*ฉึบ!*
ประกายโลหะสีเงินยวงแหวกผ่านความมืดมิดของราตรีกาล เกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคมราวกรรไกรตัดผ่านเส้นไหม ปลายกระบี่อาบยาพิษสีเขียวเข้มพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณลำคอของชายหนุ่มชุดขาวที่กำลังนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ทว่าในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็พุ่งทะยานเข้ามาดั่งพยัคฆ์โผนทะยาน หมัดขวาของหลี่เฉินกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณอัคคีคลั่งถูกอัดแน่นจนเกิดเสียงคำรามต่ำในลำคอ คล้ายเสียงเสือโคร่งคำรามก้องป่า
*เปรี้ยง!*
หมัดปะทะเข้ากับคมกระบี่อย่างแม่นยำ แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้มือสังหารในชุดดำสนิทถอยหลังไปสามก้าว ลมปราณสะท้อนกลับจนมือสังหารผู้นั้นกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันจะสามารถรับกระบี่พิษของมันด้วยมือเปล่าแถมยังซัดมันจนลมปราณปั่นป่วนได้
"พวกสุนัขลอบกัดจากพรรคมารนี่ช่างขยันขันแข็งเสียจริง ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่ยอมหลับยอมนอนกันอีกหรือครับ?" หลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววดุดันราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อ กล้ามเนื้อทุกส่วนทั่วร่างเกร็งตัวเตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจมระลอกสอง
มือสังหารชุดดำไม่เอ่ยคำใด มันกัดฟันกรอด ทิ้งระเบิดควันสีเทาทึบลงกับพื้นเพื่ออำพรางตัว ในพริบตาเดียวกลิ่นฉุนก็คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อควันจางหาย ร่างของมือสังหารผู้นั้นก็หายลับไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยเท้าลึกบนพื้นดินและกลิ่นอายความตายที่ยังคงหลงเหลืออยู่
หลี่เฉินผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าคมเข้ม เขาหันกลับไปมองชายหนุ่มชุดขาวที่ยังคงนั่งนิ่งสงบราวกับไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญใดๆ เกิดขึ้นเมื่อครู่ ชายผู้นั้นมีใบหน้ารูปสลัก หล่อเหลาคมคาย ดวงตาดั่งหงส์ทอประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยกขาวบริสุทธิ์ แม้เสื้อผ้าจะยับย่นเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ แต่ท่าทีโดยรวมยังคงไว้ซึ่งความสง่างามเยือกเย็นสมกับเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่
"ขอบคุณแม่หนุ่มน้อย... เอ่อ สหายท่านนี้ ที่ยื่นมือเข้าช่วยชีวิต" ชายชุดขาวประสานมือคารวะด้วยรอยยิ้มบางๆ น้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง "ข้าพเจ้าไป๋ฮ่าว ค้างแรมอยู่แถบนี้เพื่อรอพบสหาย แต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกพวกหนูสกปรกตามรังควานเสียก่อน"
"หลี่เฉินครับ" เด็กหนุ่มแนะนำตัวสั้นๆ พร้อมกับเก็บกำปั้นเข้าหาตัว สลายลมปราณที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในกาย "พวกมันไม่ใช่หนูสกปรกธรรมดาหรอกครับ แต่มันคือมือสังหารเดนตายจากพรรคมารอัคคีโลกันตร์ เป้าหมายของพวกมันน่าจะเป็นการเก็บกวาดผู้ที่มีสายสัมพันธ์กับสำนักใหญ่ในยุทธภพ ท่านเองก็ควรระวังตัวให้มากกว่านี้"
ไป๋ฮ่าวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสนใจปรากฏขึ้นวูบหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อพรรคมารอัคคีโลกันตร์ เขาสำรวจหลี่เฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า พินิจพิเคราะห์ร่องรอยวิชาหมัดมวยที่อีกฝ่ายเพิ่งใช้เมื่อครู่ รอยประทับรูปพยัคฆ์จางๆ ที่หลังมือของหลี่เฉินไม่รอดพ้นไปจากสายตาอันเฉียบคมของเขา
"วิชาหมัดพยัคฆ์คลั่ง... เกรงว่าสหายหลี่คงไม่ใช่ชาวยุทธทั่วไปกระมัง?" ไป๋ฮ่าวเอ่ยถามด้วยความสนใจ น้ำเสียงไม่มีทีท่าหวาดระแวงแม้แต่น้อย
"เป็นเพียงคนไร้สำนักที่กำลังเดินทางเพื่อสะสางบัญชีแค้นส่วนตัวเท่านั้นครับ" หลี่เฉินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบทอดมองไปยังแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากยอดไม้ "ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับหาความสงบสุขได้ยากยิ่ง ทุกย่างก้าวล้วนมีแต่เลือดและคราบน้ำตา"
ไป๋ฮ่าวแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจที่หาได้ยากในยุทธภพ "คำพูดของท่านช่างลึกซึ้งเกินวัยนัก สหายหลี่... หากท่านไม่รังเกียจ ค่ำคืนอันยาวนานนี้ เรามาหาเรื่องสนุกๆ ทำกันสักตั้งเป็นอย่างไร?"
