"ความตายนั้นเป็นเรื่องโกหก... แต่ความวิบัติที่เจ้ากำลังจะเผชิญต่อจากนี้ คือความจริงที่ไม่อาจหลบพ้น"
เสียงทุ้มต่ำดุจก้อนกรวดบดขยี้กันดังขึ้นข้างหูประมุขพรรคทมิฬ แต่สายตาของเซวี่ยหลันกลับไม่ได้จับจ้องที่ชายผู้ที่ควรจะตายไปแล้วผู้นั้น นางยังคงยืนตระหง่านอยู่กลางโถงพิธี ลมปราณเยือกเย็นรอบกายหดตัวลงจนกลายเป็นรัศมีสีขาวจางๆ ที่บีบอัดอากาศจนสั่นสะเทือน
เซวี่ยหลันยกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบราวกับธารน้ำแข็งที่พร้อมจะกัดกินทุกสรรพสิ่ง
"ศิษย์พี่ใหญ่..." นางเอ่ยคำนี้ออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน "ท่านยังคงมีนิสัยเสียประการหนึ่ง คือการชอบปรากฏตัวในเวลาที่น่ารังเกียจที่สุดเสมอ"
มู่หรงเฟยซึ่งยืนอยู่เคียงข้างนางขยับตัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว มือของเขาแตะที่ด้ามกระบี่อย่างแผ่วเบา แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนก มีเพียงความมืดดำที่ลึกซึ้งเกินหยั่งถึง
"เจ้าคิดว่าพรรคทมิฬจะมีค่าพอให้ข้าต้องขยับนิ้วงั้นหรือ?" ชายผู้ที่กลับมาจากความตายหัวเราะหึในลำคอ เขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงไฟในโถงไปจนหมดสิ้น "วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อสนทนาประสาพี่น้อง ข้ามาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่พวกเจ้าเหยียบย่ำมันไว้ใต้ฝ่าเท้า"
ประมุขพรรคทมิฬที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าชายผู้นั้นรีบคุกเข่าลงทันที "ท่านอาจารย์! ข้าทำตามคำสั่งของท่านทุกประการ โปรด... โปรดจัดการนางเดี๋ยวนี้!"
เซวี่ยหลันปรายตามองพรรคทมิฬทั้งพรรคที่รายล้อมนางอยู่ เหล่าจอมยุทธ์นับร้อยในชุดเครื่องแบบดำสนิทต่างชักอาวุธออกมาพร้อมกัน เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วโถง แต่ในสายตาของนาง พวกเขาไม่ต่างจากฝูงแมลงวันที่บินว่อนรอเวลาถูกกำจัด
"พวกเจ้า... คิดจะเอาชีวิตข้าด้วยมดปลวกเหล่านี้หรือ?" นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เรือนผมสีเงินยาวสลวยขยับไหวไปตามกระแสลมปราณที่เริ่มแปรปรวน "ข้าให้โอกาสเจ้าเลือกอีกครั้ง พรรคทมิฬ... จะยอมคุกเข่าศิโรราบต่อยอดเขาเซียน หรือจะให้เลือดของพวกเจ้าหล่อเลี้ยงดินแดนแห่งนี้แทนหิมะที่กำลังจะโปรยปราย"
"หุบปาก!" หนึ่งในอาวุโสพรรคทมิฬคำรามลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยกระบี่อาบยาพิษ
ทว่า... ร่างของเขากลับชะงักงันกลางอากาศ
เซวี่ยหลันไม่ได้แม้แต่จะชักกระบี่ นางเพียงแค่ปัดปลายนิ้วกลางอากาศ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ พลันเกิดเสียง 'เปรี้ยง' ราวกับแก้วที่แตกร้าว อากาศรอบตัวอาวุโสผู้นั้นบิดเบี้ยวจนกระดูกทั่วร่างหักละเอียด ก่อนที่ร่างจะร่วงหล่นลงกับพื้นดังตุบ—ไร้ลมหายใจในพริบตา
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทุกสายตาจับจ้องไปที่นางด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
"ข้าบอกแล้วไง" เซวี่ยหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าไม่สยบให้ใคร และผู้ใดที่บังอาจขวางทางข้า... ผู้นั้นคือผู้ที่เลือกความตายด้วยตนเอง"
