พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 16

พบพานยอดฝีมือเร้นกาย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เสียงตวาดสะท้านพงไพรยังไม่ทันจางหาย ขวดสุราหยกเขียวก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วระดับดุจสายฟ้าฟาด หลี่เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย สัญชาตญาณนักสู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนสั่งการให้เขาบิดข้อศอกขวา หมัดเหล็กทลายภูผาถูกซัดออกไปปะทะกับขวดสุราโดยตรงทันที *เปรี้ยง!* แรงปะทะหนักหน่วงราวกับค้อนยักษ์ฟาดลงบนทั่งเหล็ก ร่างของหลี่เฉินไถลถอยหลังไปสามก้าว รอยเท้าลึกจมลงไปในดินเปียกชื้น ขณะที่ขวดสุราใบนั้นกลับสะท้อนกลับไปตามวิถีเดิมโดยไม่มีรอยแตกร้าวแม้แต่น้อย มือของหลี่เฉินชาหนึบ เส้นโลหิตที่แขนเต้นตุบๆ ความตกตะลึงฉายชัดขึ้นในดวงตาคมกริบของเขา นี่ไม่ใช่เรี่ยวแรงของคนธรรมดา แต่มันคือพลังลมปราณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง "ฝีมือไม่เลว... แต่กระบวนท่าขัดเขินไร้ซึ่งวิญญาณ!" เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นจากเงาไม้ทึบเบื้องหน้า ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเก่ามอมแมม ผมเผ้ากระ세ยยุ่งเหยิงและมีคราบเหล้าเลอะเปรอะเปื้อนเต็มอก กลิ่นสุรารุนแรงโชยมาแตะจมูกจนฉุนกึก เขากำลังถือไânสุรากระดกเข้าปากอึกใหญ่โดยไม่สนใจสายระแวดระวังของสองสหายเลยแม้แต่น้อย ไป๋ฮ่าวหรี่ตาลงคมกริบ มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ประจำกายไว้มั่น พลังลมปราณตระกูลไป๋ถูกโคจรเตรียมพร้อมรับมือยามคับขัน เขาสังเกตเห็นจุดที่น่ากลัวที่สุดคือ ชายชราผู้นี้ก้าวเท้าเหยียบอยู่บนใบร่วงหล่น แต่ใบร่วงเหล่านั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แสดงถึงวิชาตัวเบาที่บรรลุถึงขั้นไร้ร่องรอยอย่างแท้จริง "ท่านผู้อาวุโส พวกเราเป็นเพียงนักเดินทางที่ผ่านมาทางนี้ มิได้มีเจตนารบกวนความสงบ" ไป๋ฮ่าวประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมตามวิสัยคุณชายผู้ดี แต่สายตายังคงระแวดระวัง ชายชราเหลียวมองไป๋ฮ่าวแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่น "นักเดินทาง? ฮ่าๆๆ ในป่าทึบอสูรคำรามแห่งนี้ มีแต่นักล่ากับเหยื่อ เจ้าเด็กน้อยตระกูลไป๋... เพลงกระบี่ตระกูลเจ้าสืบทอดสายวิชามาจากกระบี่ไร้ลักษณ์จริง แต่วิชาตัวเบาของเจ้ายังอ่อนหัดนัก หากเจอปรมาจารย์ที่แท้จริง หัวของเจ้าคงหลุดจากบ่าไปสิบหนแล้ว" คำพูดนั้นจี้ใจดำและแม่นยำจนไป๋ฮ่าวชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที หลี่เฉินก้าวขึ้นมาขวางหน้าสหายรัก แววตาเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้เปล่งประกายความดุดัน "ถ้าท่านคิดว่าพวกเราอ่อนหัดนัก ทำไมไม่ลองสอนสั่งด้วยหมัดมวยของท่านเล่า?" หลี่เฉินท้าทาย เลือดนักสู้ในกายเดือดพล่าน เขารู้สึกได้ว่าชายชราเบื้องหน้าคือขุมทรัพย์แห่งวิชาที่หายากยิ่งในยุทธภพ ปรมาจารย์เมาสุราหรี่ตาลง มองสำรวจหลี่เฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาขี้เมาเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นประกายคมปลาบราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก รอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดี! ดีนัก! เจ้าหนุ่มนี่มีจิตวิญญาณของพยัคฆ์ร้ายที่ไร้โซ่ตรวน ทว่า... หมัดของเจ้ายังเต็มไปด้วยความแค้นและความโกรธเกรี้ยว ความแค้นทำให้หมัดหนักหน่วง แต่มันก็ทำให้หมัดเปราะบางและมีช่องโหว่ มารับหมัดของข้าสักกระบวนท่า หากเจ้ายังยืนหยัดอยู่ได้ ข้าจะยอมคุยกับพวกเจ้า" สิ้นคำ ชายชราก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี! หลี่เฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่น ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด เขาไม่มองหาด้วยตา แต่ใช้ความรู้สึกรับรู้กระแสลมที่ถูกแหวกผ่าน ร่างของปรมาจารย์เมาสุราปรากฏขึ้นเบื้องหน้าในพริบตา นิ้วมือที่เรียวยาวราวกับกิ่งไม้แห้งจิ้มตรงมาที่จุดชีพจรกลางอกของหลี่เฉินอย่างแม่นยำไร้ที่ติ *เร็วเกินไป!