เสียงกระแทกของถ้วยชาสำริดลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม แรงปะทะนั้นมากพอจนระลอกคลื่นน้ำชาสีอำพันกระฉอกออกมาเปื้อนขอบโต๊ะ แต่ไม่มีใครในที่ประชุมกล้าแม้แต่จะกะพริบตา
"เหลวไหลสิ้นดี! ให้เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีขึ้นเป็นแม่ทัพหน้าเนี่ยนะ? เจ้าสำนักเมิ่ง ท่านเอาสติส่วนไหนมาคิด!"
เสียงคำรามของผู้อาวุโสตระกูลถังดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่ผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าอ้วนกลมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังประธานในที่ประชุม ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าสำนักกระบี่ฟ้าคราม
ภายในห้องโถงใหญ่เวลานี้ อัดแน่นไปด้วยยอดฝีมือ เจ้าสำนัก และตัวแทนจากสำนักใหญ่ทั่วทั้งยุทธภพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันทางลมปราณที่แผ่ออกมาจากยอดฝีมือแต่ละท่าน จนทำให้เด็กรับใช้ด้านนอกไม่กล้าเข้าใกล้ในระยะสิบก้าว
หลี่เฉินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้านซ้าย มือข้างหนึ่งวางอยู่บนเข่า กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ใบหน้าคมคายสงบนิ่งราวกับบึงน้ำลึก แต่ในอกกลับร้อนระอุราวกับมีถ่านไฟสุมอยู่ ดวงตาคู่คมมองตรงไปเบื้องหน้า ไม่หวั่นไหวต่อสายตาดดูถูก เหยียดหยาม และระแวงสงสัยนับสือคู่ที่จ้องมองมา
"ผู้อาวุโสถัง โปรดสงบสติอารมณ์ก่อน" ไป๋ฮ่าวซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับรินน้ำชาลงในถ้วยของสหายอย่างใจเย็น แม้ภายนอกคุณชายตระกูลไป๋จะดูสุขุมเยือกเย็น แต่ปลายนิ้วที่ถือี่ยมากกลับเกร็งแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน
"ข้าจะสงบได้อย่างไร!" ผู้อาวุโสถังหันมาตวาดใส่ไป๋ฮ่าว "พรรคมารไม่ได้เป็นพวกเด็กอมมือที่วิ่งเล่นในตลาด พวกมันคืออสูรโลหิตที่เหยียบย่ำศพชาวยุทธมานับไม่ถ้วน การส่งเด็กเหลือขอคนนี้ไปนำทัพหน้า ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งไปเป็นผีเฝ้าประตูให้พวกมันกินเล่น!"
คำพูดที่เจือด้วยจิตสังหารนั้นตกลงกลางห้องโถง ทำให้เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะ
หลี่เฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความเย้ยหยันที่เย็นเยียบ เขาค่อยๆ ยืนขึ้น ช้าๆ แต่มั่นคง แรงกดดันจากลมปราณระดับ "ทะยานฟ้า" ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกจากร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้อาวุโสหลายท่านในที่ประชุมถึงกับสีหน้าเปลี่ยนสี
"ที่ผู้อาวุโสถังกล่าวมา... ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง" หลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงก้องกังวาน "ข้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียง สำนักของข้าถูกทำลาย ประสบการณ์ในยุทธภพก็น้อยนิด หากเทียบกับยอดฝีมือผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสิบปี ข้าก็เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งจริงๆ"
ผู้อาวุโสถังแค่นเสียง "หึ" ด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินเด็กหนุ่มยอมจำนนต่อความจริง
"แต่..." หลี่เฉินเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคนในที่ประชุมทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างท้วมของผู้อาวุโสถัง "ในวันที่สำนักกระบี่เหล็กกล้าของข้าถูกกองกำลังพรรคมารบุกเผาทำลาย ผู้คนนับร้อยถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี ผู้อาวุโสถังและท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ที่นี่... กำลังทำอะไรอยู่หรือครับ?"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ราวกับมีใครเอาเข็มหมุดมาจิ้มลงบนความตึงเครียด ไม่มีใครกล้าสบตาเด็กหนุ่ม
"พวกท่านมัวแต่ถกเถียงเรื่องผลประโยชน์ แบ่งแยกดินแดน หวาดกลัวอำนาจของจอมมารอัคคีโลกันตร์ จนปล่อยให้พวกมันเติบโตและเหิมเกริมมาจนถึงทุกวันนี้!" หลี่เฉินก้าวเท้าไปข้างหนึ่ง เสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้อง "ข้าหลี่เฉิน แม้จะอายุน้อย แม้จะไร้ประสบการณ์ แต่ข้ามีสิ่งที่พวกท่านสูญเสียไปนานแล้ว... นั่นคือความกล้าหาญที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อล้างแค้น!"
"สามห่าว!" ผู้อาวุโสถังหน้าดำคร่ำเคร่ง ตบโต๊ะลุกขึ้นอีกครั้ง ชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง "เด็กเมื่อวานซืนกล้าดีอย่างไรมาสั่งสอนพวกเรา!"
