เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ของค่ายพักแรมชั่วคราว ณ เชิงเขาเมฆา คราบเลือดและรอยแผลเป็นจากสมรภูมิเมื่อวานยังไม่ทันแห้งสนิท แต่บรรยากาศภายในห้องกลับระอุยิ่งกว่าเปลวเพลิง แรงกดดันจากลมปราณระดับนภาของเหล่าผู้อยู่จุดสูงสุดในยุทธภพแผ่ซ่านจนเด็กรับใช้หน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เหลวไหลสิ้นดี! จะให้พวกเรายอมก้มหัวรับเด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียงเรียงนามคนหนึ่งเป็นผู้นำทัพงั้นหรือ? พวกท่านเสียสติกันไปหมดแล้ว!"
ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆาคล้อยหน้าบึ้งตึง ดวงตาทอประกายกร้าวด้วยความไม่พอใจ เขาปัดแขนเสื้ออย่างแรงจนถ้วยชาแตกกระจาย น้ำชาสีชาดนองพื้น ส่งกลิ่นหอมกรุ่นแต่กรุ่นด้วยไอความตึงเครียด
ไป๋ฮ่าวซึ่งนั่งอยู่มุมห้อง หลับตาลงช้าๆ มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาปรายตามองผู้อาวุโสท่านนั้นด้วยแววตานิ่งสงบแต่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ถ้าความไร้ชื่อเสียงของสหายข้า หมายถึงการยืนหยัดเดี่ยวๆ เผชิญหน้ากับสิบแปดผู้เฒ่าพรรคมารโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว... ข้าเกรงว่าคำว่า 'ชื่อเสียง' ของพวกท่านในอดีต คงเป็นเพียงแค่เครื่องประดับยามสงบที่ไร้ค่าในยามศึกษﺎกระมังครับ"
คำพูดของไป๋ฮ่าวราシャルับมีดโกนที่กรีดลงบนความอีหลักอีเหลื่อของเหล่าเจ้าสำนักนับสิบที่นั่งเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ เพราะภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังคงฝังตรึงอยู่ในความทรงจำ ภาพที่เด็กหนุ่มนาม "หลี่เฉิน" ใช้หมัดเพียงข้างเดียวทะลวงค่ายกลโลกันตร์จนแตกกระเจิง ช่วยชีวิตศิษย์ของสำนักต่างๆ ไว้หลายร้อยชีวิต นั่นคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ต่อหน้าธารกำนัล
ในห้องโถงนั้น หลี่เฉินไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานที่ถูกจัดเตรียมไว้ เขากลับยืนพิงเสาไม้ด้านหลัง กอดอกแน่น สายตาคมกريบมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดครึ้ม ร่างกายของเขายังคงมีผ้าพันแผลเปื้อนเลือดซึมอยู่ใต้เสื้อผ้า แต่พลังจิตและเจตจำนงในการต่อสู้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"ข้าไม่ได้ต้องการให้ใครมาก้มหัวรับข้าเป็นผู้นำ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน หลี่เฉินค่อยๆ หันกลับมามองทุกคน ชายหนุ่มกวาดสายตาช้าๆ ไปยังเจ้าสำนักและผู้อาวุโสแต่ละท่านด้วยความจริงใจ
"สิ่งที่พรรคมารกระทำต่อสำนักของพวกท่าน และสิ่งที่พวกมันทำกับครอบครัวของข้า... มันคือรอยแผลเดียวกัน ศัตรูของเราไม่ได้สนใจว่าท่านจะมาจากสำนักคุณธรรมหรือพรรคฝ่ายอธรรม พวกมันต้องการเพียงแค่กวาดล้างพวกเราให้สิ้นซาก หากพวกเรายังมัวแต่ห่วงเรื่องศักดิ์ศรีและหน้าตา ข้าเกรงว่าวันพรุ่งนี้... ยุทธภพแห่งนี้คงเหลือเพียงชื่อในตำนานแล้วล่ะครับ"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเสียงคัดค้าน ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจแรง เจ้าสำนักอัคคีคุณธรรมผู้ชราภาพ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาสะท้อนความลังเลใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว
เขาก้าวเท้าเดินมาหยุดเบื้องหน้าหลี่เฉิน ประสานมือคารวะด้วยความเคารพอย่างสูงจากใจจริง
"เด็กน้อย... เจ้าอายุยังน้อยนัก แต่กลับมีจิตใจและสายตากว้างไกลยิ่งกว่าพวกเราที่ผ่านโลกมาครึ่งชีวิต ข้า... เจ้าสำนักอัคคีคุณธรรม ขอประกาศณ ที่นี้ว่า สำนักของข้าพร้อมที่จะเข้าร่วมใต้ธงกองกำลังพันธมิตรที่คุณธรรมนำทาง และพร้อมจะฝากชีวิตไว้ภายใต้การนำของเจ้าครับ!"
