"น้ำชาจอกนี้… ข้ารินให้เจ้ามาสิบปีเต็ม แต่เหตุใดรสชาติจึงยังเจือกลิ่นคาวเลือดที่เจ้าพยายามล้างไม่ออกเสียที, ผู้อาวุโสจ้าว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดั่งระฆังคว่ำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับใต้ดิน กลิ่นธูปหอมผสมกับกลิ่นอับชื้นของหินผาสร้างบรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก หลี่เฉินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้แกะสลักสกปรก ภายในมือของเขายังคงถือจอกชาหยกขาวที่สะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวของชายชราผู้มีศักดิ์เป็นถึงอดีตเสาหลักแห่งสำนักเสือขาว
ผู้อาวุโสจ้าวนั่งตัวสั่นเทา รอยยิ้มแห้งผากปรากฏบนริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาฝ้าฟางหลบสายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่จ้องมองมาอย่างไม่กะพริบ ไป๋ฮ่าวที่ยืนพิงเสาอยู่มุมห้องห่างออกไป ขยับมือจับด้ามกระบี่ในฝักอย่างแผ่วเบา ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง
"หลี่เฉิน... เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน ข้าคือผู้ร่วมก่อตั้งสำนัก... ข้าสูญเสียสหายและศิษย์ไปไม่น้อยกว่าเจ้าในคืนนั้น..." จ้าวซานพยายามเค้นเสียงออกมาปฏิเสธ แต่เหงื่อกาฬกลับไหลโทรมกายจนอาภรณ์ชุ่มโชก
"ท่านยังกล้าเอ่ยถึงคืนนั้นอีกหรือ!"
หลี่เฉินตบโต๊ะไม้สนจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะจากพลังภายในทำให้เศษไม้กระจายว่อนราวกับใบไม้ร่วง ดวงตาของเด็กหนุ่มแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่อัดอั้นมานานหลายปี ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในคืนที่สำนักเสือขาวถูกเพลิงโลกันตร์เผาผลาญ เสียงกรีดร้องของพี่น้องร่วมสำนัก และร่างที่ไร้ลมหายใจของอาจารย์ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก
โป้ง!
หลี่เฉินซัดป้ายวิญญาณไม้เก่าคร่ำครึลงบนพื้นเบื้องหน้าจ้าวซาน ป้ายนั้นมีรอยบิ่นและคราบเขม่าดำสนิท ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่รอดมาจากกองเพลิง
"มองดูมันให้เต็มตา! ป้ายวิญญาณของรองประมุขผู้ล่วงลับ... ท่านจำรอยดาบสลักรูปพยัคฆ์เหินนี้ได้หรือไม่? มันคือวิชา 'กระบี่เมฆาคล้อย' ที่มีเพียงผู้อาวุโสในสำนักเท่านั้นที่ฝึกฝนได้! และในคืนนั้น คนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเขตพำนักฝั่งตะวันออก แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย... คือท่าน!"
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกกระชากหน้ากากออกทีละชั้น บรรยากาศภายในห้องโถงอึมครึมลงถนัดตา จ้าวซานนิ่งงัดไปชั่วขณะ ริมฝีปากที่สั่นเทาค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยฝ้าฟางกลับเปล่งประกายความอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ฮ่าๆๆ... ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวسรานของชายชราดังสะท้อนก้องห้องใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงของความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นเสียงหัวเราะของคนที่หลุดพ้นจากการเสแสร้งอันยาวนาน
"เก่งมาก... หลี่เฉิน เจ้าเติบโตขึ้นจริงๆ สมกับที่เป็นสายเลือดเดนตายของเจ้าประมุขคนเก่า..." จ้าวซานค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้น รัศมีพลังลมปราณสีเทาหม่นแผ่ซ่านออกจากร่างจนเสื้อผ้าสะบัดพับๆ "ใช่! ข้าเอง! ข้าคือผู้ที่เปิดประตูค่ายกลค้ำฟ้าให้จอมมารอัคคีโลกันตร์เข้ามาสังหารล้างบางพวกมัน!"
ไป๋ฮ่าวหรี่ตาลงกระชับกระบี่ในมือแน่น เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เหตุใด? สำนักเสือขาวปฏิบัติกับเจ้าดั่งญาติมิตร เหตุใดเจ้าจึงขายวิญญาณให้พรรคมาร?"
