หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 24

ทางเลือกที่ยากลำบาก

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากเจ้าต้องการชีวิตของข้า เพื่อแลกกับการบรรลุวิถีมารฟ้าที่เจ้าถวิลหา... ก็จงลงมือเสีย" น้ำเสียงของเซวี่ยหลันราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ที่ไร้คลื่นลม นางก้าวเดินเข้าหาปลายกระบี่ที่สั่นระริกอยู่ในมือของศิษย์น้องคนเดียวที่เหลืออยู่ ทุกย่างก้าวไม่มีความเกรงกลัว ไม่มีปราณป้องกันตัวแม้แต่น้อย มีเพียงสายตาที่มองทะลุผ่านความบ้าคลั่งไปสู่ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคู่นั้น มู่หรงเฟยที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เบื้องหลังถึงกับก้าวเท้าออกมาหมายจะห้ามปราม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้กลับซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากเซวี่ยหลันสูญเสียปราณวิญญาณแห่งเหมันต์ไปเพียงน้อยนิด นางจะกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ นั่นหมายถึงความตายที่ทรมานกว่าการถูกกระบี่แทงทะลุหัวใจเสียอีก "หยุดนะ! เซวี่ยหลัน เจ้าคิดจะทำอะไร!" มู่หรงเฟยตวาดลั่น พลางพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างทั้งสอง แต่เขากลับถูกคลื่นพลังกดดันที่มองไม่เห็นกระแทกจนกระอักเลือด เขาสัมผัสได้ทันทีว่าเจ้าสำนักเทียนอี้กำลังเฝ้ามองอยู่จากเงามืดของหุบเขาแห่งนี้ เซวี่ยหลันไม่หันกลับไปมองชายผู้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวในใจ นางขยับกายเข้าไปใกล้จนปลายกระบี่คมกริบแตะลงบนจุดชีพจรที่ลำคอระหง หยาดเลือดสีแดงสดหยดลงบนชุดสีขาวดุจหิมะของนาง ราวกับหยดหมึกที่แต้มลงบนกระดาษขาวบริสุทธิ์ "มู่หรงเฟย..." นางเอ่ยแผ่วเบา โดยไม่ละสายตาจากศิษย์น้อง "เจ้าเคยบอกข้าว่า วิถีมารที่แท้จริงคือการยอมรับความสูญเสีย วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น ว่าระหว่างความยิ่งใหญ่ที่ปลายทาง กับความทรงจำที่ข้าเหลืออยู่... ข้าจะเลือกสิ่งใด" ศิษย์น้องของนางหอบหายใจถี่ มือที่ถือกระบี่สั่นรุนแรง "ท่านพี่... ทำไมท่านถึงไม่สู้? ท่านเป็นถึงผู้ครองวิถีมารฟ้า หากท่านยอมสยบต่อเจ้าสำนักเทียนอี้เสียแต่ตอนนี้ อำนาจที่จะสั่นคลอนสามโลกจะอยู่ในกำมือเรา! ท่านจะกลับมามีชีวิตที่สูงส่งอีกครั้ง ไม่ต้องหลบซ่อนเหมือนสุนัขจนตรอกเช่นนี้อีก!" "อำนาจที่ได้มาด้วยเลือดของครอบครัว... ข้าจะเอาไปทำสิ่งใดเล่า?" เซวี่ยหลันยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยจนน่าใจหาย นางใช้นิ้วเรียวสวยแตะลงบนคมกระบี่แล้วค่อยๆ ดันมันออกห่างจากลำคอของนาง แต่มิใช่เพื่อปกป้องตนเอง หากแต่เป็นการก้าวเข้าหาจนปลายกระบี่จมลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อบริเวณหัวไหล่จนเลือดไหลซึมออกมา ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้น ร่างเงาของชายชราในชุดคลุมสีทองอร่ามค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นบนยอดหน้าผา เขาคือเจ้าสำนักเทียนอี้ ผู้ที่ดูสง่างามดุจเทพเซียนทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับงูพิษ เขากำลังถือชะตากรรมของมู่หรงเฟยไว้ในอุ้งมือด้วยการกักขังเขาไว้ในค่ายกลพันธนาการ "ซึ้งใจเหลือเกิน" เจ้าสำนักเทียนอี้หัวเราะก้อง แฝงไปด้วยอำนาจที่กดทับจนอากาศรอบข้างหนาหนัก "เซวี่ยหลัน หากเจ้าเลือกที่จะละทิ้งวิถีมารฟ้าและส่งมอบตำราลับให้ข้า ข้าจะปล่อยให้มู่หรงเฟยมีชีวิตรอดออกไปจากหุบเขานี้ แต่หากเจ้าเลือกที่จะรักษาปราณเทพสังหารของเจ้าไว้... ข้าจะบดขยี้วิญญาณของชายผู้นี้ให้แตกสลาย กลายเป็นเพียงซากศพที่ไร้ค่าในพริบตา" มู่หรงเฟยที่ถูกตรึงด้วยโซ่ตรึงวิญญาณเงยหน้าขึ้นมองเซวี่ยหลัน สายตาของเขามิได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวความตาย แต่กลับมีความอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด "เซวี่ยหลัน... อย่า... อย่าเลือกข้า" เซวี่ยหลันนิ่งไป ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ชั่วขณะ ในหัวของนางฉายภาพวันวานที่นางกับมู่หรงเฟยร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันด่านเคราะห์นับร้อยด่าน หากนางยอมสละวิถีมารฟ้า นางจะสูญเสียความสามารถในการปกป้องทุกคนตลอดกาล แต่หากนางปฏิเสธ... ชายที่รักนางยิ่งกว่าชีวิตจะต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตา นางค่อยๆ หันไปมองเจ้าสำนักเทียนอี้ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นความอาฆาตมาดร้ายที่ลุกโชนดุจเปลวเพลิงในเหมันต์ฤดู "เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า... จะยอมให้เจ้าเป็นคนเลือกว่าใครควรอยู่หรือตายเช่นนั้นหรือ?" นางสะบัดแขนเสื้อ แรงลมปราณมหาศาลปะทะเข้ากับค่ายกลที่กักขังมู่หรงเฟยจนเกิดเสียงระเบิดกึกก้องไปทั่วหุบเขา! มู่หรงเฟยหลุดพ้นจากการพันธนาการ แต่เขากลับร่วงหล่นลงสู่เหวลึกเพราะแรงปะทะนั้นโดยที่นางไม่ได้คว้าไว้ ในจังหวะที่หัวใจของทุกคนหยุดเต้น เซวี่ยหลันกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางทะยานร่างลงสู่เหวลึกตามมู่หรงเฟยไป พร้อมกับกระบี่ในมือที่ส่องประกายสีฟ้าเข้มจัดจ้านจนกลายเป็นสีดำมืดมิด ทว่าก่อนที่ร่างของทั้งสองจะปะทะกับก้นเหว สายฟ้าสีเลือดกลับผ่าลงมาจากท้องฟ้าที่บิดเบี้ยว ร่างปริศนาสวมหน้ากากศิลาปรากฏตัวขึ้นขวางกลางอากาศ พร้อมกับยื่นมือออกมาคว้าตัวมู่หรงเฟยไว้ได้ทันท่วงที ในขณะที่เซวี่ยหลันถูกแรงกระแทกจากพลังลึกลับจนกระเด็นไปตกยังโขดหินข้างล่าง ร่างในหน้ากากศิลาหันมามองเซวี่ยหลันด้วยสายตาที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของเซวี่ยหลันถึงกับขาดห้วง "วิถีมารที่เจ้าเพียรพยายามรักษา... แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อล่อของสำนักเซวี่ยหลันที่ถูกลิขิตให้ล่มสลายมาตั้งแต่ต้น... และเจ้า... คือภาชนะที่จะทำให้ 'มารฟ้า' ตัวจริงฟื้นคืนชีพ" สิ้นคำพูดนั้น หน้ากากของคนผู้นั้นก็ร่วงหล่นลง เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้เซวี่ยหลันต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหนาวเหน็บไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%