กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งหนาแน่นจนแสบจมูก ไม่ได้ทำให้ฝ่าเท้าที่ก้าวเดินของหลี่เฉินสั่นเทาแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม ทุกย่างก้าวที่เขาทาบทับลงบนพื้นศิลาของหุบเขาอเวจี กลับเต็มไปด้วยน้ำหนักแห่งความเด็ดเดี่ยว แววตาของเด็กหนุ่มมิได้ฉายแววหวาดหวั่นต่อค่ายกลโลหิตพันศพที่แผ่ไอสังหารสีชาดอยู่เบื้องหน้า เบื้องหลังของเขาคือความเงียบงันของสหายรักอย่างไป๋ฮ่าวที่แยกตัวไปตลบหลังศัตรูตามแผน ทิ้งไว้เพียงตัวเขาที่เลือกจะ "ลุยเดี่ยว" ฝ่าดงมหันตภัยเข้าไปช่วยชีวิตตัวประกันนับร้อยชีวิตที่ถูกกักขังไว้ในกรงเหล็กหลอม
"คิดว่ารอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้หรือ เจ้าหนูตระกูลหลี่"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งภูตผีดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดรอบทิศทาง พร้อมกับไอหมอกสีเลือดที่เริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น อาคมโลหิตขั้นสูงถูกกระตุ้นขึ้น แผ่นศิลาใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน รอยแตกแยกปรากฏอักขระโบราณสีแดงฉานที่พร้อมจะสูบกินวิญญาณของผู้ที่ย่างกรายเข้ามา
หลี่เฉินหยุดยืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อโคจรพลังลมปราณ "หมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า" ให้ไหลเวียนทั่วร่าง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากแต่กล้ามเนื้อทุกมัดกลับผ่อนคลายอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าหากจิตใจตื่นตระหนก ค่ายกลนี้จะกัดกินความกลัวและแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตนเอง
"หากข้าต้องก้าวข้ามซากศพของพวกเจ้าเพื่อพาพวกเขากลับบ้าน..." หลี่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงก้องกังวาน ทะลุผ่านม่านหมอกโลหิต "ข้าก็ยินดีจะแผ้วถางเส้นทางนี้ด้วยหมัดคู่นี้เอง!"
สิ้นเสียงคำราม ดาราเพลิงในจุดตันเถียนก็ปะทุขึ้น!
ร่างของหลี่เฉินพุ่งทะยานออกไปดั่งพยัคฆ์โผนทะยานลงจากยอดผา ความเร็วของเขาฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหอนหวีด ทันใดนั้น เงาร่างนับสิบของมือสังหารพรรคมารก็พุ่งออกมาจากม่านหมอก พร้อมกับโซ่ตรวนหนามแหลมที่ซัดตรงเข้าใส่จุดตายรอบทิศทาง
เปรี๊ยะ! เปรี้ยะ!
หลี่เฉินไม่หลบเลี่ยง เขายกแขนขึ้นรับแรงกระแทกของโซ่ตรวนจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ แรงปะทะทำให้กล้ามเนื้อแขนของเขาชาหนึบ แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังหมัดระเบิดออกในกระบวนท่า "พยัคฆ์คำรามสะท้านปฐพี"
ตูม!
คลื่นหมัดอัดกระแทกใส่พื้นศิลาจนแตกละเอียด แรงสะท้อนกวาดซัดเอาร่างของมือสังหารพรรคมารกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง เลือดสดๆ สาดกระเซ็นเคลือบย้อมผนองถ้ำให้กลายเป็นสีแดงฉานยิ่งกว่าเก่า ทว่า นี่เป็นเพียงด่านแรกเท่านั้น
เบื้องหน้าเขาคือ "ประตูมรณะ" จุดศูนย์กลางของค่ายกลโลหิต ภายในกรงขังเหล็กกล้าที่อยู่ลึกลงไป มีร่างของเด็ก คนชรา และชาวยุทธผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิตกำลังนอนระเนระนาด บางคนหมดสติ บางคนส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดจากพิษโลหิตที่ถูกสูบออกทีละน้อย
"อดทนไว้อีกนิด!" หลี่เฉินกัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ปมในใจที่เคยสูญเสียครอบครัวและสำนักหวนกลับมาตอกย้ำอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับกับภาพของตัวประกันเหล่านี้ ทำให้พลังแฝงในร่างกายของเขาพุ่งทะยานข้ามขีดจำกัด
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เข้าถึงตัวกรงขัง พื้นดินเบื้องหน้าก็ยุบตัวลง เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ร้ายจากขุมนรกดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ "จอมมารอัคคีโลกันตร์" ประมุขพรรคมารผู้ถือครองวิชามารโลหิต ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทแผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"เจ้าเด็กโง่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าค่ายกลนี้สร้างไว้เพื่อกักขังพวกมัน..." จอมมารอัคคีโลกันตร์แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาดุจดั่งปีศาจร้ายมองตรงมาที่หลี่เฉิน "ความจริงแล้ว... มันถูกสร้างขึ้นเพื่อต้อนแกต่างหากล่ะ หลี่เฉิน"
สิ้นคำพูดนั้น อักขระบนพื้นทั้งหมดก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกัน โซ่ตรวนโลหิตนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นจากพื้นดิน พันธนาการร่างของตัวประกันทั้งหมดไว้แน่นหนา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ปลายแหลมของโซ่เหล่านั้นกำลังพุ่งตรงเข้าเจาะร่างของตัวประกันเพื่อเป็นสื่อพลังงาน!
"ไม่นะ!" หลี่เฉินเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ตัวประกันทั้งหมดจะต้องสังเวยชีวิตให้แก่ค่ายกลมารเพื่อปลดปล่อยพลังขั้นสูงสุดของจอมมารผู้นี้อย่างแน่นอน
หมัดในมือของเขาชาดิก ความลังเลประเด็นหนึ่งผุดขึ้นในใจ—หากเขาพุ่งไปช่วยตัวประกันตอนนี้ เขาจะตกเป็นเป้าโจมตีและไม่มีทางรอดจากกระบวนท่าพิฆาตของจอมมาร แต่ถ้าเขาเลือกที่จะโจมตีจอมมารก่อน ชีวิตของผู้บริสุทธิ์เหล่านี้จะดับสูญในพริบตา!
จอมมารอัคคีโลกันตร์หัวร่อร่าอย่างสะใจ เงื้อมมือขึ้นเตรียมสะบั้นโซ่โลหิตเส้นสุดท้ายที่จะปลิดชีพอดีตยอดฝีมือสำนักพันธมิตรที่ถูกจับเป็นตัวประกันสำคัญ ซึ่งชายชราคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตาหลี่เฉินพอดี... และภายใต้แสงสว่างวาบของอัคคีโลกันตร์ หลี่เฉินก็ต้องตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อใบหน้าของชายชราผู้นั้น กลับไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็น "ผู้อาวุโสรอง" ผู้ทรยศที่เขาสืบหามาแรมปี หรือแท้จริงแล้ว เบื้องหลังทั้งหมดนี้เป็นเพียง...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 23
บุกค่ายกลโลหิต
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!