“เจ้ายังคงเชื่อว่าการเอาเลือดชั่วมาล้างรอยมลทิน จะทำให้ศิษย์น้องของเจ้าฟื้นคืนจากปรโลกได้งั้นหรือ เซวี่ยหลัน?”
เสียงหัวเราะเยาะของเจ้าสำนักเทียนอี้ดังก้องกังวานเหนือยอดเขาเซียนที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้ยืนอยู่บนยอดผาเพียงลำพัง แต่เบื้องหลังคือม่านพลังอาคมสีทองที่กัดกินวิญญาณทุกดวงที่เข้าใกล้ เซวี่ยหลันที่ยืนอยู่ตรงข้ามเพียงไม่กี่ก้าวไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา ดวงตาคู่คมดุจน้ำแข็งของนางจ้องมองศัตรูเขม็ง มือเรียวบางที่กำกระบี่ ‘เหมันต์นิรันดร์’ ไว้แน่นนั้นสั่นระริกด้วยแรงแค้นที่พยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“คำว่า ‘คุณธรรม’ ในปากของท่าน... ช่างฟังดูเหม็นเน่าเสียยิ่งกว่าไอปีศาจจากขุมนรกที่ท่านเพิ่งได้รับมานะเจ้าคะ”
เซวี่ยหลันเอ่ยเบาหวิว ทว่าน้ำเสียงนั้นบาดลึกถึงกระดูก นางไม่รอให้คำตอบใดๆ ร่างระหงพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกสีคราม กระบี่ในมือวาดวิถีเป็นวงโค้งที่ไร้ที่ติ แต่ละท่วงท่ารวดเร็วและดุดันดั่งพายุหิมะที่กวาดล้างทุกสิ่ง ทว่าเทียนอี้กลับหลบหลีกด้วยท่วงท่าเนิบช้าที่แฝงความหยามเหยียด
มู่หรงเฟยซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ เลือดสีเข้มไหลซึมออกมา เขาไม่ได้ช่วยนางในทันที ไม่ใช่เพราะไม่ห่วง แต่เพราะเขารู้ดีว่าเซวี่ยหลันกำลังดึงพลังมารสายหนึ่งที่ตนเองเคยปฏิเสธออกมาใช้ หากเขาเข้าไปแทรกแซงตอนนี้ พลังที่ปะทะกันอาจฉีกกระชากจิตวิญญาณของนางจนแตกสลายก่อนที่จะถึงตัวศัตรู
*เพล้ง!*
เสียงอาคมปะทะกับกระบี่ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พลังสีดำทมิฬของเทียนอี้พุ่งทะลักออกมาจากรอยแผลที่เขาสร้างขึ้นบนอกตนเอง มันเป็นพลังมารระดับสูงที่เขาแอบซ่อนมานานปีเพื่อรอคอยวันนี้ วันที่จะสยบยอดเซียนทั้งห้าสำนักให้กราบแทบเท้า
“เจ้ามันก็แค่เด็กสาวที่หลงทางในความเศร้าเซวี่ยหลัน!” เทียนอี้คำราม พลังสีดำเปลี่ยนรูปเป็นมือนับพันข้างคว้ากุมไปที่ลำคอของนาง “จงดูให้ดีว่าสิ่งที่เจ้าบูชามาตลอดชีวิตนั้น มันไม่มีค่าอะไรเลย!”
