"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้บังอาจก้าวเท้าเข้ามาในเขตหวงห้ามของยอดเขาเทียนอี้ด้วยสีหน้าไร้ยางอายเช่นนั้น!"
เสียงตวาดกร้าวของศิษย์เอกฝ่ายกฎหมายสำนักดังกึกก้องไปทั่วลานฝึกหัดที่เต็มไปด้วยความร้อนระอุของฤดูร้อน ศิษย์หลายร้อยชีวิตต่างหยุดชะงัก สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเหยียดหยามจับจ้องไปยังร่างในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ดูโดดเดี่ยวกลางสนามหญ้า เซวี่ยหลันไม่ได้ขยับกาย เธอเพียงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหยกเย็น ดวงตาคู่หงส์ที่เรียบเฉยราวมหาสมุทรน้ำแข็งไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดหวั่น
"ยามใดที่สุนัขในสำนักเห่าหอน เสียงนั้นย่อมมิอาจรบกวนความเงียบสงบของภูผาได้" น้ำเสียงของเซวี่ยหลันราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของผู้ที่ได้ยิน
"นังมารร้าย! วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าได้รู้จักว่าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่แท้จริงนั้นไม่อนุญาตให้เศษสวะเช่นเจ้าเดินเพ่นพ่าน!" ศิษย์เอกคนนั้นชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีส้มแดงของเปลวเพลิงปราณที่ฝึกฝนมาพุ่งทะยานออกมาจากคมดาบ มันร้อนแรงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว
เซวี่ยหลันไม่ได้ชักอาวุธ เธอเพียงปัดแขนเสื้อเบาๆ ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงจนเหงื่อกาฬไหลซึมของคนรอบข้าง จู่ๆ ความร้อนระอุเหล่านั้นกลับมลายสิ้นไปราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง
กึก...
หยาดน้ำค้างแข็งเริ่มเกาะตัวบนใบไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะความร้อน ทันใดนั้น เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์กลับร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางเปลวแดดกลางฤดูร้อนที่แผดเผา มันร่วงหล่นอย่างเชื่องช้า สง่างาม ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง เหล่าศิษย์ที่ล้อมรอบต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่มาพร้อมกับความหนาวเย็น
มู่หรงเฟยที่ยืนมองจากมุมมืดของศาลาเบื้องบน ดวงตาของเขาวูบไหวด้วยความห่วงใยและชื่นชม เขาเห็นนาง... เห็นเงาของศิษย์น้องที่จากไปซ้อนทับอยู่ในท่าทางที่เย็นชานั้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นความมืดมิดที่นางพยายามซ่อนไว้ภายใต้พลังเย็นเยือกนี้
"เจ้าคิดจะใช้วิชาสายมารน้ำแข็งที่สาบสูญไปแล้วอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำของเจ้าสำนักเทียนอี้ดังขึ้น เขาเดินออกมาจากเงามืดด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่ฉาบไว้ด้วยคุณธรรม "วิชาที่ทำให้สำนักของเจ้าต้องล่มสลาย... วันนี้ข้าจะชำระความแค้นแทนบรรพชนด้วยมือของข้าเอง"
เซวี่ยหลันเงยหน้าขึ้น สบตาเจ้าสำนักผู้เปี่ยมด้วยตบะแก่กล้า ความทรงจำถึงคืนที่หิมะสีเลือดตกพรมทับรอยเท้าของศิษย์น้องที่สิ้นลมยังคงวนเวียนในหัวใจ นางไม่ได้โกรธแค้น แต่นางกำลังรอคอย... รอคอยที่จะให้ชายผู้นี้ชดใช้ด้วยความเย็นที่แช่แข็งวิญญาณ
นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยเท้าที่นางเหยียบลงไปบนพื้นดินกลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทุ่งหญ้าสีเขียวขจีในฤดูร้อนพลันกลายเป็นทุ่งหิมะในชั่วพริบตา
"เจ้าสำนักเทียนอี้..." เซวี่ยหลันเอ่ยแผ่วเบา ทว่ากลับดังก้องไปทั่วลาน "ท่านบอกว่านี่คือวิชามารที่สาบสูญ แต่ข้ากลับมองว่านี่คือการทวงคืนความยุติธรรม... ความยุติธรรมที่ท่านเคยกดขี่พวกเราไว้ใต้ภูเขาหิมะแห่งความลับของท่าน"
นางยกมือขึ้น เกล็ดหิมะรอบตัวหมุนวนรวมตัวกันเป็นกระบี่น้ำแข็งที่แหลมคมดุจเขี้ยวของปีศาจ พลังกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เหล่าศิษย์จนต้องทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความอึดอัดดั่งถูกขุนเขาทับ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่น้ำแข็งกำลังจะพุ่งเข้าหาเจ้าสำนักเทียนอี้ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยและสั่นสะท้านก็ดังขึ้นข้างหูของเซวี่ยหลัน ราวกับภูตผีที่ตามหลอกหลอนจากอดีต
"ศิษย์พี่... ท่านจำได้หรือไม่ ว่าพลังนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าคนบริสุทธิ์... แต่มีไว้เพื่อปลิดชีพคนโกหกที่อยู่ตรงหน้าเราอย่างไร?"
เซวี่ยหลันชะงักงัน กระบี่น้ำแข็งในมือนางสั่นระริก เมื่อเงาของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่นางคิดว่าตายไปแล้วนับสิบปี กำลังยืนยิ้มให้เจ้าสำนักเทียนอี้อยู่เบื้องหลังม่านพายุหิมะ... บุคคลที่ควรจะเป็นศพ กลับมีลมหายใจและแววตาที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามารฟ้าตนใด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านฤดูหนาวและฤดูร้อนไปกับเซวี่ยหลันในบทนี้ด้วยกันนะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 6
หิมะโปรยกลางฤดูร้อน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!