"กลิ่นอายนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนพึงมี"
ไป๋ฮ่าวเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่กระบวนท่ากระบี่ในมือสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่อยู่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้แต่ลมหายใจของตนเองเขายังต้องสะกดกลั้นไว้ เพื่อไม่ให้ความหวาดหวั่นสะท้อนผ่านไอพลังออกไป
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือซากปรักหักพังของหอคอยบรรพกาล พื้นดินสีดำสนิทแตกแยกออกเป็นร่องลึกราวกับปากอสูรที่กำลังอ้ากว้างกลืนกินทุกสิ่ง อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนมองเห็นภาพลวงตาเป็นระลอกคลื่นความร้อน แผดเผาทุกสิ่งที่เข้าใกล้ให้กลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา
หลี่เฉินยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าสหายรัก ร่างกายของเด็กหนุ่มอาบย้อมไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังจุดศูนย์กลางของม่านหมอกเพลิงที่กำลังม้วนตัวลงมาจากฟากฟ้า ความเจ็บปวดจากบาดแผลภายในถูกสะกดไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนไม่แพ้เปลวไฟเบื้องหน้า
หมัดทั้งสองข้างกําแน่นจนเล็บจิกเข้า ภายในใจของเขาร่ำร้องถึงความแค้นที่สะสมมาแรมปี ภาพความพินาศของสำนักและอาจารย์ผู้ล่วงลับย้อนกลับมาฉายชัดในห้วงความคิด แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้ความโกรธครอบงำ หลี่เฉินรู้ดีว่าความประมาทเพียงนิดเดียวหมายถึงความตายของพวกเขาทั้งสองคน
ตูม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ปฐพีสะเทือนเลื่อนลั่นจนผู้คนในรัศมีร้อยลี้ต่างต้องหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดผวา จากใจกลางกลุ่มควันสีชาด ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นดิน น้ำแข็งและพืชพรรณรอบกายต่างเหี่ยวเฉาและสลายกลายเป็นผุยผงในทันที
เงาร่างนั้นห่อหุ้มด้วยเกราะโลหิตสีดำทมิฬ ดวงตาดั่งอัญมณีเพลิงโลกันตร์ทอประกายเย็นเยียบและอำมหิต จอมมารอัคคีโลกันตร์ปรากฏกายขึ้นแล้ว ประมุขพรรคมารผู้สร้างความหายนะให้แก่ยุทธภพ เขามาเยือนด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริวารแม้แต่ผู้เดียว
"เจ้าเด็กโง่..."
เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาราวกับภูเขาไฟนับร้อยลูกที่กำลังปะทุพร้อมกัน จอมมารอัคคีโลกันตร์กวาดสายตามองหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวด้วยความเหยียดหยัน ราวกับกำลังพิจารณาแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ "คิดว่าการฝึกวิชาหมัดกระจอกงอกง่อยนั่น จะทำให้พวกเจ้าต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ?"
หลี่เฉินไม่ตอบคำพูดเย้ยหยันนั้น เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก โคจรลมปราณเก้าสวรรค์โคจรผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง ไอพลังสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เปล่งประกายออกมาตัดกับบรรยากาศสีแดงฉานรอบตัว
"วิชาหมัดของข้าจะส่งเจ้าลงไปชดใช้กรรมในนรก!" หลี่เฉินคำรามลั่นในลำคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างของหลี่เฉินก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง พลังหมัดทะยานฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาเต็มกำลัง เกิดเป็นเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวก้องกังวานเสียดฟ้า หมัดขวาของเขาอัดแน่นด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ยอมหักไม่ยอมงอ พุ่งตรงไปยังจุดตายของจอมมารอย่างไร้ความเกรงกลัว
ไป๋ฮ่าวไม่รอช้า พริบตาเดียวร่างของคุณชายตระกูลใหญ่ก็หายวับไปกับตา วิชาตัวเบาขั้นสูงสุดผสานกับกระบวนท่ากระบี่วายุคลั่ง แสงกระบี่ประกายวาววับนับร้อยสายพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของจอมมารจากทุกทิศทาง เพื่อเปิดช่องว่างให้สหายรักได้โจมตี
การประสานงานของทั้งคู่ไร้ที่ติ เต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในความเป็นความตาย
ทว่า... จอมมารอัคคีโลกันตร์กลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเยือกเย็น
"ช่างไร้เดียงสา..."
เขาไม่ได้หลบหนีหรือตั้งรับแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นช้าๆ แต่กลับรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนขึ้นที่ฝ่ามือ ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นโล่พลังงานมหึมาที่แผดเผาทุกสิ่งที่สัมผัส
เปรี้ยง!
หมัดของหลี่เฉินปะทะเข้ากับโล่เพลิงโลกันตร์อย่างจัง แรงสะท้อนกลับมหาศาลซัดร่างของเด็กกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว เท้าทั้งสองขูดไปกับพื้นดินจนเกิดเป็นรอยลึก โลหิตสีแดงสดกระเซ็นออกจากมุมปากของหลี่เฉินทันที ขณะที่กระบี่ของไป๋ฮ่าวที่แทงเข้ามาพร้อมกันกลับถูกไอความร้อนหลอมละลายจนคมกระบี่บิ่นงอ ไป๋ฮ่าวหน้าถอดสี กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินผาอย่างแรง
พลังของจอมมารผู้นี้... เหนือล้ำกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ไพศาลนัก มันคือความต่างชั้นของขอบเขตพลังที่ยากจะก้าวข้ามด้วยเพียงความมุ่งมั่น
"ขีดจำกัดของพวกเจ้ามีแค่นี้สินะ" จอมมารอัคคีโลกันตร์ก้าวเดินเข้ามาหาหลี่เฉินที่กำลังพยายามพยุงร่างลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่เย็นชา รัศมีแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ "น่าผิดหวังเสียจริง นึกว่าจะสนุกกว่านี้เสียอีก... งั้นข้าจะส่งพวกเจ้าไปพบสหายและอาจารย์ในนรกพร้อมกันทีเดียวเลยก็แล้วกัน"
มือที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงโลกันตร์ถูกเงื้อขึ้นสูง เตรียมเผด็จศึกในคราเดียว
หลี่เฉินกัดฟันกรอด ร่างกายปวดร้าวไปทุกอณูขุมขน เขารู้ดีว่านี่คือวินาทีความเป็นความตาย หากหลบไม่พ้น ร่างกายนี้คงแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก แต่ดวงตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขายังตายไม่ได้! เขายังต้องทวงความยุติธรรมให้สำนัก!
ในวินาทีที่เปลวเพลิงมรณะกำลังจะพุ่งเข้าปลิดชีพ ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยคำรามด้วยพายุเพลิงก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด
มิติเบื้องหน้าของจอมมารอัคคีโลกันตร์เกิดรอยปริแยกออกเป็นช่องว่างสีดำสนิท ไอปราณโบราณอันลึกล้ำและทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใดแผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น จนกระทั่งจอมมารผู้เกรียงไกรยังต้องชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ก้าวเท้าเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับสายลม พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ดังขึ้นในใจของทุกคน
"อัคคีโลกันตร์... ของเล่นชิ้นนี้ ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ
- พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 34
ประตูนรกเปิดออก
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!