"พอได้แล้ว! ทั้งคู่!"
เสียงทรงอำนาจดังขึ้น เจ้าสำนักเมิ่งแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม ยกมือขึ้นห้ามปราม สายตาดุจพญาอินทรีมองกราดไปทั่วห้องโถง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หลี่เฉิน
"หลี่เฉิน แม้เจ้าจะมีฝีมือและใจเด็ดเดี่ยว แต่การทำสงครามไม่ใช่เรื่องของการใช้กำลังเข้าหักหาญ เจ้าเข้าใจความหมายของการเป็นแม่ทัพหน้าหรือไม่?" เจ้าสำนักเมิ่งเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน
หลี่เฉินประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมแต่ไม่ยอมจำนน "กราบเรียนเจ้าสำนัก แม่ทัพหน้าไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจที่สุดในกองทัพ แต่คือผู้ที่ต้องก้าวไปข้างหน้าเป็นคนแรก ตายเป็นคนสุดท้าย และไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว หากข้าได้รับหน้าที่นี้ ข้าขอเอาชีวิตของข้าเป็นเดิมพันว่าจะทะลวงแนวหน้าของพรรคมาร เปิดทางให้กองกำลังหลักบดขยี้พวกมันให้สิ้นซาก!"
คำประกาศิตนั้นหนักแน่นดั่งภูผา ท่าทีที่เด็ดเดี่ยวและแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทำให้ยอดฝีมือหลายสำนักเริ่มพยักหน้ารับอย่างชื่นชม แม้แต่บางคนที่เคยคัดค้านก็ยังต้องยอมรับในความกล้าหาญนี้
ไป๋ฮ่าวแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับส่งยิ้มให้สหายรัก
"ดี!" เจ้าสำนักเมิ่งผุดลุกขึ้น ประกาศเสียงดังลั่น "ในนามของพันธมิตรยุทธภพ ข้าขอแต่งตั้งให้ หลี่เฉิน เป็นแม่ทัพหน้า นำทัพกองกำลังกล้าตายสามพันนาย บุกทะลวงสู่หุบเขาอัคคีโลกันตร์ ณ บัดนี้!"
เสียงโห่ร้องและเสียงฮือฮาดังระเบ็งเซ็งแซ่ทั่วห้องโถง มีทั้งความยินดี ความกังวล และความอิจฉาริษยาปะปนกันไป หลี่เฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่งรับป้ายคำสั่งแม่ทัพทำด้วยหยกขาวสลักรูปพยัคฆ์ทะยานฟ้า สัมผัสนั้นเย็นเฉียบ แต่วิญญาณในร่างกลับเดือดพล่าน
ภารกิจเริ่มต้นขึ้นแล้ว... และหนทางเบื้องหน้าคือทะเลเลือดอย่างแท้จริง
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจพิธีแต่งตั้งและเริ่มวางแผนการเคลื่อนทัพ ทันใดนั้นเอง—
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดังมาจากประตูใหญ่หน้าสำนักกระบี่ฟ้าคราม แรงระเบิดมหาศาลซัดเอาประตูไม้หนาหนักหนาเตอะปลิวหายไปเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งรุนแรงจนน่าสะอิดสะเอียน
ยอดฝีมือทั้งหมดในห้องโถงต่างชักอาวุธออกจากฝักในพริบตา หลี่เฉินลุกขึ้นยืนทันที ไป๋ฮ่าวชักกระบี่ออกจากฝัก ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความระแวง
ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบที่ค่อยๆ จางลง ร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าหนักหน่วงมั่นคง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกก้าวที่เดินเข้ามา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระดับที่ทำเอาหายใจไม่ออกก็แผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ จนเด็กฝึกหัดสำนักกระบี่ฟ้าครามกระอักเลือดสดๆ ออกมาล้มตึงลงกับพื้น
หลี่เฉินหรี่ตามองฝ่าฝุ่นควัน หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
เมื่อร่างนั้นก้าวพ้นม่านควันออกมา เผยให้เห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหิตรูปอสูร ดวงตาอีกข้างที่มองลอดออกมาทอประกายสีแดงฉานราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด
ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ "หมอผีโลหิต" มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งพรรคมาร ผู้ที่เคยสังหารอาจารย์ของหลี่เฉินด้วยมือคู่นั้น!
ในมือของมันลากร่างโชกเลือดของผู้อาวุโสสำนักกระบี่ฟ้าครามผู้ทำหน้าที่ลาดตระเวนด้านนอกเข้ามา ก่อนจะโยนร่างนั้นมากองแทบเท้าของหลี่เฉินอย่างไร้เยื่อใย
หมอผีโลหิตหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบราวน้ำแข็งจากขุมนรก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องโถงต้องหยุดหายใจ
"ไม่ต้องเสียเวลาเดินทัพไปหาหรอก... ประมุขของเรา ฝากหัวใจดวงนี้มามอบให้ท่านแม่ทัพหน้าคนใหม่ เป็นของขวัญต้อนรับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 27
การประชุมใหญ่แห่งยุทธภพ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!