"ท่านจะปฏิเสธไปเพื่ออะไร ในเมื่อเลือดบนกระบี่เล่มนั้น... มันเป็นเลือดของคนในตระกูลข้าที่ไหลเวียนอยู่ในกายท่าน!"
เสียงของเซวี่ยหลันสั่นไหว แผ่วเบาหากแต่เฉียบคมดุจน้ำแข็งที่กำลังจะกรีดลงบนผิวเนื้อ เทียนอี้ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดูสง่างามดั่งเทพเซียนผู้เปี่ยมเมตตา เขายืนอยู่บนยอดเขาหิมะที่ล้อมรอบด้วยไอสังหารที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก สายลมพัดผ่านพัดพาเอาชายเสื้อของเขาโบกสะบัด แต่นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
"วิถีแห่งเซียนต้องแลกด้วยความโดดเดี่ยว เซวี่ยหลัน... เจ้าลืมคำสอนของข้าไปหมดแล้วหรือ" เทียนอี้กล่าวเสียงเรียบ เขาลดกระบี่ลงช้าๆ ท่วงท่าองอาจนั้นคือภาพจำที่เซวี่ยหลันเคยเทิดทูนและยึดถือเป็นแบบอย่างมาตลอดชีวิต
"คำสอน? คำสอนที่บอกให้ข้าสังหารศิษย์น้องตัวเองเพื่อบรรลุวิชาขั้นสูงสุดงั้นหรือ!" เซวี่ยหลันแค่นหัวเราะ หยาดน้ำตาที่กลายเป็นน้ำแข็งเกาะอยู่บนขนตาไม่ร่วงหล่น ทว่าแววตาของนางกลับลุกโชนด้วยเพลิงแค้นที่แผดเผาหิมะรอบข้างจนระเหยเป็นไอ "ท่านไม่ใช่อาจารย์ที่ข้าเคยรู้จัก เทียนอี้... ท่านเป็นเพียงปีศาจที่สวมหน้ากากนักบุญ"
มู่หรงเฟยขยับกายเข้ามาขวางหน้านางไว้ มือของเขาแตะที่ด้ามกระบี่แน่น สายตาของเขาจับจ้องไปยังชายผู้เป็นตำนานที่โลกหล้าต่างเคารพบูชา "เลิกเสแสร้งได้แล้ว ท่านวางแผนทำลายสำนักเมฆาเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ต้องห้ามมาครอบครอง แต่กลับโยนความผิดให้เหล่าจอมมาร... ความจริงข้อนี้ ท่านจะปฏิเสธอย่างไร"
เทียนอี้เงยหน้ามองฟ้ากว้าง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเซวี่ยหลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ร้าย แต่เป็นรอยยิ้มของคนผู้ที่มองเห็นจุดจบของโลกใบนี้มาตั้งแต่นานมาแล้ว
"ข้าไม่ได้แย่งชิง... ข้าเพียงแค่เก็บกวาด" เทียนอี้เอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องมาที่เซวี่ยหลันอย่างเวทนา "เจ้าจำได้ไหม วันที่เจ้าก้าวเข้าสู่สำนักเป็นครั้งแรก หิมะตกหนักจนเจ้าเกือบสิ้นใจ ข้าเป็นคนยื่นมือไปฉุดเจ้าขึ้นมาจากขุมนรกนั่น มือที่เจ้าจับในวันนั้น... คือมือเดียวกับที่จะเด็ดหัวเจ้าในวันนี้"
เซวี่ยหลันชะงัก ลมหายใจสะดุด ความทรงจำในวัยเยาว์ที่เลือนลางผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ มือที่อบอุ่น... เสียงที่แสนอ่อนโยน... ทั้งหมดนั้นคือคนคนเดียวกับชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผู้ที่บงการให้ชีวิตของนางพังทลายลงในกองเพลิง
"ท่านทำไปทำไม..." นางถาม เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของหิมะ
"เพราะเจ้ามีสายเลือดของ 'คนผู้นั้น' อยู่" เทียนอี้ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ไอสังหารรุนแรงจนหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าว "เลือดของเผ่าพันธุ์ที่ถูกลืม หากเจ้าไม่ตาย... โลกที่ข้าสร้างขึ้นด้วยความยากลำบากก็จะพินาศเพราะความเมตตาโง่เขลาของเจ้า"
