นางฝังไว้ในใจมาเนิ่นนาน นางกัดฟันแน่น ตัดสินใจกระชากกระบี่ออก ก่อนจะคว้าข้อมือของมู่หรงเฟยแล้วลากเขาเข้าสู่ช่องว่างมิติที่นางเพิ่งสร้างขึ้น ทว่าในวินาทีที่ร่างของทั้งคู่กำลังจะเลือนหาย เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางสายฟ้าที่ฟาดลงมาเบื้องล่าง "นึกว่าหนีพ้นหรือ... เซวี่ยหลัน? เจ้ากับคนทรยศนั่นไม่มีทางออกไปจากเงื้อมมือข้าได้หรอก!" เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจและคุ้นเคยจนหัวใจของนางกระตุกวูบ มันคือเสียงของ 'เจ้าสำนักเทียนอี้' ผู้ที่สังหารอาจารย์ของนางด้วยมือของตนเอง และในชั่วพริบตาที่มิติเริ่มบิดเบี้ยว ร่างในชุดคลุมสีทองสง่างามก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือกลุ่มเมฆ พร้อมกับเงาของนักฆ่าลึกลับนับร้อยที่รายล้อมพวกเขาไว้จากทุกทิศทาง โดยหนึ่งในนักฆ่าเหล่านั้น... ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับหน้ากากที่ถอดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เซวี่ยหลันต้องหยุดลมหายใจลงทันที เพราะคนผู้นั้นคือ 'ศิษย์น้อง' ที่นางเข้าใจว่าตายไปนานนับปี! ชิงเสวี่ยเหมันต์หวังว่าทุกท่านจะยังคงร่วมเดินทางไปกับโชคชะตาอันโหดร้ายนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%