พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 34

ประตูนรกเปิดออก

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"กลิ่นอายนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปุถุชนพึงมี" ไป๋ฮ่าวเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่กระบวนท่ากระบี่ในมือสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่อยู่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับของชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด แม้แต่ลมหายใจของตนเองเขายังต้องสะกดกลั้นไว้ เพื่อไม่ให้ความหวาดหวั่นสะท้อนผ่านไอพลังออกไป เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือซากปรักหักพังของหอคอยบรรพกาล พื้นดินสีดำสนิทแตกแยกออกเป็นร่องลึกราวกับปากอสูรที่กำลังอ้ากว้างกลืนกินทุกสิ่ง อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนมองเห็นภาพลวงตาเป็นระลอกคลื่นความร้อน แผดเผาทุกสิ่งที่เข้าใกล้ให้กลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา หลี่เฉินยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าสหายรัก ร่างกายของเด็กหนุ่มอาบย้อมไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังจุดศูนย์กลางของม่านหมอกเพลิงที่กำลังม้วนตัวลงมาจากฟากฟ้า ความเจ็บปวดจากบาดแผลภายในถูกสะกดไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนไม่แพ้เปลวไฟเบื้องหน้า หมัดทั้งสองข้างกําแน่นจนเล็บจิกเข้า ภายในใจของเขาร่ำร้องถึงความแค้นที่สะสมมาแรมปี ภาพความพินาศของสำนักและอาจารย์ผู้ล่วงลับย้อนกลับมาฉายชัดในห้วงความคิด แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้ความโกรธครอบงำ หลี่เฉินรู้ดีว่าความประมาทเพียงนิดเดียวหมายถึงความตายของพวกเขาทั้งสองคน ตูม! เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ปฐพีสะเทือนเลื่อนลั่นจนผู้คนในรัศมีร้อยลี้ต่างต้องหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดผวา จากใจกลางกลุ่มควันสีชาด ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นดิน น้ำแข็งและพืชพรรณรอบกายต่างเหี่ยวเฉาและสลายกลายเป็นผุยผงในทันที เงาร่างนั้นห่อหุ้มด้วยเกราะโลหิตสีดำทมิฬ ดวงตาดั่งอัญมณีเพลิงโลกันตร์ทอประกายเย็นเยียบและอำมหิต จอมมารอัคคีโลกันตร์ปรากฏกายขึ้นแล้ว ประมุขพรรคมารผู้สร้างความหายนะให้แก่ยุทธภพ เขามาเยือนด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องใช้บริวารแม้แต่ผู้เดียว "เจ้าเด็กโง่..." เสียงทุ้มต่ำราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน พลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาราวกับภูเขาไฟนับร้อยลูกที่กำลังปะทุพร้อมกัน จอมมารอัคคีโลกันตร์กวาดสายตามองหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวด้วยความเหยียดหยัน ราวกับกำลังพิจารณาแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ "คิดว่าการฝึกวิชาหมัดกระจอกงอกง่อยนั่น จะทำให้พวกเจ้าต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ?" หลี่เฉินไม่ตอบคำพูดเย้ยหยันนั้น เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึก โคจรลมปราณเก้าสวรรค์โคจรผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง ไอพลังสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ เปล่งประกายออกมาตัดกับบรรยากาศสีแดงฉานรอบตัว "วิชาหมัดของข้าจะส่งเจ้าลงไปชดใช้กรรมในนรก!" หลี่เฉินคำรามลั่นในลำคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างของหลี่เฉินก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง พลังหมัดทะยานฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาเต็มกำลัง เกิดเป็นเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวก้องกังวานเสียดฟ้า หมัดขวาของเขาอัดแน่นด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ยอมหักไม่ยอมงอ พุ่งตรงไปยังจุดตายของจอมมารอย่างไร้ความเกรงกลัว ไป๋ฮ่าวไม่รอช้า พริบตาเดียวร่างของคุณชายตระกูลใหญ่ก็หายวับไปกับตา วิชาตัวเบาขั้นสูงสุดผสานกับกระบวนท่ากระบี่วายุคลั่ง แสงกระบี่ประกายวาววับนับร้อยสายพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของจอมมารจากทุกทิศทาง เพื่อเปิดช่องว่างให้สหายรักได้โจมตี การประสานงานของทั้งคู่ไร้ที่ติ เต็มไปด้วยความเชื่อใจที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในความเป็นความตาย ทว่า... จอมมารอัคคีโลกันตร์กลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเยือกเย็น "ช่างไร้เดียงสา..." เขาไม่ได้หลบหนีหรือตั้งรับแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นช้าๆ แต่กลับรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน เปลวเพลิงสีดำสนิทลุกโชนขึ้นที่ฝ่ามือ ก่อนจะแผ่ขยายออกเป็นโล่พลังงานมหึมาที่แผดเผาทุกสิ่งที่สัมผัส เปรี้ยง! หมัดของหลี่เฉินปะทะเข้ากับโล่เพลิงโลกันตร์อย่างจัง แรงสะท้อนกลับมหาศาลซัดร่างของเด็กกระเด็นถอยหลังไปนับสิบก้าว เท้าทั้งสองขูดไปกับพื้นดินจนเกิดเป็นรอยลึก โลหิตสีแดงสดกระเซ็นออกจากมุมปากของหลี่เฉินทันที ขณะที่กระบี่ของไป๋ฮ่าวที่แทงเข้ามาพร้อมกันกลับถูกไอความร้อนหลอมละลายจนคมกระบี่บิ่นงอ ไป๋ฮ่าวหน้าถอดสี กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างลอยกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินผาอย่างแรง พลังของจอมมารผู้นี้... เหนือล้ำกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ไพศาลนัก มันคือความต่างชั้นของขอบเขตพลังที่ยากจะก้าวข้ามด้วยเพียงความมุ่งมั่น "ขีดจำกัดของพวกเจ้ามีแค่นี้สินะ" จอมมารอัคคีโลกันตร์ก้าวเดินเข้ามาหาหลี่เฉินที่กำลังพยายามพยุงร่างลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่เย็นชา รัศมีแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ "น่าผิดหวังเสียจริง นึกว่าจะสนุกกว่านี้เสียอีก... งั้นข้าจะส่งพวกเจ้าไปพบสหายและอาจารย์ในนรกพร้อมกันทีเดียวเลยก็แล้วกัน" มือที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงโลกันตร์ถูกเงื้อขึ้นสูง เตรียมเผด็จศึกในคราเดียว หลี่เฉินกัดฟันกรอด ร่างกายปวดร้าวไปทุกอณูขุมขน เขารู้ดีว่านี่คือวินาทีความเป็นความตาย หากหลบไม่พ้น ร่างกายนี้คงแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก แต่ดวงตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแห่งความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขายังตายไม่ได้! เขายังต้องทวงความยุติธรรมให้สำนัก! ในวินาทีที่เปลวเพลิงมรณะกำลังจะพุ่งเข้าปลิดชีพ ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยคำรามด้วยพายุเพลิงก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด มิติเบื้องหน้าของจอมมารอัคคีโลกันตร์เกิดรอยปริแยกออกเป็นช่องว่างสีดำสนิท ไอปราณโบราณอันลึกล้ำและทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผู้ใดแผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น จนกระทั่งจอมมารผู้เกรียงไกรยังต้องชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ก้าวเท้าเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับสายลม พร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ ที่ดังขึ้นในใจของทุกคน "อัคคีโลกันตร์... ของเล่นชิ้นนี้ ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่มีสิทธิ์แตะต้องมัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%