“ความตายที่ข้าสร้างขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ? เจ้าจะพูดให้สวยหรูไปถึงไหนกัน เซวี่ยหลัน”
เจ้าสำนักเทียนอี้แค่นหัวเราะ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้เต็มไปด้วยไอสังหารหนักอึ้ง เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่น แต่ดวงตาที่เคยดูเมตตาปรานีกลับแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเซียนผู้สูงส่ง
เซวี่ยหลันหยุดฝีเท้าลง หิมะที่โปรยปรายรอบกายเธอหาใช่สภาพอากาศตามธรรมชาติ หากแต่เป็นอาคมที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาที่วาวโรจน์ดั่งอัญมณีน้ำแข็ง “วันนั้น... ในหุบเขาหมอกมรณะ เจ้าบอกกับข้าว่าเจ้าจะช่วยเขา แต่ความจริงแล้ว มือของเจ้าต่างหากที่เป็นคนแทงทะลุหัวใจของศิษย์น้องข้า”
“เรื่องในอดีตนานมาแล้ว... เจ้ายังจำได้แม่นนักนะ” เทียนอี้ขยับยิ้มมุมปาก ก่อนจะชักกระบี่เทวะออกมา แสงสีทองจากคมกระบี่สะท้อนกับเปลือกตาของเซวี่ยหลัน ทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันแห่งความพินาศเมื่อสิบปีก่อน
***
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาหมอกมรณะ เสียงกรีดร้องของศิษย์สำนักหิมะโปรยยังคงก้องอยู่ในหูของเซวี่ยหลัน ในตอนนั้น เธอเป็นเพียงศิษย์พี่ที่อ่อนหัดและเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ในอ้อมกอดของเธอคือ 'จิ่นซี' ศิษย์น้องผู้เป็นดั่งดวงใจที่กำลังสิ้นลมหายใจ
“ศิษย์พี่... อย่า... อย่าร้องไห้” จิ่นซีเอ่ยเสียงแผ่ว เลือดสีสดไหลซึมจากรอยแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกทะลุไปถึงแผ่นหลัง “ท่านเจ้าสำนัก... เขาไม่ได้มาช่วยเรา... เขา...”
“เงียบก่อนจิ่นซี! ข้าจะพาเจ้าออกไป!” เซวี่ยหลันพยายามถ่ายทอดพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อยื้อชีวิต แต่ทุกครั้งที่เธอสัมผัสบาดแผล เธอจะสัมผัสได้ถึงไอพลังที่คุ้นเคย... ไอพลังของกระบี่เทวะ ที่เป็นของเจ้าสำนักเทียนอี้เพียงผู้เดียว
เธอยังจำภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านั้นได้ชัดเจน ท่ามกลางหมอกหนา เจ้าสำนักเทียนอี้ก้าวเข้ามาหาพวกเธอด้วยท่าทางร้อนรน แต่ในมือกลับกำกริชอาคมที่สลักลวดลายสำนักหิมะโปรยเอาไว้ เขาไม่ได้มาเพื่อปราบมาร เขามาเพื่อ 'กำจัดพยาน' ที่บังเอิญไปพบเห็นความลับเรื่องการลักลอบค้าสมุนไพรเซียนกับฝั่งมารฟ้า
“พวกเจ้าล่วงรู้ในสิ่งที่คนตายเท่านั้นที่ควรรู้” เทียนอี้ในวันนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพิพากษาฝูงมดปลวก
“ท่านเจ้าสำนัก! ท่านทำเช่นนี้ทำไม!” เซวี่ยหลันกรีดร้องขณะที่จิ่นซีผลักเธอออกไปรับคมกระบี่แทน
จิ่นซีมองมาที่เซวี่ยหลันด้วยสายตาเวทนา มือเรียวบางของศิษย์น้องคว้าแขนเสื้อของเซวี่ยหลันไว้แน่นก่อนจะสิ้นใจ “เขาต้องการวิชา... วิชาลับที่อยู่ในจิตวิญญาณของท่าน... พี่หญิง... หนีไป... อย่าให้เขาได้มันไป...”
ความเจ็บปวดในวันนั้นไม่ได้มาจากการถูกทรยศเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความรู้สึกที่ว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้ศิษย์น้องต้องตาย เธอเป็นเซียนที่โง่เขลาที่สุดที่มองไม่เห็นอสรพิษที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบกุศลมาตลอดหลายปี
***
กลับมาสู่ปัจจุบัน เซวี่ยหลันมองใบหน้าของเทียนอี้ด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งพันปี “เจ้าทำเพื่อคัมภีร์ลับนั่น เพื่ออำนาจที่เจ้าไม่มีวันเอื้อมถึงด้วยวิถีเซียนที่แปดเปื้อน”
“แล้วอย่างไรเล่า?” เทียนอี้หัวเราะลั่น “ในโลกนี้ไม่มีขาวหรือดำ มีเพียงผู้ชนะที่เขียนประวัติศาสตร์ กับผู้แพ้ที่กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านอย่างศิษย์น้องของเจ้า!”
มู่หรงเฟยที่ยืนหลบอยู่ในเงามืดมาตลอดกาลก้าวออกมาข้างหน้า ร่างสูงสง่าในชุดสีดำสนิทชวนให้ผู้คนเกรงขาม เขาสบตาเซวี่ยหลันเพียงครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปยังเทียนอี้ “ประวัติศาสตร์ที่เจ้าเขียนด้วยเลือดของผู้อื่น วันนี้ข้าจะเป็นคนขีดฆ่ามันทิ้งเสียเอง”
เทียนอี้หน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นมู่หรงเฟย “เจ้ามารร้าย... เจ้ายังไม่ตาย!”
“คนที่ควรตายคือเจ้า!” เซวี่ยหลันตวาดก้อง ปราณเย็นเยียบพุ่งทะลุทะลวงอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว รัศมีรอบกายเธอเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม ไอสังหารที่สะสมมานับสิบปีระเบิดออกมาจนลานศิลาแตกร้าว
ทว่า ในจังหวะที่เซวี่ยหลันกำลังจะเหวี่ยงกระบี่ลงมาหมายจะปลิดชีพศัตรู เสียงกระดิ่งที่คุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่า มันเป็นเสียงที่เธอจำได้แม่นยำ... เสียงกระดิ่งเงินที่จิ่นซีเคยผูกไว้ที่ข้อมือในวันสุดท้ายของชีวิต
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อมของพลังปราณที่กำลังปะทะกัน ใบหน้าของนางงดงามและเย็นชาเหมือนเซวี่ยหลันไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาสีหม่นของนางมองมาที่เซวี่ยหลันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“ศิษย์พี่... ท่านจะทำลายโลกใบนี้เพื่อล้างแค้นให้ข้าจริงๆ หรือ?”
เซวี่ยหลันชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่ไม่ใช่ภาพหลอน แต่นางคือจิ่นซี... ศิษย์น้องที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยลมหายใจที่ยังมีอยู่จริง และในมือของจิ่นซีนั้น... ไม่ใช่เครื่องรางนำโชค แต่มันคือตราประทับมารฟ้าที่แท้จริง!
ความหวังที่จะล้างแค้นพลันสลายกลายเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้ม หรือว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยโดยคนที่เธอรักที่สุด?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่สำคัญที่สุดของชะตากรรมนี้นะคะ
ชิงเสวี่ยเหมันต์
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 15
ความหลังที่เจ็บปวด
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!