นางก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวที่แตะพื้นเกิดเป็นเกล็ดหิมะสีน้ำเงินเข้มแผ่ซ่านออกไป พื้นหินในโถงเริ่มแตกร้าวและเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งสีดำ พลังมหาศาลกดทับร่างของเหล่าพรรคทมิฬจนทุกคนต้องทรุดลงกับพื้น—บางคนกระอักเลือด บางคนสติแตกคลุ้มคลั่งเพราะทนรับแรงกดดันจากวิถีมารฟ้าสังหารไม่ไหว
ชายที่อ้างว่าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของนางยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังประมุขพรรคทมิฬ เขามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะปรบมือเบาๆ
"วิถีมารฟ้าสังหาร... เจ้าฝึกมันจนถึงขั้นเปลี่ยนมวลสารได้แล้วหรือนี่ น่าประทับใจจริงๆ เซวี่ยหลัน" เขาเดินเข้ามาใกล้จนเกือบถึงระยะดาบของนาง "แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... พลังที่เจ้ามีอยู่ คือสิ่งที่ข้าเป็นคนมอบให้ในตอนที่ข้า 'แกล้งตาย' อย่างไรเล่า"
มือของเขาเอื้อมมาหมายจะคว้าไหล่ของเซวี่ยหลัน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น นางกลับหมุนตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว กรงเล็บหิมะสีดำสนิทคว้าเข้าที่คอของเขาแน่นจนเส้นเลือดที่ลำคอของชายผู้นั้นปูดโปน
"เจ้าเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง" เซวี่ยหลันกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจนางเย็นเยียบจนกลายเป็นไอ "สิ่งที่เจ้ามอบให้ข้า... คือความแค้นที่เปลี่ยนข้าให้กลายเป็นนางพญาผู้ไม่สยบต่อมารตนใด แม้กระทั่งเจ้าที่คืนชีพกลับมาจากนรกก็ตาม"
ทันใดนั้น ดวงตาของชายผู้นั้นก็เบิกโพลง เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ บางอย่างที่เขาไม่ได้เตรียมใจไว้ว่าจะต้องเผชิญในวันนี้
เซวี่ยหลันไม่ได้ฆ่าเขาในทันที แต่นางทำสิ่งที่โหดร้ายยิ่งกว่า นางปล่อยมือแล้วผลักเขาออกไป ก่อนจะตวัดมือเรียกกระบี่วิญญาณหิมะออกมาจากความว่างเปล่า ปลายกระบี่จ่อตรงไปที่หัวใจของเขาพอดี
"ใครคือคนบงการเจ้า?" นางถาม เสียงของนางแหลมคมดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกเนื้อเยื่อ
ชายผู้นั้นหัวเราะทั้งที่เลือดไหลออกจากมุมปาก "เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังสู้กับข้าอยู่คนเดียวงั้นหรือ? หันไปดูข้างหลังเจ้าสิ... ดูซิว่าใครที่ยืนอยู่ตรงนั้นและเฝ้ามองฉากละครบทนี้มาโดยตลอด"
เซวี่ยหลันชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของนางกระตุกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารอีกสายหนึ่งที่แฝงเร้นอยู่ในมุมมืด—ไอสังหารที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ไอสังหารของคนที่นางเคยเรียกว่าอาจารย์ ผู้ที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับสำนักเซวี่ยหลันเมื่อหลายปีก่อน
ร่างในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาเดินออกมาจากเงามืดของเสาต้นใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูไร้เดียงสานั้นคือสิ่งเดียวกับที่นางเฝ้าฝันถึงในฝันร้ายมาตลอดทุกคืน
"ศิษย์รัก... เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ"
ชิงเสวี่ยเหมันต์หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันค่ะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 17
นางพญาผู้ไม่สยบใคร
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!