มู่หรงเฟยคำรามลั่น พุ่งตัวเข้าหาเทียนอี้ด้วยกระบวนท่าสังหารที่รวดเร็วและดุดัน กระบี่มารปะทะกับกระบี่เซียนจนเกิดประกายไฟสีม่วงและขาววูบวาบไปทั่วบริเวณ เซวี่ยหลันยืนนิ่งราวกับรูปสลัก หัวใจของนางแตกสลายจนไม่มีความรู้สึกเหลืออยู่แล้ว ความลับที่นางเฝ้าตามหาตลอดหลายปี ความจริงที่ว่าอาจารย์ที่นางรักมากที่สุดคือผู้ที่พรากทุกอย่างไปจากนาง
"หลบไป มู่หรงเฟย!" เซวี่ยหลันตะโกน ก่อนจะชักกระบี่ 'เหมันต์นิรันดร์' ออกมา พลังปราณสีครามพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลี่ยนบรรยากาศรอบข้างให้กลายเป็นความมืดมิดที่หนาวเหน็บกว่าเดิม
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง เซวี่ยหลันโรมรันเข้าใส่เทียนอี้ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปี ทุกกระบวนท่าคือการดึงเอาความเจ็บปวดที่นางได้รับในอดีตมาเป็นพลัง เทียนอี้รับมือได้อย่างใจเย็น เขายังคงท่วงท่าสง่างาม แม้จะมีรอยเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก แต่นัยน์ตาของเขากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"นั่นแหละ... นี่คือวิชาที่ข้าเป็นผู้ถ่ายทอดให้เจ้าเองกับมือ" เทียนอี้กล่าวพลางหัวเราะร่า "เจ้าเก่งกาจขึ้นมาก เซวี่ยหลัน... น่าเสียดายที่วิชานี้มีจุดอ่อนสำคัญที่ข้าไม่ได้บอกเจ้า"
เทียนอี้ขยับกระบี่เป็นวงกลม พลังมหาศาลม้วนตัวเข้าหาทั้งสองคน มู่หรงเฟยถูกแรงอัดมหาศาลกระแทกจนกระเด็นออกไป ส่วนเซวี่ยหลันถูกจองจำอยู่กลางวงล้อมของพลังปราณที่บีบอัดเข้าหาตัวนางราวกับจะบดขยี้ให้แหลกลาญ
"จุดอ่อนที่ว่า... คือความรักไงล่ะ" เทียนอี้ก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง ฝ่ามือของเขาวางลงบนหน้าอกของเซวี่ยหลันเบาๆ ทว่ากลับส่งผ่านพลังที่เยือกเย็นยิ่งกว่าหิมะเข้าไป "เจ้ายังห่วงหาความหลัง ยังยึดติดกับสิ่งที่ไม่มีวันหวนคืน... นั่นคือโซ่ตรวนที่ทำลายเจ้า"
เซวี่ยหลันกระอักเลือดออกมา คำพูดของเทียนอี้จี้ใจดำของนาง นางล้มลงคุกเข่ากับพื้นหิมะที่เปื้อนเลือด ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับมา ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยความสับสนและความว่างเปล่า
ทันใดนั้น ท่ามกลางเสียงลมกรรโชกและไอสังหารที่คุกรุ่น เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นจากความมืดเบื้องหลังเทียนอี้ ร่างนั้นถืออาวุธที่เซวี่ยหลันจำได้แม่นยำ... กระบี่ที่นางเป็นคนฝังไปกับศพของศิษย์น้องเมื่อสิบปีก่อน!
เงาร่างนั้นค่อยๆ ถอดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เซวี่ยหลันแทบไม่เชื่อสายตา... ใบหน้าที่ยังคงเยาว์วัยและงดงามราวกับเวลาได้หยุดเดินไว้ตั้งแต่วันที่ตายจากไป
"ศิษย์พี่... ข้ามาตามคำสัญญาแล้ว" เสียงนั้นเย็นเยียบไร้อารมณ์ ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปถึงวิญญาณของเซวี่ยหลัน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งชะตากรรมในบทนี้ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 33
ความจริงที่น่าสะพรึง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!