"เลือดของศิษย์น้องข้า... ยังคงไหลเวียนอยู่ในดาบเล่มนี้หรือไม่ เจ้าสำนักเทียนอี้?"
เสียงของเซวี่ยหลันราบเรียบ ทว่าความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกลับทำให้หยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา นางยืนตระหง่านอยู่บนลานหินกว้างของยอดเขาเมฆาคล้อย สายลมยามวิกาลกรีดผิวหน้าจนปวดแสบ แต่ดวงตาของนางกลับจ้องเขม็งไปยังร่างของบุรุษวัยกลางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เจ้าสำนักเทียนอี้หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ดูใจดีตามแบบฉบับของผู้มีคุณธรรมนั้นบิดเบี้ยวขึ้นเล็กน้อย เขากระชับกระบี่ในมือแน่น ประกายสีทองล้อมรอบตัวเขาประหนึ่งเกราะคุ้มกัน
"ศิษย์น้องของเจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานแห่งโชคชะตา เซวี่ยหลัน" เขากล่าวพลางปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างไม่ใส่ใจ "การที่นางต้องตายเพื่อความรุ่งโรจน์ของสำนักเทียนอี้ นับเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ผู้บำเพ็ญเพียรพึงมี เจ้ายังจะยึดติดกับซากศพที่เน่าเปื่อยไปนานปีอยู่ทำไม?"
มู่หรงเฟยที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ใบหน้าสุขุม เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่บีบกระบี่ในมือจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ ความเงียบงันระหว่างทั้งสามคนเปรียบดั่งสายธนูที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ
เซวี่ยหลันไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา นางเพียงแค่วาดมือผ่านอากาศช้าๆ ปราณสีครามเข้มข้นม้วนตัวออกมาจากปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าหาเจ้าสำนักเทียนอี้ด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองทัน!
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่ปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาท พื้นหินที่เท้าของทั้งคู่เหยียบอยู่แตกร้าวและยุบตัวลงเป็นวงกว้าง แรงปะทะของปราณเซียนและปราณมารที่ปะทะกันก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่ฉีกกระชากเมฆาเบื้องบนให้กระจายตัว
"ช่างใจร้อนนัก!" เทียนอี้คำราม พลังปราณสีทองระเบิดออกผลักร่างของเซวี่ยหลันให้ถอยหลังไปหลายก้าว แต่นางกลับพลิกตัวกลางอากาศแล้วร่อนลงอย่างสง่างาม ดาบในมือของนางปลดปล่อยไอสังหารสีดำสนิทออกมา ราวกับห้วงเหวที่ไม่มีวันสิ้นสุด
มู่หรงเฟยอาศัยจังหวะที่เทียนอี้เสียหลักพุ่งตัวเข้าแทรกซาก เขาสะบัดกระบี่เป็นวิถีโค้งที่พิสดาร หมายจะตัดผ่านเส้นชีพจรที่หัวไหล่ของศัตรู ทว่าเจ้าสำนักเทียนอี้กลับไหวตัวทัน เขาหมุนร่างหลบและใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่อกของมู่หรงเฟยเต็มแรง
"อึก!" มู่หรงเฟยกระอักเลือดออกมา คำหนึ่งหยดลงบนพื้นหินก่อนจะมอดไหม้เป็นไอสีดำ
"ท่านพี่!" เซวี่ยหลันอุทาน หัวใจของนางกระตุกวูบ ความโกรธแค้นที่เคยควบคุมไว้ได้บัดนี้ระเบิดออกจนไร้สติ นางโคจรลมปราณมารฟ้าสังหารจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบยอดเขาเริ่มสั่นสะเทือน เสียงก้อนหินเริ่มปริแตกและลอยคว้างกลางอากาศ
"ตายเสียเถิด!" นางคำราม เสียงนั้นดังก้องไปทั่วหุบเขา ดาบในมือวาดวงกลมสีดำมืดมิด กลืนกินรัศมีของแสงจันทร์ไปจนหมดสิ้น พลังมหาศาลพุ่งเข้าห่อหุ้มยอดเขาเมฆาคล้อยทั้งหมด
