หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 23

สงครามย่อยในเมืองร้าง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
“เจ้าเชื่อในวิญญาณที่ไร้ซึ่งร่องรอยการเกิดดับหรือไม่ มู่หรงเฟย?” เซวี่ยหลันเอ่ยถามโดยไม่หันกลับไปมอง ร่างสูงโปร่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกแย้มยืนตระหง่านอยู่บนยอดซากปรักหักพังของหอระฆังเก่าแก่ในเมืองร้าง มือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าไหมสีเงินเพียงพริ้วไหว สายลมกรรโชกแรงพัดผ่านเศษธุลีและกลิ่นอายคาวเลือดที่ตกค้างในอากาศ แต่มันกลับมิอาจสั่นคลอนความเยือกเย็นในแววตาของนางได้แม้แต่น้อย มู่หรงเฟยที่ยืนอยู่เบื้องหลังกระชับดาบในมือแน่น แววตาคมกริบของอดีตเจ้าสำนักมารจับจ้องไปยังเงาดำนับร้อยที่กำลังคืบคลานออกมาจากเงามืดของอาคารผุพัง พวกมันคือ ‘หุ่นเชิดกระดูกเหล็ก’ กองทัพไร้วิญญาณที่เทียนอี้สร้างขึ้นจากเศษซากของผู้บำเพ็ญเพียรที่ถูกสังหาร ดวงตาของหุ่นเชิดเหล่านั้นเป็นสีเขียวมรกตที่ดูหม่นแสง แต่มันกลับเต็มไปด้วยเจตจำนงสังหารที่ชัดเจน “วิญญาณที่ไร้เจ้าของ ก็เป็นเพียงเครื่องมือของคนโฉดช้า... เช่นเดียวกับเจ้าพวกนี้” มู่หรงเฟยตอบน้ำเสียงราบเรียบ หากแฝงไปด้วยความเวทนา “เทียนอี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชัยชนะ แต่มันต้องการให้พวกเรากลายเป็นหนึ่งในหุ่นเชิดเหล่านี้เพื่อประดับสวนของมัน” เซวี่ยหลันแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “งั้นเราก็คงต้องทำให้มันผิดหวังเสียแล้ว” ทันใดนั้น หุ่นเชิดตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ มันเงื้อดาบที่เต็มไปด้วยสนิมเหล็กหมายบั่นคอหญิงสาว แต่เซวี่ยหลันเพียงขยับนิ้วดั่งดีดสายพิณ พลังปราณสีน้ำเงินเยือกแข็งระเบิดออกจากปลายนิ้ว กระแทกหุ่นเชิดนั้นจนร่างแตกละเอียดเป็นผุยผงในเสี้ยววินาที การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่ดุเดือด เสียงปะทะของเหล็กกล้าและพลังปราณดังกึกก้องไปทั่วเมืองร้างที่ไร้ผู้คน เซวี่ยหลันเคลื่อนไหวประหนึ่งร่ายรำท่ามกลางพายุหิมะ ทุกย่างก้าวของนางทิ้งไว้เพียงเกล็ดน้ำแข็งที่แหลมคมดุจใบมีด หุ่นเชิดเหล่านั้นพยายามรุมล้อม แต่ละตัวต่างมีวิชาการต่อสู้ที่ซับซ้อนราวกับจดจำมาจากเจ้าของเดิมของร่างนั้น “ระวังทางซ้าย!” มู่หรงเฟยตวาดลั่น พร้อมกับสะบัดฝ่ามือปล่อยคลื่นพลังมารสีดำเข้าสกัดหุ่นเชิดที่จ้องจะลอบโจมตีจากมุมมืด เซวี่ยหลันไม่ได้หันไปมอง นางหมุนตัวกลางอากาศพร้อมกับรวบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่ฝ่ามือ “วิชาหิมะเหมันต์สังหาร: นิรันดร์ร้าง!” ทันใดนั้น อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนอากาศกลายเป็นผลึกแก้ว กองทัพหุ่นเชิดที่กำลังพุ่งเข้ามาถูกแช่แข็งค้างอยู่ในท่าทางที่น่าสะพรึงกลัว เสียงเปราะบางของกระดูกที่แตกสลายดังระงมไปทั่วเมืองร้าง ทว่าในขณะที่ดูเหมือนสถานการณ์จะคลี่คลาย เงาดำสายหนึ่งกลับพุ่งแหวกอากาศออกมาจากใจกลางวิหารร้างด้านหลังนาง ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นผ่านหัวใจของเซวี่ยหลัน นางชะงักไปชั่วครู่ ร่างนั้น... รูปร่างนั้น... มันคือร่างของศิษย์น้องที่นางเฝ้าตามหามาตลอดสามปี! “นั่นมัน...” เสียงของเซวี่ยหลันสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ร่างของศิษย์น้องผู้ล่วงลับเดินออกมาจากความมืด ดวงตาของนางว่างเปล่าไร้แวว แต่ในมือกลับถือกระบี่ ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ของเซวี่ยหลันที่หายสาบสูญไป เทียนอี้ไม่ได้เพียงแค่สร้างหุ่นเชิด แต่มันยังบังอาจนำจิตวิญญาณที่แตกสลายมาขังไว้ในกายหยาบเพื่อทรมานนาง “ท่านพี่... ช่วยข้าด้วย...” เสียงแหบพร่าดั่งลมหวีดหวิวออกจากปากของร่างนั้น มู่หรงเฟยที่เห็นท่าไม่ดีรีบคว้าแขนเซวี่ยหลันไว้ “อย่าหลงกลมัน! นั่นไม่ใช่จิตวิญญาณของนาง มันเป็นเพียงกับดักล่อลวงของเทียนอี้!” ทว่าเซวี่ยหลันกลับค่อยๆ ลดอาวุธในมือลง แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นไหวด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อล้นเพียงชั่ววูบ นางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะที่ดังก้องมาจากฟากฟ้า—เป็นเสียงของเทียนอี้ที่แทรกซึมผ่านมิติคู่ขนานมา “เซวี่ยหลัน... เจ้าจะสังหารศิษย์น้องที่รักที่สุดด้วยมือของตนเอง หรือจะยอมให้ข้ากลืนกินเจ้าทั้งเป็น?” ร่างของศิษย์น้องเงื้อกระบี่ขึ้นสูง เตรียมจะปลิดชีพผู้เป็นดั่งพี่สาวในชั่วพริบตาเดียว เซวี่ยหลันหลับตาลง ตัดสินใจบางอย่างที่ทำให้มู่หรงเฟยถึงกับหน้าถอดสี เพราะนางกลับเดินเข้าไปหาร่างนั้นโดยไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหิมะอันเหน็บหนาวและดวงใจที่แตกสลายไปพร้อมกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%