เซวี่ยหลันกัดฟันแน่น กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ นางรู้ดีว่าหากฝืนใช้เคล็ดวิชา ‘มารฟ้าสังหาร’ ต่อไป ร่างกายของนางจะถูกกัดกินจากภายใน แต่ในเสี้ยววินาทีที่มือนับพันกำลังจะกระชากวิญญาณ นางกลับปิดเปลือกตาลง ความเงียบสงบเข้าครอบงำจิตใจแทนที่ความโกรธแค้น นางไม่ได้สู้ด้วยแรงกายอีกต่อไป แต่ใช้ปราณเซียนที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดเชื่อมโยงกับ ‘หิมะ’ ที่โปรยปรายอยู่รอบยอดเขา
“ข้าอาจจะหลงทาง...” นางลืมตาขึ้น ดวงตาสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดุจหิมะที่ไร้ก้นบึ้ง “แต่ข้าจะไม่ยอมให้คนที่ฆ่าศิษย์น้องของข้า ได้เหยียบย่ำดินแดนแห่งนี้อีกต่อไป”
อากาศรอบกายหยุดนิ่งชั่วขณะ ทันใดนั้น เกล็ดหิมะที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นใบมีดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มพุ่งเข้าหาเทียนอี้พร้อมกัน ความหนาวเหน็บระดับที่สามารถแช่แข็งวิญญาณได้แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่มู่หรงเฟยยังต้องถอยร่นออกไปตั้งหลัก
“เจ้านี่มัน...!” เทียนอี้เบิกตากว้าง ความมั่นใจมลายหายไปในพริบตาเมื่อเห็นวิถีพลังของนางไม่ได้มุ่งตรงไปที่เขาเพียงคนเดียว แต่เป็นการปิดล้อมมิติรอบข้างเพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหนได้
การปะทะกันระหว่างพลังมารสายลึกและพลังเซียนที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดทำให้มิติรอบยอดเขาเกิดรอยร้าว ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนจากสีครามเป็นสีม่วงคล้ำด้วยเมฆหมอกแห่งสงคราม มู่หรงเฟยเห็นจังหวะที่เซวี่ยหลันกำลังจะสละชีพเพื่อปิดฉาก จึงตัดสินใจรวบรวมปราณทั้งหมดที่มีกระโจนเข้าหาเทียนอี้จากมุมอับ
“มู่หรงเฟย! อย่าเข้ามา!” เซวี่ยหลันตวาด แต่สายเกินไป
ทว่าในวินาทีที่กระบี่ของทั้งคู่กำลังจะแทงทะลุร่างของเทียนอี้ กลับมีเงาสีเงินสายหนึ่งพุ่งเข้ามาคั่นกลาง แรงกระแทกมหาศาลผลักทั้งเซวี่ยหลันและมู่หรงเฟยกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง กระบี่ในมือของเซวี่ยหลันหลุดออกจากมือ ปักลึกลงบนพื้นหินจนแตกสะเทิ้น
เงาร่างนั้นค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในหมอกควัน เป็นสตรีในชุดขาวสะอาดตา ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากรูปจิ้งจอกสีเงิน กลิ่นอายของนางไม่ใช่ทั้งเซียนและมาร แต่เป็นสิ่งที่เหนือกว่านั้นจนทั้งสามคนต้องหยุดชะงัก
“ผู้ใดกัน...” เซวี่ยหลันพยายามยันกายขึ้น ปราณในร่างปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาคำโต
สตรีปริศนาไม่ได้ตอบ แต่กลับหยิบจี้หยกรูปดอกเหมันต์ที่เซวี่ยหลันทำหายไปเมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาจากพื้น แล้วยื่นให้เซวี่ยหลันด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของเซวี่ยหลันหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ศิษย์พี่... ท่านจำข้าไม่ได้แล้วหรือ?”
หน้ากากจิ้งจอกสีเงินค่อยๆ เลื่อนหลุดเผยให้เห็นใบหน้าที่เซวี่ยหลันโหยหามาตลอดชีวิต ใบหน้าของ ‘ศิษย์น้อง’ ที่นางเป็นคนฝังร่างกับมือเมื่อสิบปีก่อน ทว่าดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้ากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกของมนุษย์ และรอบกายของนางกำลังถูกปกคลุมด้วยไอปีศาจสีแดงฉานที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเทียนอี้หลายร้อยเท่า
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งชะตากรรมในบทนี้ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 31
ศึกตัดสินเหนือเมฆา
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!