*ครืนนนนน!*
ยอดเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนดั่งโกรธเกรี้ยว ผืนดินเริ่มแยกออกจากกัน ต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างรอบข้างถูกแรงปะทะของพลังเซียนและมารบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง ท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้งไปทั่ว เจ้าสำนักเทียนอี้เบิกตากว้าง ความมั่นใจของเขาสลายหายไปในพริบตา เมื่อพบว่าเซวี่ยหลันในเวลานี้ไม่เหลือเค้าเดิมของเซียนผู้เยือกเย็นอีกต่อไป นางกลายเป็นปีศาจแห่งความแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง
"เจ้า... เจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนมารแล้วหรือ!" เทียนอี้ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก เขารีบตั้งค่ายกลป้องกัน ทว่ามันกลับไร้ความหมายเมื่อดาบของเซวี่ยหลันฟาดฟันลงมาดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางใจภูเขา
แรงปะทะครั้งสุดท้ายทำลายยอดเขาแห่งนี้จนราบคาบ หินผาทลายลงมาทับถมกันเป็นกองซากปรักหักพัง พลังงานมหาศาลระเบิดออกจนท้องฟ้ากลายเป็นสีโลหิตชั่วครู่หนึ่ง ก่อนความเงียบสงัดจะเข้าปกคลุมทุกพื้นที่อีกครั้ง
ท่ามกลางเศษซากหิน เซวี่ยหลันยืนหอบหายใจหนักหน่วง นางปักดาบลงกับพื้นเพื่อพยุงกาย ร่างของนางเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากแรงสะท้อนของพลัง ทว่าสายตาของนางยังคงจ้องมองไปยังหลุมลึกตรงหน้าที่เคยเป็นจุดที่เทียนอี้ยืนอยู่
ไม่มีร่องรอยของศัตรู... ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของวิญญาณ
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงปรบมือที่ฟังดูเชื่องช้าและเย็นยะเยือกก็ดังขึ้นจากเงามืดเบื้องหลังซากปรักหักพัง ทั้งเซวี่ยหลันและมู่หรงเฟยต่างชะงัก ร่างบุรุษในชุดขาวสะอาดตาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด ใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักนั้นดูคุ้นตาจนน่าขนลุก
เขามองมาที่ทั้งคู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของเซวี่ยหลันแทบหยุดเต้น
"ช่างเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม... แต่เจ้าเข้าใจผิดมาโดยตลอดนะเซวี่ยหลัน คนที่ฆ่าศิษย์น้องของเจ้าในวันนั้น... แท้จริงแล้วมิใช่คนอย่างเทียนอี้หรอก"
เขาหยุดเว้นระยะ พลางขยับรอยยิ้มที่ทำให้โลหิตในกายของนางเย็นเยียบ "หากแต่เป็น 'คนใกล้ตัว' ที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้ามาตลอดอย่างไรเล่า"
นัยน์ตาของเซวี่ยหลันเบิกกว้าง นางหันไปมองมู่หรงเฟยที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ พร้อมกับหยดเลือดที่ค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปากของเขา—มิใช่จากการต่อสู้ แต่เป็นเลือดที่เขากระอักออกมาจากความหวาดกลัวที่ถูกเปิดโปง
การเดินทางของท่านในครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับความจริงที่เจ็บปวดเกินจะรับไหว หวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างข้าไปจนถึงตอนสุดท้ายนะคะ
จากใจ ชิงเสวี่ยเหมันต์
หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร•ตอนที่ 13
เผชิญหน้าเจ้าสำนักย่อย
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หิมะโปรยเหนือยอดเขาเซียน: วิถีมารฟ้าสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!