หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 5

การพบกันที่ไร้คำถาม

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"หากเจ้ายังไม่หยุดเล่นตลกกับวิญญาณของศิษย์น้องข้า ข้าจะทำให้ป่าผืนนี้กลายเป็นสุสานแห่งความเงียบงันตลอดกาล" เสียงของข้าก้องกังวานดุจคมกระบี่น้ำแข็งที่กรีดผ่านความว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงสะท้อนของตัวข้าเอง—เสียงที่ทับซ้อนกันราวกับเสียงกระซิบจากนรกที่เลียนแบบสำเนียงของเซวี่ยหลันได้อย่างไร้ที่ติ ข้ากำด้ามกระบี่ 'เหมันต์นิรันดร์' จนแน่นจนฝ่ามือเย็นเยียบไม่ต่างจากอาวุธคู่กาย พลังปราณสีครามแผ่ซ่านออกมาจากร่าง สั่นคลอนมวลอากาศรอบข้างจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นดินที่เน่าเฟะ จู่ๆ กลิ่นอายกดดันมหาศาลก็จางหายไปราวกับควันไฟที่ถูกกระแสลมพัดผ่าน หลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดดั่งกำลังถูกจ้องมองจากในมุมมืด "เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง... และข้าเองก็ไม่ได้มาเพื่อฟังคำขู่ของคนเสียสติ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากเบื้องหลัง ไม่ไกลจากจุดที่ข้ายืนอยู่มากนัก ข้าตวัดกระบี่หันกลับไปในทันที กลิ่นอายมารที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่ากลิ่นหอมของดอกเหมันต์ในยามเหมันต์ฤดูทำเอาหัวใจที่ด้านชาของข้ากระตุกวูบ มู่หรงเฟยยืนอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางหมอกหนาที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของกิ่งไม้แห้งขอด เขาสวมชุดยาวสีนิลสนิท ชายเสื้อปักลวดลายเมฆาสีเงินที่ดูหมองหม่น ดวงตาคู่นั้นยังคงเย็นเยียบแต่ทว่าลุ่มลึกราวกับขุมนรกที่กักขังวิญญาณนับล้านเอาไว้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่วันเดียวตั้งแต่วันที่เขาหายตัวไปจากสำนักมาร ข้าไม่ลดกระบี่ลง สายตาจดจ้องที่ดวงตาของเขาอย่างไม่กะพริบ "มู่หรงเฟย... เจ้ายังกล้าปรากฏตัวต่อหน้าข้าอีกหรือ" "เหตุใดข้าต้องไม่กล้า" เขาย้อนถาม ก้าวเดินเข้ามาหาข้าอย่างช้าๆ จังหวะการเดินนั้นมั่นคงและเงียบเชียบดุจเสือร้าย "ในเมื่อโลกนี้ไม่มีที่ไหนที่ข้าจะไปไม่ได้ และไม่มีศัตรูคนใดที่ข้าต้องหลบซ่อน" "รวมถึงข้าด้วยหรือ" ข้าเค้นเสียงถาม เขาหยุดลงห่างจากปลายกระบี่ของข้าเพียงหนึ่งช่วงแขน ดวงตาของเขาจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาข้า ราวกับต้องการมองหาเศษเสี้ยวของความอ่อนแอที่ข้าพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง "เจ้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เซวี่ยหลัน... เจ้ายังคงเป็นสตรีที่ยึดติดกับอดีตและโหยหาความตายของผู้ที่จากไปมากกว่าการมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง" "อย่าได้เอาความเข้าใจที่บิดเบี้ยวของเจ้ามาตัดสินข้า" ข้าพยักหน้าเล็กน้อย กระบี่ในมือเริ่มสั่นไหวด้วยไอสังหาร "เจ้าเป็นคนล่อลวงศิษย์น้องข้าไปในคืนนั้น หรือจะปฏิเสธ" บรรยากาศโดยรอบเริ่มบีบคั้น ต้นไม้รอบกายเริ่มสั่นไหวอย่างไร้ทิศทาง แผ่นดินที่ใต้เท้าเริ่มร้าวแตกเป็นสายตามแรงกดดันจากพลังปราณมหาศาลที่ปะทะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ มู่หรงเฟยไม่ได้ชักอาวุธ เขาเพียงยืนกอดอก มองดูข้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา—มันไม่มีความโกรธ ไม่มีความเมตตา มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ข้าไม่ได้ล่อลวงนางไป..." เขาเว้นจังหวะ สายตาทอประกายประหลาด "ข้าเพียงแค่พาผู้ที่สมควรจะไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย... ออกไปจากสำนักที่กำลังจะกลายเป็นขุมนรกโดยฝีมือของเจ้าสำนักเทียนอี้" หัวใจของข้าเต้นรัวด้วยโทสะ "โกหก! เจ้าสำนักเทียนอี้คือผู้มีคุณธรรม เขาปกป้องสำนักเราจากมารเช่นเจ้า!" "คุณธรรม?" มู่หรงเฟยแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นช่างเย็นชาและน่าขนลุก "ช่างเป็นคำพูดที่น่าเวทนาเหลือเกิน เซวี่ยหลัน เจ้าคิดว่าคราบเลือดที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของเขาในคืนนั้น... เป็นเพียงหมึกเขียนตำราเซียนหรือไร?" ข้าชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพในอดีตที่เลือนลางผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ—กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งในหอตำรา เสียงกรีดร้องของศิษย์น้องที่ข้าพยายามลืมเลือน คำพูดของมู่หรงเฟยเปรียบดั่งลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงหัวใจข้าโดยตรง แต่ในฐานะศิษย์เอกของสำนักเทียนอี้ ข้าไม่อาจยอมรับความจริงที่อาจทำลายศรัทธาทั้งชีวิตของข้าได้ "ข้าไม่ฟังคำของเจ้า!" ข้าพุ่งตัวเข้าหามู่หรงเฟย กระบี่ในมือตวัดเป็นเส้นสายสีเงินวับวาว แต่มู่หรงเฟยเพียงแค่หลบหลีกด้วยการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลอย่างประหลาด ราวกับเขากำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางคมกระบี่ของข้า เขาก้าวผ่านระยะห่าง เข้ามาประชิดตัวข้าจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มือแกร่งคว้าข้อมือข้าไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับไปนิ่งสนิทตามเดิม "หากเจ้าอยากรู้ความจริง... จงวางกระบี่ลงเสีย แล้วตามข้าไปที่หลังยอดเขาหมอกพันปี" ข้าขมวดคิ้ว ลมหายใจหอบถี่ พลังปราณในกายเริ่มแปรปรวน "ข้าจะไปกับศัตรูได้อย่างไร" มู่หรงเฟยปล่อยมือข้า เขาถอยห่างออกไปสามก้าว ก่อนจะหันหลังให้ข้าอย่างไร้การป้องกัน "เจ้าไม่ได้มาที่ป่านี้เพราะบังเอิญใช่หรือไม่? ข้าเห็นเจ้าเดินวนเวียนอยู่ที่เดิมมาสามชั่วยามแล้ว... ราวกับคนหลงทางในม่านมายาที่เจ้าเองก็มองไม่เห็น" คำพูดนั้นทำเอาข้าตื่นตระหนก ข้าหันมองรอบตัว—ป่าที่เคยดูคุ้นตา บัดนี้กลับบิดเบี้ยวไปราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำฝนชะล้าง เส้นทางที่ข้าจำได้อย่างแม่นยำหายไป กลายเป็นหน้าผาสูงชันที่ไม่มีอยู่จริง! "นี่คือเขตแดนมายาของเจ้า?" ข้าตะโกนถาม "ไม่ใช่ของข้า" มู่หรงเฟยหันกลับมา แววตาของเขาคราวนี้เต็มไปด้วยความจริงจังที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน "แต่มันคือกับดักที่ 'เขา' วางไว้ให้เราทั้งคู่มาเจอกัน... เพื่อที่จะปิดปากเราทั้งสองคนไปพร้อมๆ กัน" เขาก้าวถอยหลังลงไปในเงาของต้นไม้ใหญ่ ทันใดนั้นร่างของเขาก็เริ่มจางหายไปราวกับหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนข้าแทบไม่ได้ยิน "ระวังให้ดี เซวี่ยหลัน... กลิ่นอายของคนที่ฆ่าน้องสาวเจ้า กำลังคืบคลานเข้ามาในเงามืดด้านหลังเจ้าแล้ว" ข้าหยุดหายใจทันที ขนลุกชันไปทั่วร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่ไม่ใช่ของมู่หรงเฟย แต่มันคือไอสังหารที่แฝงกลิ่นอายศรัทธาอันจอมปลอมของเจ้าสำนักเทียนอี้ ข้าค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียงความมืด... แต่มันคือร่างของศิษย์น้องข้า ที่ยืนนิ่งสนิทราวกับตุ๊กตาไม้ ใบหน้าของนางยิ้มกว้างจนเห็นถึงเหงือก แต่ดวงตานั้นกลับโบ๋กลวงและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นเลือด! ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันหนาวเหน็บนี้ไปพร้อมกับข้า หวังว่าทุกท่านจะยังคงจับกระบี่ในมือให้มั่นจนกว่าจะถึงตอนถัดไปนะคะ - ชิงเสวี่ยเหมันต์ -
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%