สิ้นคำประกาศนั้น ผู้อาวุโสและเจ้าสำนักคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนที่เสียงประสานมือคำนับจะดังขึ้นระงมทั่วห้องโถง "พวกเราก็ขอเข้าร่วมด้วย!" เสียงคำรามแห่งความฮึกเหิมดังประสานกันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ตื่นจากจำศีล
ไป๋ฮ่าวแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาลุกขึ้นยืนแล้วตบไหล่สหายรักเบาๆ "ดูเหมือนว่า... พยัคฆ์หนุ่มตัวนี้ จะทำให้อากาศหนาวเหน็บเริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้างแล้วนะครับ"
หลี่เฉินพยักหน้ารับเล็กน้อย ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเบาบางลงไปส่วนหนึ่ง แต่นัยน์ตาคู่คมยังคงฉายแววระแวดระวัง เขารู้ดีว่าการรวมตัวของสำนักฝ่ายคุณธรรมเป็นเพียงก้าวแรก สงครามที่แท้จริงกำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปี่ยมไปด้วยความหวังและฮึกเหิมนั้นเอง
*ตึง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อนดังขึ้นจากนอกค่ายพัก แรงปะทะมหาศาลซัดสาดจนประตูห้องโถงไม้หนาพังครืนลงมาเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลิ่นอายโลหิตและจิตสังหารอันเย็นเยียบที่พวยพุ่งเข้ากดทับร่างของทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก
เหล่าเจ้าสำนักต่างชักอาวุธออกจากฝักด้วยความตื่นตระหนก หลี่เฉินและไป๋ฮ่าวพุ่งตัวไปยืนอยู่แนวหน้าทันที ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างเมื่อมองผ่านกลุ่มควันหนาทึบออกไป
เบื้องุขอบฟ้า ท่ามกลางแสงสนธยาที่เริ่มมืดมิด ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวที่มันเหยียบลงบนพื้นดิน ผืนหญ้าและต้นไม้รอบข้างแห้งเหี่ยวและกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ใบหน้าครึ่งซีกสวมหน้ากากโลหิต ครึ่งซีกยิ้มเยาะด้วยความเหี้ยมเกรียม
"ช่างเป็นการรวมตัวที่น่าสนุกเสียจริง... น่าเสียดายที่งานเลี้ยงครั้งนี้... จะไม่มีวันได้เริ่มต้น" เสียงแหบพร่าดั่งปีศาจจากขุมนรกเอ่ยขึ้น พร้อมกับชูสิ่งของในมือขวาขึ้นสูง
หลี่เฉินเห็นสิ่งนั้นชัดเจน ถึงกับหน้าถอดสี มือที่กำหมัดสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน สิ่งที่ศัตรูลึกลับผู้นั้นถืออยู่... คือศีรษะที่โชกไปด้วยเลือดของ "เจ้าสำนักเหล็กกล้า" ผู้เป็นอาจารย์อาของหลี่เฉิน ที่เพิ่งแยกย้ายเดินทางไปตรวจตราแนวหน้าเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้เอง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 26
กองกำลังพันธมิตรคุณธรรม
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!