กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความตายที่ลอยวนเวียนอยู่ในห้องโถงหินทมิฬ
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างเจ้า จะต่อกรกับ 'วิชามารกลืนนภา' ของข้าได้?"
เสียงหัวเราะแหบแห้งราวกระดูกเสียดสีกันดังสะท้อนก้องกราบผนังศิลา รองประมุขพรรคมาร 'กู่เทียนสิง' ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาสสีแดงฉานดั่งโลหิตคู่นั้นจ้องมองมายังหลี่เฉินด้วยแววตาสمเพชและกระหายใคร่รู้ ร่างกายของมันแผ่ไอสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาเป็นระลอก ราวกับอสูรกายที่เพิ่งปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกโลกันตร์
หลี่เฉินหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยผสมผสานกับคราบเลือดที่มุมปาก เสื้อผ้าอาภรณ์ขาดวิ่นจากแรงปะทะเมื่อครู่ ทุกย่างก้าวที่เขายืนหยัดอาศัยเพียงพลังใจและจิตวิญญาณแห่งหมัดมวยที่ได้รับการถ่ายทอดมา
ในใจของเด็กหนุ่มย้อนนึกถึงภาพความสูญเสียของสำนักและผู้บริสุทธิ์ ความโกรธแค้นแผดเผาช่องท้องจนร้อนรุ่ม แต่กระนั้น ดวงตาคมกริบของเขากลับฉายแววเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่งยวด เขารู้ดีว่าหากสติหลุดลอยแม้เพียงเสี้ยววินาที ชีวิตของเขาและสหายที่อยู่เบื้องหลังจะมอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
"ต่อให้วิชามารของเจ้าจะน่ากลัวปานใด... แต่หมัดของข้า ก็ไม่เคยยอมสยบให้มารชั่วเช่นเจ้า!" หลี่เฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่นหนักแน่นดั่งภูผา
ไป๋ฮ่าวที่กำลังพิงเสาหินอยู่ไม่ไกลนัก กระอักเลือดออกมาคำโต กระบี่ในมือสั่นเทาจนแทบประคองไม่ไหว เขาฝืนยิ้มที่มุมปากแล้วตะโกนข้ามความเงียบงัน "หลี่เฉิน... ระวังตัวด้วย! มันกำลังใช้ลมปราณดูดกลืนพลังรอบตัวเพื่อฟื้นฟูบาดแผล อย่าปล่อยให้มันตั้งกระบวนท่าสำเร็จเด็ดขาด!"
กู่เทียนสิงแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มนั้นฉีกกว้างจนน่ากลัว "ฉลาดนัก... แต่สายไปแล้ว"
สิ้นเสียง ร่างของรองประมุขพรรคมารก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ไร้เงา
*เร็วมาก!*
ประสาทสัมผัสของหลี่เฉินกรีดร้องเตือนภัยสัญชาตญาณลูกผู้ชายพุ่งพล่าน เขาไม่อาจใช้ความคิดในการตอบสนองได้อีกต่อไป ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามวิชาหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้าที่ฝึกฝนมานับพันนับหมื่นครั้ง หมัดขวาถูกชกออกไปด้านข้างอย่างไร้ทิศทางในเสี้ยววินาทีที่อากาศเบื้องหน้าระเบิดออก!
