หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 18

ความรู้สึกที่ก่อตัว

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากเจ้ายังขืนสอดมือเข้ามาวุ่นวายกับค่ายกลวิญญาณของข้าอีกเพียงนิดเดียว ต่อให้เจ้าเป็นถึงอดีตเจ้าสำนักมารผู้เลื่องชื่อ ข้าก็จะไม่ไว้หน้าเจ้าแน่" เซวี่ยหลันกล่าวเสียงเรียบ ดวงตางามดั่งผลึกน้ำแข็งจับจ้องอยู่ที่จุดเชื่อมต่อของพลังปราณที่กำลังสั่นไหว มือเรียวบางตวัดนิ้ววาดลวดลายสลับซับซ้อนกลางอากาศ ทว่าปลายนิ้วกลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่นางไม่รู้ตัว มู่หรงเฟยไม่ได้ถอยห่าง เขากลับก้าวเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังของเซวี่ยหลันแนบชิดกับอกแกร่งของเขา กลิ่นอายบุรุษที่ปนไปกับกลิ่นกำยานป่าเจือจางลอยปะทะจมูกนาง มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลและน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน "ศิษย์น้องของเจ้า... นางไม่ได้จากไปเพราะความอ่อนแอของเจ้า" มู่หรงเฟยกระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาที่บริสุทธิ์ใจจนเซวี่ยหลันต้องชะงัก "การลงมือครั้งนี้ เจ้ากำลังฝืนวิถีของฟ้า เพียงเพื่อจะเรียกสิ่งที่ดับสูญไปแล้วกลับมา มันคุ้มค่ากับเลือดที่เจ้าต้องเสียไปหรือไม่" เซวี่ยหลันสะบัดตัวออกห่าง ใบหน้างามเชิดขึ้นท้าทาย ความเยือกเย็นดุจหิมะพันปีในดวงตาเริ่มร้าวฉาน "เจ้าไม่เข้าใจ... เจ้าไม่มีทางเข้าใจความเจ็บปวดของการเหลือตัวคนเดียวในโลกที่โสมมแห่งนี้หรอก มู่หรงเฟย" "ข้าเข้าใจ" มู่หรงเฟยสวนกลับทันควัน สายตาของเขาเปลี่ยนจากความสุขุมเป็นความร้อนแรงที่แผดเผา "ข้าเข้าใจดีกว่าใครว่าการมองดูคนที่รักค่อยๆ มอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถยื่นมือไปฉุดรั้งไว้ได้นั้น มันทรมานเพียงใด... และข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นกับเจ้าเป็นครั้งที่สอง" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่หุบเขาไร้เสียง เซวี่ยหลันนิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยแช่แข็งกลับเต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ นางพยายามข่มอารมณ์ให้ราบเรียบที่สุด แต่ภาพสะท้อนในดวงตาของมู่หรงเฟยกลับทำให้นางเห็นตัวเองในมุมที่อ่อนแอเกินกว่าจะยอมรับได้ เขาไม่ได้เพียงแค่มายืนเคียงข้าง แต่มู่หรงเฟยกำลัง ‘เติมเต็ม’ ช่องว่างในจิตวิญญาณที่นางพยายามปิดตายมาตลอดสิบปี มือของเขาที่เอื้อมมาแตะไหล่นางนั้นไม่ได้มีความนัยของมารร้าย แต่มันมีความถวิลหาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าสหายร่วมเดินทาง "ถอยไปเสีย" นางสั่ง แต่กลับไม่มีน้ำหนัก "ข้าไม่ได้ต้องการความสงสารจากเจ้า" "ข้าไม่ได้สงสาร" มู่หรงเฟยขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม ครั้งนี้เขาคว้าข้อมือของนางไว้เบาๆ ผิวสัมผัสที่อบอุ่นทำให้เซวี่ยหลันตัวชาวาบ "ข้าเพียงแค่รู้สึกว่า... หากโลกนี้จะต้องล่มสลายลงจริงๆ ข้าก็อยากจะเป็นคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ข้างเจ้า ไม่ใช่ในฐานะสหาย แต่ในฐานะของคนที่พร้อมจะตายไปพร้อมกับความลับของเจ้า" ลมหายใจของเซวี่ยหลันสะดุด นางหันไปสบตากับเขา แววตาของมู่หรงเฟยในยามนี้ไม่มีความเจ้าเล่ห์ของจอมมาร มีเพียงความสัตย์ซื่อที่ทำให้กำแพงในใจของนางสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทว่า... ในวินาทีที่ความรู้สึกแปลกประหลาดกำลังก่อตัวจนแทบจะกลายเป็นความรักที่ต้องห้าม เสียงกรีดร้องของกระดิ่งลมเวทมนตร์จากปากทางเข้าหุบเขาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เซวี่ยหลันเบิกตากว้าง ความรู้สึกอาฆาตที่เคยมีต่อเจ้าสำนักเทียนอี้พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความหวั่นไหว "เขามารวมตัวกันที่นี่... พวกมันมาเร็วกว่าที่ข้าคิด" มู่หรงเฟยขมวดคิ้ว มือที่จับข้อมือนางอยู่กระชับแน่นขึ้น แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวออกไปจากวงล้อมค่ายกล เงาสีดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า ห่างไปเพียงไม่กี่วา "ศิษย์พี่หญิง... ท่านกำลังทำเรื่องน่าสนุกโดยไม่ชวนข้าอย่างนั้นหรือ?" น้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้น เซวี่ยหลันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาของนางสั่นระริกเมื่อเห็นใบหน้าที่ควรจะสูญสลายไปนานแล้วปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์ที่เริ่มมืดมิด บุคคลนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และงดงามดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ รอยยิ้มที่มอบให้นางนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตและเย็นชาที่เหนือกว่านางหลายเท่า "เจ้า... เจ้ายังไม่ตาย" เซวี่ยหลันพึมพำ มือที่เคยจะร่ายอาคมกลับทิ้งลงข้างตัวอย่างหมดแรง "ความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดเท่านั้น ศิษย์พี่หญิง" เสียงนั้นแค่นหัวเราะ ก่อนจะตวัดดาบในมือชี้ตรงมาที่หัวใจของเซวี่ยหลัน "และวันนี้ ข้าจะมาทวงคืนทุกอย่างที่ท่านเคยแย่งชิงไปจากข้า... รวมถึงคนข้างกายท่านผู้นี้ด้วย" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมแห่งความรักครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%