หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 26

การฟื้นตัวของหิมะ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า... ร่างกายที่ถูกทำลายจนปราณธาตุแตกสลายไปครึ่งหนึ่งของข้านั้น กำลังหลอมรวมเอาไอเย็นจากนรกขุมที่เก้ามาเป็นกระดูกงูใหม่น่ะหรือ มู่หรงเฟย?" น้ำเสียงของเซวี่ยหลันราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความกังวานของคมดาบที่พาดผ่านลำคอ นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินหยกเย็นใจกลางถ้ำลับที่ถูกปกคลุมด้วยอาคมเงียบสงัด ผิวพรรณที่เคยซีดเผือดดั่งกระดาษสา บัดนี้กลับมีเส้นสายสีครามเรืองรองดุจลายแกะสลักของหิมะนิรันดร์ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง มู่หรงเฟยที่ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำอยู่ไม่ไกลนัก ถอนหายใจยาว แววตาของอดีตเจ้าสำนักมารผู้สุขุมไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย เขากลับมองนางด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "มันไม่ใช่การฟื้นตัวแบบคนทั่วไป เซวี่ยหลัน... เจ้ากำลังเปลี่ยนผ่านจาก 'ผู้บำเพ็ญเพียร' ไปสู่สิ่งที่แม้แต่ข้ายังไม่อยากจะเรียกชื่อ" เซวี่ยหลันขยับปลายนิ้ว เกล็ดหิมะเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในอากาศรอบตัวนางก่อนจะระเหยกลายเป็นไอพิษที่กัดกร่อนหินผาจนกลายเป็นผุยผง "คนตายไปแล้วศิษย์น้องของข้า... ส่วนข้าที่ยังหายใจอยู่ ก็เปรียบดั่งศพที่เดินได้เพื่อรอวันล้างแค้น เจ้าคิดว่าข้าจะแคร์งั้นหรือว่าข้าจะกลายเป็นอะไร?" "เจ้าแคร์" มู่หรงเฟยเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองบีบคั้นจนแทบขาดใจ "เจ้าแคร์เพราะถ้าเจ้าสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทั้งหมด เจ้าจะเหลือเพียงความว่างเปล่า และนั่นคือสิ่งที่เจ้าสำนักเทียนอี้ต้องการ... เขาต้องการให้เจ้ากลายเป็นสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง เพื่อที่เขาจะได้มีข้ออ้างอันชอบธรรมในการ 'กวาดล้าง' เจ้าออกไปจากยุทธภพในนามของความถูกต้อง" เซวี่ยหลันแค่นยิ้ม เสียงหัวเราะแผ่วเบาของนางเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าไอหิมะ "ความถูกต้อง? สองมือของคนผู้นั้นเปื้อนเลือดของศิษย์น้องข้าจนมิด แล้วเขายังกล้าอ้างความถูกต้องอีกหรือ? ข้าไม่ได้ต้องการฟื้นตัวเพื่อที่จะกลับไปเป็นเซียนที่เมตตาหรอกนะมู่หรงเฟย... ข้าต้องการพลังที่จะบดขยี้ทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้นจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี" ทันใดนั้น ร่างกายของนางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณที่เคยควบคุมได้ดั่งใจกลับปั่นป่วนราวกับพายุคลั่ง ลมหายใจของนางกลายเป็นไอเย็นเยือกที่พุ่งออกมาดั่งหมอกหนา เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังระงมไปทั่วถ้ำ ราวกับร่างของนางกำลังถูกหักและประกอบใหม่ด้วยน้ำแข็งที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กไหล "เซวี่ยหลัน! คุมสติไว้!" มู่หรงเฟยพุ่งตัวเข้ามากดมือลงบนไหล่ของนาง ไอสังหารสีดำมืดของเขาแผ่ซ่านเพื่อต้านทานพลังที่กำลังแตกซ่าน แต่มันกลับถูกไอเย็นของนางกระแทกกลับจนเขาต้องถอยกรูด กระอักเลือดออกมาคำโต "อย่า... เข้ามา..." เซวี่ยหลันกัดฟันแน่น ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนไร้แววตา เกล็ดหิมะที่งอกออกมาจากผิวหนังเริ่มกลายเป็นผลึกแก้วแหลมคม "มันไม่ได้ฟื้นตัวแค่พลัง แต่มันกำลังดึง 'ความทรงจำ' ออกมาด้วย... ความทรงจำที่ข้าอยากจะลืมที่สุด" ภาพนิมิตปรากฏขึ้นตรงหน้า—ภาพของสำนักที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงสีทองของเทียนอี้ ภาพศิษย์น้องที่ร่ำไห้ในอ้อมกอดของนางก่อนจะดับสูญ ความเจ็บปวดที่ถูกฝังลึกถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นด้วยพลังฟื้นฟูมหาศาลนี้ มันไม่ใช่พรสวรรค์ แต่มันคือ 'คำสาป' ที่รั้งให้นางจมอยู่ในความแค้นชั่วนิรันดร์ "ข้าเห็นแล้ว... มู่หรงเฟย" นางเงยหน้าขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปที่ความว่างเปล่า "เขาส่งคนมาที่นี่... ไม่ใช่คนของเขา แต่นำสิ่งที่ข้าฝังไว้ในสุสานบูรพามาด้วย" มู่หรงเฟยชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "ไม่มีทาง เจ้าผนึกมันไว้ด้วยอาคมด่านสุดท้ายแล้ว ต่อให้เป็นเทียนอี้ก็ไม่มีทางเปิดมันได้" "เขามีจี้หยกที่ตกมาจากคอของศิษย์น้องข้า... ของสิ่งนั้นคือกุญแจ" เซวี่ยหลันลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยบอบช้ำกลับมาสง่างามและเปี่ยมด้วยไอสังหารที่แผ่พุ่งจนม่านอาคมรอบถ้ำถึงกับร้าว "เขาไม่ได้แค่ส่งคนมา แต่เขากำลังนำ 'ร่าง' ของนางมาเป็นเหยื่อล่อให้ข้าเดินเข้าไปในกับดัก" มู่หรงเฟยหน้าถอดสี "ถ้าเจ้าไปตอนนี้ นั่นเท่ากับเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ต่อแผนล่อเสือออกจากถ้ำ!" เซวี่ยหลันหันกลับมามองเขา รอยยิ้มที่งดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยความโหดร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ข้าไม่ได้ไปเพื่อติดกับดักมู่หรงเฟย... ข้าไปเพื่อฝังทุกคนที่แตะต้องสิ่งที่ข้าหวงแหนที่สุดให้ลึกลงไปในนรก" นางสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ประตูถ้ำที่ปิดตายมานานหลายเดือนก็แตกกระจายกลายเป็นผงละเอียด แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องลงมาบนร่างของนาง เผยให้เห็นเส้นผมสีขาวโพลนที่ยาวสลวยจนถึงพื้น ความงดงามของนางในยามนี้ดูราวกับเทพีแห่งความตายที่เพิ่งตื่นจากนิทรา ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะก้าวออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในการคาดการณ์ก็ดังก้องขึ้นที่ปากทางถ้ำ มู่หรงเฟยชักกระบี่ออกมาทันที "ใคร!" ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืดของแมกไม้ มือข้างหนึ่งถือสิ่งของที่ทำให้เซวี่ยหลันต้องหยุดชะงักกึกทันที มันคือ 'กระดิ่งเงิน' ที่นางเคยคล้องคอให้ศิษย์น้องคนเดียวในวันที่จากลา และบัดนี้ กระดิ่งนั้นกำลังส่งเสียงสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับจะบอกว่าคนที่ถือมันมานั้น... ไม่ใช่มนุษย์ ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าไร้ดวงตา ทว่ากลับมีพลังปราณของศิษย์น้องของนางไหลเวียนอยู่อย่างชัดเจน "ท่านพี่... ข้ากลับมาตามคำสัญญาแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหิมะอันเหน็บหนาวไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%