"หน้ากากแห่งคุณธรรมที่ท่านสวมไว้... มันหนักเกินไปจนบดบังจิตวิญญาณเน่าเฟะข้างในนั่นหรือไม่ เจ้าสำนักเทียนอี้"
น้ำเสียงของเซวี่ยหลันเย็นเยียบราวกับคมมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านความเงียบงัน นางยืนตระหง่านอยู่บนลานศิลาแห่งยอดเขาเซียน กระบี่หิมะในมือสั่นไหวเบาๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงอาฆาตที่พุ่งพล่านจนอากาศรอบกายกลายเป็นสีเทาหม่น
เทียนอี้ที่บัดนี้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมไปด้วยหยาดเลือดของเหล่าศิษย์ในสำนัก หัวเราะร่วนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยเมตตาหลอกลวงบัดนี้เหลือเพียงความเวิ้งว้างและอำนาจมืด
"คุณธรรมหรือ? สิ่งนั้นมีไว้สำหรับผู้ชนะเท่านั้นเซวี่ยหลัน" เขาแผดเสียง พลังลมปราณสีดำทมิฬทะลักออกจากร่างจนแผ่นดินใต้เท้าแตกร้าว "ข้าสังหารศิษย์น้องของเจ้าเพื่อมรรคาแห่งเซียน และข้าจะสังหารเจ้า... เพื่อปิดปากพยานคนสุดท้ายที่รู้ว่าความยิ่งใหญ่ของข้าสร้างขึ้นบนกองซากศพ!"
มู่หรงเฟยขยับกายเข้ามาขวางเบื้องหน้าเซวี่ยหลันเพียงครึ่งก้าว สายตาของเขาจับจ้องไปยังจุดตายของเทียนอี้อย่างไม่ลดละ "ความยิ่งใหญ่ที่เจ้าหลงใหล ก็เป็นเพียงเงาในกระจกที่แตกสลาย เทียนอี้... เจ้าแพ้ตั้งแต่วินาทีที่เริ่มสูญเสียความเป็นมนุษย์แล้ว"
"หยุดพล่าม!" เทียนอี้พุ่งทะยานเข้ามา ร่างของเขาเคลื่อนที่เร็วราวกับเงาปีศาจ ดรรชนีมารฟ้าจี้ตรงมาที่หัวใจของมู่หรงเฟยหมายปลิดชีพในคราเดียว
เซวี่ยหลันไม่ได้ขยับหนี นางสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายแห่งหิมะหมื่นปีแผ่ขยายออกมารอบกาย รัศมีสีขาวเงินพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งราชินีหิมะที่ก้าวออกมาจากตำนาน นางตวัดกระบี่เป็นวงโค้งงดงามแต่เฉียบคม พลังปราณที่บ่มเพาะมาจากความแค้นและความโศกเศร้าตลอดสิบปีถูกเค้นออกมาจนหมดสิ้น
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่วหุบเขา แรงปะทะทำให้เหล่าก้อนหินรอบข้างกลายเป็นผุยผง เทียนอี้ชะงักงันเมื่อเขารู้สึกได้ถึงกระแสปราณที่เย็นเฉียบจนกระดูกสันหลังสั่นสะท้าน มันไม่ใช่พลังของมารร้าย แต่เป็นความว่างเปล่าที่แท้จริง
"เจ้า... เจ้าทะลวงด่านเซียนหิมะได้แล้วหรือ?" เทียนอี้พึมพำ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและหวาดกลัว
เซวี่ยหลันไม่ตอบ นางเพียงแต่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความปราณี ทุกก้าวที่นางย่างกราย อากาศรอบตัวเทียนอี้ก็ถูกแช่แข็ง รอยร้าวบนชุดคลุมของเขาเริ่มลามไปทั่วร่างราวกับผิวแก้วที่ถูกค้อนทุบ
"ศิษย์น้องของข้า... นางไม่มีวันตายเปล่า" เซวี่ยหลันกระซิบข้างหูของเขาขณะที่นางแทรกกายผ่านไป พลังปราณสีขาวสว่างวาบขึ้นราวกับแสงดาราดับแสงอาทิตย์
เทียนอี้อ้าปากค้างจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผาของเขาเริ่มแตกร้าวเป็นชิ้นๆ ทีละส่วน ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่นตามอายุขัยบัดนี้กลายเป็นธุลีหิมะสีขาวสะอาดตา ปลิวว่อนไปตามสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าและโหดร้ายสำหรับผู้ที่ยึดติดในอำนาจ
เขาสลายไป... ไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรือวิญญาณ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่เงียบงันจนน่าอึดอัด
มู่หรงเฟยเดินเข้ามาใกล้เซวี่ยหลัน เขาเอื้อมมือจะสัมผัสไหล่ของนาง แต่แล้วเขาก็ชะงักไปเมื่อเห็นหยดน้ำตาใสๆ ที่ร่วงหล่นลงบนลานศิลา ไม่ใช่เพราะความดีใจ แต่นางกำลังร้องไห้ให้กับความสูญเสียที่ไม่อาจหวนคืน
"จบแล้วใช่ไหม..." เสียงของนางสั่นเครือ
มู่หรงเฟยยังไม่ทันได้เอ่ยปลอบ ทันใดนั้น กระบี่มารฟ้าที่ตกอยู่บนพื้นซึ่งควรจะสูญเสียพลังไปแล้ว กลับสั่นระริกและเปล่งประกายแสงสีเลือดออกมาอย่างรุนแรง ลานศิลาที่เพิ่งสงบลงกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะถล่มลงไปสู่ก้นบึ้งของขุมนรก
ม่านหมอกสีดำมืดมิดก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าทั้งสองคน ร่างเงาสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น ร่างนั้นมีเค้าโครงที่ดูคุ้นตายิ่งนัก... คุ้นตาจนเซวี่ยหลันแทบหยุดหายใจ
"เจ้าคิดว่าข้าคือจุดจบของเรื่องนี้จริงๆ หรือ เซวี่ยหลัน?" เสียงที่คุ้นเคยบาดลึกเข้าไปในหัวใจของนางดั่งมีดกรีด ร่างเงาค่อยๆ เผยใบหน้าที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
เซวี่ยหลันเบิกตากว้าง มือที่ถือกระบี่ตกลงสู่พื้นดิน "เป็นไปไม่ได้... เจ้า... เจ้าควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว!"
ชิงเสวี่ยเหมันต์หวังว่าบทนี้จะตราตรึงใจและทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันนะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 36
จุดจบของจอมปลอม
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!