* หลี่เฉินเบี่ยงตัวหลบไม่ทัน เขาทำได้เพียงยกแขนขึ้นไขว้กันเป็นรูปกากบาทเพื่อป้องกัน พลังลมปราณหนักหน่วงดั่งภูผากระแทกเข้าที่แขนของเขาเต็มรัก แรงกระแทกนั้นส่งผลให้ร่างของเขาปลิวลอยถอยหลังไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนสะเทือนไปทั้งแถบ เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากของเด็กหนุ่ม "เฉินเอ๋อร์!" ไป๋ฮ่าวอุ้ยร้องด้วยความตกใจ พุ่งตัวเข้าไปประคองสหาย หลี่เฉินปาดเลือดที่มุมปากทิ้ง ดวงตาคมกริบไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความดื้อรั้นและประกายแห่งความเข้าใจบางอย่าง เขาฝืนยืนขึ้นด้วยลำขาที่สั่นเทาเล็กน้อย "พลังของท่าน... ไม่ได้ใช้ความโกรธเกรี้ยว แต่ใช้ความลื่นไหลราวกับสายน้ำ... และหนักหน่วงราวกับแผ่นดิน" หลี่เฉินพึมพำ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา "ข้าเข้าใจแล้ว..." ปรมาจารย์เมาสุรายกขวดสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง แววตาฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด แม้จะซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเกียจคร้านก็ตาม "หึ เจ้าหนุ่ม หัวไวใช้ได้... แต่วิชายุทธไม่ได้เรียนรู้เพียงแค่การมอง นั่งลงตรงนี้ ข้าจะชี้จุดตายในลมปราณของพวกเจ้าให้เห็นกับตา หากพวกเจ้าทนรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้ ก็ไสหัวออกไปจากป่านี้เสีย!" ทั้งสองสหายมองหน้ากัน ไม่ลังเลแม้แต่น้อย หลี่เฉินและไป๋ฮราวนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นดินชื้นแฉะ หลับตาลงและเตรียมพร้อมรับการถ่าย ปรมาจารย์เมาสุราเดินเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วแตะลงที่จุดตันtianของหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวพร้อมกัน พลังลมปราณอุ่นร้อนแต่แฝงด้วยความรุนแรงพุ่งทะลักเข้าสู่ร่างของทั้งคู่ราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก หลี่เฉินกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดเสียดแท่นราวกับกระดูกถูกบดละเอียดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า แต่เขาก็อดกลั้นเอาไว้ไม่ยอมส่งเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาเป็นลำแสงสีทอง ปรมาจารย์เมาสุราถอนมือกลับ ร่างของชายชราเซเล็กน้อยเนื่องจากฤทธิ์สุรา แต่แววตาเปล่งประกายล้ำลึก "เอาละ รากฐานของพวกเจ้าได้รับการชำระล้างแล้ว นับจากนี้..." จู่ๆ ปรมาจารย์เมาสุราก็หยุดชะงัก สีหน้าที่เคยเกียจคร้านและเมามายพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน เขากวาดตามองไปยังทิศทางเบื้องลึกของป่าทึบ ซึ่งความมืดมิดยามพลบค่ำกำลังคืบคลานเข้ามา เงาร่างสีดำนับสิบสายพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง กลิ่นอายโลหิตและจิตสังหารอันชั่วร้ายแผ่กระจายปกคลุมทั่วบริเวณจนอุณห็ภูมิลดฮวบลงอย่างน่ากลัว "หึ ตามมาเร็วกว่าที่คิด..." ปรมาจารย์เมาสุราแค่นเสียงเย็นชา "ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของพวกเจ้า จะมาเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เสียอีกนะ หลี่เฉิน!" พยัคฆ์ขาวคำรามขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%