หลี่เฉินขมวดคิ้วด้วยความฉงน "สนุก? ในสถานการณ์แบบนี้น่ะหรือครับ?"
"ถูกต้องครับ" ไป๋ฮ่าวลุกขึ้นยืนช้าๆ สะบัดชายเสื้อขาวสะอาดอย่างไร้ร่องรอยฝุ่นผง มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว พริบตาเดียวกันนั้นเอง รัศมีกระบี่อันคมกล้าก็พวยพุ่งออกจากร่างของเขาจนใบไม้รอบกายไหวสะท้าน "ข้าเห็นฝีมือหมัดของท่านแล้ว รู้สึกคันไม้คันมืออยากลองประมือด้วยสักกระบวนท่า ท่านสนใจจะประลองฝีมือนอกรอบกับข้าสักตั้งหรือไม่? เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และเพื่อทดสอบดูว่า... หมัดของท่านจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องคนที่ท่านรักได้จริงหรือเปล่า"
คำพูดนั้นสะกิดโดนปมในใจของหลี่เฉินเข้าอย่างจัง ภาพความทรงจำวันที่สำนักถูกเผาทำลายและอาจารย์สิ้นชีพย้อนกลับมาในหัว หลี่เฉินกำหมัดแน่นขึ้น นัยน์ตาสEวประกายวับโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและความมุ่งมั่น
"หากท่านต้องการ... ผมก็ยินดีจัดให้ครับ!" หลี่เฉินก้าวเท้าออกเป็นรูปกากบาท ตั้งท่าหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกระลอกใหม่จนพื้นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก
ยามเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผืนป่า ทั้งสองร่างก็พุ่งเข้าหากันดั่งสายฟ้าแลบ
*เคร้ง! ตูม!*
เสียงหมัดปะทะคมกระบี่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่าเงียบงัน ไป๋ฮ่าวตวัดกระบี่เป็นวงโค้งดั่งสายน้ำไหลริน นุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบคมอันตราย ทว่าหลี่เฉินกลับใช้หมัดที่หนักหน่วงดั่งภูผาเข้าปะทะ ทุกหมัดที่ซัดออกไปเต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลและความเด็ดเดี่ยวลูกผู้ชาย ทั้งสองแลกกระบวนท่ากันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้ใคร แม้จะเป็นการประลอง แต่จิตสังหารและเจตจำนงที่สะท้อนออกมาจากกระบวนท่ากลับทำให้บรรยากาศรอบข้างร้อนระอุ
ผ่านไปสามสิบกระบวนท่า ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มหอบกระชั้น ร่างกายเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ แต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งสองพร้อมๆ กัน
ไป๋ฮ่าวเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า ขณะที่หลี่เฉินก็ลดหมัดลงและผ่อนลมปราณกลับเข้าสู่จุดตันtian ท่ามกลางความเงียบงันของราตรีกาล พวกเขามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นป่า ความระแวงแคลงใจทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเคารพยกย่องซึ่งกันและกันในฐานะยอดฝีมือ
"ฮ่าๆๆ! เยี่ยม! ฝีมือหมัดของท่านช่างดุดันและทรงพลังยิ่งนัก หลี่เฉิน... นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านคือสหายร่วมตายของไป๋ฮ่าวผู้นี้แล้ว!" ไป๋ฮ่าวตบไหล่หลี่เฉินฉาดใหญ่ด้วยความสะใจ
"ยินดีครับ สหายไป๋... ฝีมือกระบี่ของท่านก็รวดเร็วและงดงามจนผมต้องทึ่งเช่นกัน" หลี่เฉินยิ้มตอบด้วยความจริงใจ ความโดดเดี่ยวที่เคยเกาะกินหัวใจมาตลอดทางพลันจางหายไป เมื่อมีสหายผู้รู้ใจเคียงข้าง การเดินทางข้างหน้าต่อจากนี้ไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามเพียงใด เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศแห่งมิตรภาพกำลังอบอวลอยู่ใต้แสงจันทร์อันงดงามนั้นเอง...
*ฟิ้ว... ตึ้ง!*
ลูกธนูอาบโลหิตดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศปักลงบนต้นไม้ใหญ่ระหว่างกลางพวกเขาทั้งสองอย่างแม่นยำ ปลายลูกธนูสลักสัญลักษณ์รูป "เปลวเพลิงโลหิต" ซึ่งเป็นตราประจำตัวของมือสังหารระดับสูงแห่งพรรคมาร และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนตัวลูกธนูมีผ้าแพรสีเลือดผูกติดอยู่ พร้อมกับข้อความด้วยลายมือที่อ่านได้ใจความว่า...
*"องค์ชายสิบแห่งแคว้นไป๋ และไอ้สวะหลี่เฉิน... ศศิธรดับสูญเมื่อใด หัวของพวกเจ้าจะถูกเสียบประจานที่ประตูเมืองหลวงเมื่อนั้น!"*
ไป๋ฮ่าวหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของคุณชายผู้เคยเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง ขณะที่หลี่เฉินเงยหน้าขึ้นมองไปยังเงาดำนับสิบบนยอดไม้รอบทิศทางที่กำลังปรากฏกายขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ
(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "พยัคฆ์ขาวคำราม" เสมอมาครับ)
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 4
มิตรภาพใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!