*ตูมมม!*
แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้ร่างของหลี่เฉินกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายวา เท้าทั้งสองข้างลากครูดไปกับพื้นศิลาจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ เขารับรู้ได้ทันทีว่าพลังลมปราณภายในร่างกายถูกกระชากหายไปส่วนหนึ่ง ราวกับถูกตะขอเหล็กลงทัณฑ์ดึงทึ้งวิญญาณออกไปจากร่าง นี่คือความน่ากลัวของวิชามารกลืนนภา มันไม่เพียงแต่ปะทะพลัง แต่ยังกัดกินและสูบฉีดพลังชีวิตของคู่ต่อสู้มาเป็นของตนเอง
"ฮ่าๆๆๆ! ยอดเยี่ยม! พลังลมปราณบริสุทธิ์ช่างหอมหวานยิ่งนัก!" กู่เทียนสิงปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ห่างออกไปเพียงสามวา ใบหน้าของมันที่เคยซีดเซียวบัดนี้กลับมีเลือดฝาดแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังออร่าสีดำรอบตัวหนาทึบขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว
หลี่เฉินกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก รสชาติเค็มปร่าของเลือดคลุ้งเต็มปาก เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมหัวใจ ขาที่ยืนหยัดเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย การปะทะตรงๆ กับวิชามารระดับนี้ เป็นการบั่นทอนกำลังภายในของเขาอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
*หากสู้ด้วยกำลังภายในต่อไป ข้าต้องพ่ายแพ้แน่...* หลี่เฉินคิดในใจ สมองหมุนวนหาทางออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองไปรอบกายเพื่อหาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้
ทว่า กู่เทียนสิงหาได้เปิดช่องว่างให้เขาหายใจไม่ ร่างทมิฬพุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้งพร้อมกรงเล็บมารที่แหลมคมดั่งใบมีด ไอสีดำแผ่พุ่งเป็นรูปหัวกะโหลกอ้าปากคำรามหมายจะกลืนกินร่างของหลี่เฉินให้ดับดิ้นในคราเดียว
"หลี่เฉิน!" ไป๋ฮ่าวร้องตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ พยายามจะฝืนพยุงร่างลุกขึ้นมาช่วย แต่บาดแผลภายในทำให้เขาทำได้เพียงแค่นั่งมองด้วยความสิ้นหวัง
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น หลี่เฉินหลับตาลงชั่วพริบตา ไม่ใช่เพราะยอมจำนน แต่เป็นการรวบรวมสมาธิทั้งหมดเข้าสู่จุดศูนย์กลางของตัน田 (ตันเถียน) เขาจดจำคำสอนของอาจารย์ผู้ล่วงลับได้ขึ้นใจ — *'หมัดพยัคฆ์แท้จริง หาใช่ใช้พละกำลังภายนอก แต่คือจิตใจที่กล้าหาญและไม่หวั่นเกรงต่อความตาย'*
เปลือกตาเปิดโพรงขึ้นอีกครั้ง ประกายตาสีดำสนิทพลางลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่น ทั่วทั้งร่างของหลี่เฉินไม่ได้ถอยหนี แต่กลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าป้องกัน แต่ทุ่มเทพลังลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดรวมไว้ที่หมัดขวา หมัดที่อัดแน่นด้วยความแค้น ความหวัง และมิตรภาพ
"หมัดพยัคฆ์... คำรามฟ้า!"
เสียงคำรามของหลี่เฉินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ตื่นจากการหลับใหล หมัดเด็ดขาดถูกซัดออกไปตรงๆ ปะทะเข้ากับกรงเล็บมารของกู่เทียนสิงอย่างจัง
*เปรี้ยงงงงงง!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันและเศษหินกระเด็นว่อนทั่วห้องโถง แรงสะท้อนทำให้แขนของหลี่เฉินชาหนึบ กระดูกแทบแหลกสลาย แต่มือของเขายังคงกำแน่น ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอยหรือรุกคืบได้มากกว่านี้
กู่เทียนสิงแสดงสีหน้าตกใจเป็นครั้งแรก เมื่อพบว่าพลังของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้อ่อนด้อยลงตามที่คาดคิด กลับกันมันทวีความรุนแรงและดุดันยิ่งกว่าเดิม ราวกับไฟป่าที่ยิ่งเติมเชื้อเพลิงก็ยิ่งโหมกระหน่ำ
"เจ้าเด็กสารเลว...!" รองประมุขพรรคมารคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด พยายามเร่งพลังวิชามารเพื่อดูดกลืนหลี่เฉินให้จมดิ่ง
ทว่า ในขณะที่การยื้อยุดกำลังถึงจุดแตกหัก และลมปราณของทั้งสองฝ่ายกำลังห้ำหั่นกันจนถึงขีดสุดนั้นเอง...
เงาร่างสีขาวผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับภูตพรายที่ไร้ร่องรอย เบื้องหลังของกู่เทียนสิงโดยที่มันไม่ทันรู้ตัวแม้แต่น้อย ปลายกระบี่เรียวยาวประกบติดเข้าที่จุดชีพจรสำคัญที่ลำคอของรองประมุขพรรคมารอย่างไร้เสียง
น้ำเสียงเยือกเย็นและทรงอำนาจเอמהเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานในโถงหินที่เงียบสงบ
"วิชามารกลืนนภาของเจ้า... น่าสนใจดีนี่... แต่น่าเสียดาย ที่มันยังช้าไปสามส่วน"
กู่เทียนสิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายแข็งทื่อในทันทีเมื่อรับรู้ถึงความเย็นเยียบของคมกระบี่ที่แนบชิดผิวเนื้อ หลี่เฉินหอบหายใจแรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อมองข้ามร่างของศัตรูไปยังบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาพลิกสถานการณ์ในวินาทีเป็นตายนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 24
การเผชิญหน้ากับรองประมุข
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!