"เจ้าจะยอมให้ความแค้นกัดกินวิญญาณจนแตกสลายไปเช่นนั้นหรือ เซวี่ยหลัน?"
เสียงทุ้มต่ำของมู่หรงเฟยดังก้องในความเวิ้งว้างของมิติจิตสำนึก ราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เย็นเยียบ ข้า—เซวี่ยหลัน—ลืมตาขึ้นในความมืดมิดที่ไร้ขอบเขต ร่างกายนี้ยังคงเป็นร่างเดิมที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากวิชาสายมารที่ปะทะกับกระบี่ธรรมะของเจ้าสำนักเทียนอี้ แต่ทว่าในขณะนี้ พลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในกลับไม่ใช่ไอเซียนที่บริสุทธิ์สะอาด หากแต่เป็นไอสีดำทมิฬที่ดุดันและร้อนแรงราวกับเพลิงนรก
ข้าก้มมองฝ่ามือที่สั่นเทา เลือดสีเข้มหยดลงบนพื้นหินอ่อนที่แตกละเอียด มันไม่ใช่เลือดธรรมดา แต่มันคือไอมารที่กำลังกัดกินเส้นชีพจรของข้าอย่างเงียบเชียบ
"ความแค้นหรือ? หึ..." ข้าแค่นหัวเราะ เสียงของข้าแหบพร่าและเย็นชาจนแม้แต่ตัวข้าเองยังรู้สึกหวั่นใจ "หากความแค้นสามารถแลกมาด้วยชีวิตของศิษย์น้องข้า ต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจร้ายที่ไร้ชื่อแซ่ ข้าก็จะทำ"
มู่หรงเฟยขยับกายเข้ามาใกล้ เงาร่างของเขาสลัวเลือน แต่ดวงตานั้นยังคงแฝงแววห่วงใยที่ข้าไม่ต้องการ—ความห่วงใยที่ชวนให้ข้านึกถึงวันที่ข้าสูญเสียทุกอย่าง "เจ้ากำลังเดินไปบนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้น การหลอมรวมปราณมารไม่ใช่การบำเพ็ญเพียร แต่มันคือการแลกเปลี่ยนวิญญาณ หากเจ้าควบคุมมันไม่ได้ เจ้าจะถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของมนุษย์"
ข้าเมินเฉยต่อคำเตือนนั้น มือขวาประสานอินอย่างมั่นคง ปราณมารที่ไหลวนอยู่ในจุดตันเถียนเริ่มสั่นสะท้าน ข้าไม่ได้พยายามจะกดมันลง แต่นี่คือการ 'โอบรับ' ข้าขัดเกลาพลังร้ายนั้นด้วยเจตจำนงแห่งการล้างแค้น เปลี่ยนความโกรธเกลียดให้กลายเป็นเชื้อเพลิงแห่งการบรรลุธรรมวิถีใหม่
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง ราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ไขสันหลัง ข้ากัดฟันแน่นจนรสคาวเลือดปร่าอยู่ในลำคอ เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมผ่านอาภรณ์สีขาวที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยรอยด่างดำแห่งมลทิน
"เจ้าสำนักเทียนอี้..." ข้าพึมพำชื่อนั้นด้วยความเคียดแค้นที่พุ่งพล่าน "มันใช้คุณธรรมบังหน้า แต่ใต้เงามืดนั้นมันคือผู้ที่กระชากวิญญาณศิษย์น้องของข้าไป ข้าจะทำให้มันได้ลิ้มรสความทรมานที่ข้าได้รับเป็นร้อยเท่า"
ขณะที่ข้ากำลังจดจ่ออยู่กับการหมุนเวียนพลัง จู่ๆ บรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยนไป ไอเซียนรอบข้างที่เคยเงียบสงบพลันสั่นสะเทือนมหาศาล กำแพงมิติจิตสำนึกของข้าเริ่มปรากฏรอยร้าว เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของมู่หรงเฟย และไม่ใช่เสียงของข้า แต่มันคือเสียงของ 'ศิษย์น้อง' ที่ข้าฝังกลบลงในความทรงจำไปนานแล้ว
'ศิษย์พี่... เจ้ากำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ'
ข้าชะงัก ลมปราณในร่างปั่นป่วนจนเกือบธาตุไฟแตก แต่แล้วข้ากลับนิ่งสงบลงอย่างประหลาด ข้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีหม่นของข้าในตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งโลหิตที่อาบย้อมผืนหิมะ ข้าไม่ได้ตอบสนองต่อเสียงหลอนนั้น แต่ข้ากลับเค้นยิ้มที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวออกมา
"ไม่มีทางหวนกลับงั้นหรือ? ก็ดี... ข้าเองก็ไม่ได้คิดจะกลับไปยืนในที่ที่ไม่มีนางอยู่แล้ว"
ข้าสะบัดมือเพียงครั้งเดียว พลังมารที่เคยกักขังอยู่ภายในก็ทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก มันก่อตัวเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬรอบตัวข้า ทำลายความเงียบสงัดของสถานที่บำเพ็ญเพียรนี้จนราบเป็นหน้ากลอง มู่หรงเฟยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าที่เคยสุขุมมีรอยร้าวของความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้
ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะบรรลุการหลอมรวมขั้นแรก ประตูห้องโถงลับที่ปิดตายมานานหลายปีก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยกำลังมหาศาล เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในแสงสลัว แสงจากภายนอกทำให้ข้ามองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนไม่ชัดเจนนัก แต่กลิ่นอายที่เขานำมาด้วยนั้นทำให้หัวใจของข้าหยุดเต้นไปชั่วขณะ
นั่นไม่ใช่ศัตรู... แต่เป็นคนคนหนึ่งที่ข้าคิดว่าสิ้นชีพไปในกองเพลิงวันนั้น
"ศิษย์พี่... ท่านยังไม่ตายจริงๆ ด้วย"
เสียงนั้น... เสียงที่ข้าโหยหามาตลอดสิบปี!
ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจะก้าวไปหานาง รอยยิ้มที่มุมปากของนางกลับค่อยๆ บิดเบี้ยวเปลี่ยนไป มันไม่ใช่รอยยิ้มของศิษย์น้องที่แสนดี แต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันของคนที่สวมหน้ากากมนุษย์ มือของนางค่อยๆ เอื้อมมาแตะที่คอเสื้อ แล้วกระชากลง เผยให้เห็นรอยตราประทับสีดำสนิทที่หน้าอก... ตราประทับของ 'สำนักมารฟ้า' ที่ข้าสาบานว่าจะทำลายล้างให้สิ้นซาก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันแสนโดดเดี่ยวของข้านะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้ท่านรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แฝงไปด้วยเพลิงแค้นนะคะ
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 3
จุติใหม่ในร่างเดิม
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!