จ้าวซานหันไปมองคุณชายตระกูลไป๋ด้วยแววตาสสมเพช "ญาติมิตร? เจ้าเด็กน้อยผู้สูงศักดิ์ เจ้าจะไปเข้าใจอะไร! ความภักดีมันกินไม่ได้! วิชาแพทย์และเคล็ดวิชาหมัดมวยอันดับหนึ่งงั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี ข้าฝึกฝนจนแก่เฒ่า แต่กลับต้องก้มหัวอยู่ใต้เงาของประมุขผู้โง่เขลา ที่เอาแต่ยึดมั่นในคุณธรรมจอมปลอม! พรรคมารให้ในสิ่งที่ข้าต้องการ... อำนาจ ความมั่งคั่ง และเคล็ดวิชาที่จะทำให้ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์!"
พลลังกดดันระดับรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาจนหินบนผนังร้าวระแหง จ้าวซานสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง พลังฝ่ามือสีดำทะมึนพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของหลี่เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ตูม!
หลี่เฉินไม่หลบ เขายกแขนขึ้นตั้งรับหมัดนั้นอย่างแข็งแกร่ง แรงปะทะทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกยุบลงไปเป็นหลุมลึก ร่างของเด็กหนุ่มไถลถอยหลังไปสามก้าว รอยเลือดซึมที่มุมปาก แต่แววตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้
"เจ้าสารเลว… วันนี้บัญชีแค้นสิบปี ข้าจะขอชำระด้วยกำปั้นคู่นี้!"
หลี่เฉินคำรามลั่น เพลงหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้าถูกแผดเผาด้วยลมปราณเดือดดาล หมัดแรกซัดออกไปราวกับพยัคฆ์ร้ายตะปบเหยื่อ อากาศรอบข้างสั่นไหว เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จ้าวซานสะท้อนถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกเมื่อพบว่าพลังของเด็กหนุ่มตรงหน้าก้าวล้ำเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก
การต่อสู้ตะลุมบอนดำเนินไปอย่างดุเดือด ฝุ่นตลบอบอวล เศษหินและประกายไฟจากการปะทะของลมปราณพุ่งกระจายไปทั่วทุกทิศทาง ไป๋ฮ่าวคอยระวังหลังและสกัดกั้นเส้นทางหนีของจ้าวซานอย่างรัดกุม ลูกผู้ชายสองคนประสานมือกันอย่างไร้รอยต่อ แม้ศัตรูจะมีประสบการณ์สูงส่งเพียงใด แต่ท่ามกลางความแค้นอันท่วมท้น หลี่เฉินซัดหมัดหนักหน่วงเข้าใส่ราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
กระทั่งหมัดสุดท้ายพุ่งทะลวงผ่านการป้องกันเข้ากระแทกกลางหน้าอกของจ้าวซานอย่างจัง!
อั๊ก!
เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของอดีตผู้อาวุโส ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรงก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ลมหายใจโรยรา ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ
หลี่เฉินยืนหอบหายใจโยนตัวโยน หยาดเหงื่อผสมกับคราบเลือดไหลอาบใบหน้าคมคาย เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนพะงาบๆ ของศัตรู ย่อตัวลงต่ำแล้วกระชากคอเสื้อขึ้นมา สายตาดุดั่งพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ
"บอกข้ามา... จอมมารอัคคีโลกันตร์ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?" หลี่เฉินเค้นเสียงถามด้วยความเคียดแค้น
จ้าวซานแย้มยิ้มทั้งเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้า สายตาของมันมองเลยผ่านไหล่ของหลี่เฉินไปยังความมืดมิดเบื้องหลัง แววตาของคนใกล้ตายแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาและตื่นเต้นในคราเดียวกัน
"ฮìๆ... เจ้าคิดว่าจับตัวข้าได้แล้วจะชนะงั้นหรือ? สายเกินไปแล้ว... พวกมันมาถึงเร็วกว่าที่เจ้าคิด..."
สิ้นเสียงคำพูดของจ้าวซาน แสงไฟจากคบเพลิงรอบห้องโถงก็พลันดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วเข้าสู่กระดูกสันหลังของทั้งหลี่เฉินและไป๋ฮ่าว ทันใดนั้น เสียงปรบมือดัง "แปะ... แปะ... แปะ..." ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ก้าวเท้าออกมาจากหมอกควันสีดำสนิท ซึ่งปรากฏพร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่น่าสะพรึงกลัวจนลมหายใจต้องสะดุด
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 28
หนอนบ่อนไส้เปิดเผย
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!