"เจ้ายังกล้าเอ่ยคำว่าคุณธรรมอีกหรือ... เจ้าสำนักเทียนอี้?"
เสียงของเซวี่ยหลันราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผู้ที่ได้ยิน เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากมุมปากของนางเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับดอกเหมันต์ที่ถูกย้อมด้วยมลทิน นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาไร้ชื่อ ท่ามกลางซากปรักหักพังของค่ายกลที่พังทลายลงด้วยฝีมือของคนตรงหน้า
เจ้าสำนักเทียนอี้หัวเราะในลำคอ ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนยิ้มที่ดูใจดี ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวกับงูพิษที่รอจังหวะฉกกัด "คุณธรรมคือสิ่งที่ผู้ชนะกำหนดขึ้น เซวี่ยหลัน... เจ้าควรเข้าใจข้อนี้ตั้งแต่วันที่สูญเสียศิษย์น้องของเจ้าไปแล้ว มิใช่หรือ?"
คำว่า 'ศิษย์น้อง' เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในแผลเป็นใจ เซวี่ยหลันหลับตาลงชั่วขณะ ความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้พุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำป่า มู่หรงเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหลังนางขยับกายจะก้าวออกมา แต่เซวี่ยหลันกลับยกมือห้ามไว้ แววตาของนางเปลี่ยนไป—ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
"หากสวรรค์ไม่ให้ความยุติธรรม..." เซวี่ยหลันลืมตาขึ้น นัยน์ตาของนางไม่ได้เป็นสีดำสนิทอีกต่อไป แต่กลับเรืองรองด้วยแสงสีครามจัดดั่งธารน้ำแข็งพันปี "ข้าก็จะคว่ำสวรรค์ด้วยมือของข้าเอง"
นางไม่ได้ชักกระบี่ออกมา แต่ 'กระบี่' ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยปราณที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มันคือ 'กระบี่พิฆาตมารฟ้า' ไม้ตายที่นางบำเพ็ญเพียรมาตลอดหลายปี กระบี่เล่มนี้ไม่ได้ทำจากเหล็กกล้า แต่มันทำจากความแค้นและความเย็นเยือกที่สะสมอยู่ในใจของนาง
"เจ้ากำลังจะทำอะไร?" เจ้าสำนักเทียนอี้หุบยิ้ม ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า
"จุดจบของจอมปลอมอย่างไรล่ะ"
เซวี่ยหลันสะบัดมือ กระบี่สีครามพุ่งแหวกอากาศไปราวกับดาวหางที่ไร้ทิศทาง ทว่ามันกลับล็อคเป้าหมายไว้ที่หัวใจของเทียนอี้อย่างแม่นยำ เจ้าสำนักเทียนอี้รีบกางม่านพลังป้องกันระดับเก้าชั้น แต่ม่านพลังเหล่านั้นกลับถูกเฉือนขาดราวกับกระดาษ กระบี่พิฆาตมารฟ้ามิได้หยุดเพียงแค่นั้น มันยังแผ่ไอเย็นเยือกจนแม้แต่ต้นไม้รอบข้างยังถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
"มู่หรงเฟย... ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่า วันที่ข้าใช้กระบี่นี้ ข้าจะไม่มีวันหันหลังกลับ" เซวี่ยหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ นางกำลังดึงเอาพลังชีวิตของตนเองเข้าผสานกับกระบี่เล่มนี้ หากสังหารศัตรูไม่ได้ นางเองก็อาจแตกสลายไปพร้อมกับมัน
เทียนอี้กรีดร้องออกมาเมื่อกระบี่พุ่งทะลุไหล่ซ้ายของเขา เลือดสีดำไหลออกมาจากแผลที่ถูกแช่แข็ง เขารีบอาศัยจังหวะนี้ดีดตัวถอยหลังไปไกลพร้อมกับหยิบยันต์ลับออกมา "ดี... งั้นเรามาดูกันว่าเจ้าจะแบกรับน้ำหนักของความแค้นนี้ได้นานแค่ไหน!"
เขากระชากยันต์นั้นจนขาดสะบั้น พลันเกิดกลุ่มควันสีมืดดำปกคลุมไปทั่วทิศทาง ลมพายุโหมกระหน่ำจนมู่หรงเฟยต้องรีบใช้ปราณป้องกันตนเองไว้ ทว่าในขณะที่เซวี่ยหลันกำลังจะรุกฆาต เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาอย่างประหลาดกลับพุ่งออกมาจากเงามืดของเทียนอี้
เขาสวมชุดสีขาวเช่นเดียวกับสำนักของนาง ท่วงท่าการเคลื่อนไหวเหมือนกับผู้ที่จากไปนานแสนนาน เงาร่างนั้นหยุดอยู่ตรงหน้าเซวี่ยหลันแล้วหยิบกระบี่ขึ้นมาตั้งรับกระบี่พิฆาตมารฟ้าของนางไว้ได้อย่างง่ายดาย
"ศิษย์พี่... ท่านจำข้าได้หรือไม่?"
เสียงนั้นแหบพร่าและเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง เซวี่ยหลันตัวชาวาบ กระบี่ในมือสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ เมื่อใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นถูกลมพายุพัดจนเปิดออกให้เห็นใบหน้าที่นางโหยหามาตลอดชีวิต แต่มันกลับบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มที่โหดเหี้ยม
มู่หรงเฟยตะโกนขึ้นสุดเสียง "เซวี่ยหลัน! อย่ามองมัน! นั่นไม่ใช่ศิษย์น้องของเจ้า!"
ทว่าสายเกินไปแล้ว... เซวี่ยหลันชะงักงัน ดวงตาที่เคยเยือกเย็นเบิกกว้างด้วยความสับสนและเจ็บปวดลึกซึ้ง ขณะที่ร่างเบื้องหน้าค่อยๆ เงื้อกระบี่ขึ้นหมายจะปลิดชีพนางด้วยวิชาที่นางเป็นคนสอนมากับมือ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งชะตากรรมในบทนี้ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 32
กระบี่พิฆาตมารฟ้า
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!