พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 3

โรงเตี๊ยบชายแดน

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถ้าพวกเจ้ายังไม่อยากตาย ก็วางถุงเงินลงแล้วไสหัวไปเสีย!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษไม้กระเด็น เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวนี้มาจากบุรุษร่างยักษ์ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย เขากำลังใช้เท้าเหยียบกุมขยับร่างของเฒ่าชราเจ้าของโรงเตี๊ยม "มังกรหลับ" ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนเส้นทางชายแดนรกร้าง รอบข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด ลูกค้าคนอื่นต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง บนโต๊ะมุมอับสายตา หลี่เฉินนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งยกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างพิจารณา ขณะที่ไป๋ฮ่าวสหายรักกำลังใช้ผ้าแพรเช็ดคมกระบี่ในฝักอย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้นเป็นเพียงลมพัดผ่าน "ท่านลุง... ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ เงินก้อนนี้เป็นค่ารักษาภรรยาข้าจริงๆ" เฒ่าชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก "ฮ่าๆๆ ภรรยาเจ้าจะตายหรืออยู่แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า? เงินคุ้มครองเดือนนี้ต้องจ่ายครบ มิฉะนั้นโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้กลายเป็นเถ้าถ่านแน่!" อันธพาลร่างยักษ์หัวเราะลั่นอย่างลำพองใจ มันเงื้อหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณหยาบกระด้าง หมายจะซัดลงกลางกระหม่อมของเฒ่าชราเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู *เปรี้ยง!* เศษตะเกียบไม้คู่หนึ่งพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ปักทะลุกรอบประตูไม้สนจนจมมิดด้าม ขัดขวางวิถีหมัดของอันธพาลได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้มันต้องชะงักและถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกใจ "ใครหน้าไหนมันรนหาที่ตาย!" อันธพาลร่างยักษ์คำรามลั่น กวาดตามองหาต้นตอ หลี่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง ร่างกายของเขาสูงโปร่งแต่เปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนเร้นพลังระเบิดไว้อย่างน่าสะพรึงกลัว เขาสบัดชายเสื้อคลุมเล็กน้อย ก้าวเท้าเดินออกมาราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ สายตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความเย็นชาและความรังเกียจเดียดฉันท์ "ยุทธภพกว้างใหญ่ ไฉนจึงมีสุนัขบ้าเที่ยวไล่กัดคนไม่มีทางสู้เช่นนี้เล่า?" หลี่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท สะท้อนก้องไปทั่วโรงเตี๊ยมที่เงียบสงัด อันธพาลผู้นั้นหรี่ตาลง มองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าหลี่เฉินดูอายุยังน้อยและไม่มีเครื่องบ่งบอกฐานะสูงส่ง มันจึงแค่น่นเสียง "หึ" ในลำคออย่างดูแคลน "ไอ้เด็กเวร เจ้ามาจากไหนกัน? อยากลองดีกับ 'พรรคเสือดาวทมิฬ' ของพวกเราอย่างนั้นเรารึ?" "พรรคเสือดาวทมิฬ?" หลี่เฉินทวนชื่อนั้นเบาๆ มุมปากยกยิ้มหยัน "ข้าไม่เคยได้ยินชื่อสำนักสวะเช่นนี้มาก่อน... และต่อให้พวกมันมีอยู่จริง วันนี้พวกมันก็คงต้องสูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินนี้แล้ว" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภาพลวงตา! วิชาตัวเบา "ย่างก้าวพยัคฆ์ทะยาน" ถูกแผ่ซ่านออกมาอย่างเต็มกำลัง ความเร็วของเขาทำให้กลุ่มอันธพาลถึงกับหน้าถอดสี อันธพาลร่างยักษ์ยังไม่ทันตั้งตัว หมัดขวาของหลี่เฉินที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณสีครามก็พุ่งกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างจัง *ตูม!* เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ร่างหนาหนักนับร้อยชั่งของอันธพาลร่างยักษ์ลอยละลิ่วทะลุกรอบประตูออกไปกระแทกกับพื้นถนนด้านนอกอย่างแรง กระดูกซี่โครงหักละเอียดส่งเสียงดังกรอบแกรบ มันกระอักเลือดกองโตออกมาทันที ดวงตาเบิกโพลงค้างก่อนจะหมดสติไปในพริบตาเดียว ลูกสมุนอีกห้าคนที่เหลือต่างหน้าซีดเผือกด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน พวกมันจึงชักดาบเล่มยาวออกมาแล้วพรูเข้าไปรุมล้อมหลี่เฉินจากทุกสารทิศพร้อมกัน "ระวังหน่อยล่ะสหาย ข้าไม่อยากให้เลือดสกปรกพวกนี้เปื้อนเสื้อผ้าเจ้า" ไป๋ฮ่าวส่งเสียงแซวมาจากโต๊ะ พร้อมกับยกจอกสุราขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่คิดจะขยับกายเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าฝีมือระดับนี้ หลี่เฉินจัดการได้เพียงลำพองใจ หลี่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองดาบที่พุ่งเข้ามา เขาหมุนตัวกลางอากาศอย่างงดงามราวกับมังกรทะยานฟ้า ฝ่ามือขวาแปลงเป็นกรงเล็บพยัคฆ์ตะปบทลายกระบวนท่าของคนแรกจนดาบกระเด็นหลุดมือ ตามด้วยลูกเตะตัดขั้วหัวใจที่รวดเร็วและรุนแรงจนคนคนที่สองกระเด็นไปชนเสาเรือนจนสลบเหมือด หมัด ซัด ศอก และฝ่ามือ—ทุกกระบวนท่าของหลี่เฉินล้วนเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ไร้ซึ่งความลังเลและไร้ซึ่งความปรานี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งหมัดมวยที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างยากลำบาก ผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจเดียว อันธพาลทั้งห้าคนก็ลงไปนอนครวญครางระงมอยู่บนพื้น โรงเตี๊ยมกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเฒ่าชราที่มองเด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า หลี่เฉินปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองเล็กน้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงการปัดแมลงวันตัวหนึ่งเท่านั้น เขาเดินเข้าไปหยิบถุงเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วยื่นส่งคืนให้แก่เฒ่าชราด้วยท่าทีสุภาพ "ท่านลุง รับเก็บไว้เถอะครับ เงินนี่เป็นของท่าน" หลี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ผิดกับยามเมื่อครู่ลิบลับ เฒ่าชรายกมือสั่นเทาขึ้นรับถุงเงิน น้ำตาไหลพราก "ขอบคุณ... ขอบคุณคุณชายทั้งสองเหลือเกิน หากไม่ได้พวกท่าน วันนี้ครอบครัวข้าคงไม่รอดแน่... แต่... แต่ว่าพวกท่านรีบหนีไปเถอะครับ!" คำพูดของเฒ่าชราทำให้หลี่เฉินและไป๋ฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย ไป๋ฮ่าววางจอกสุราลง เดินเข้ามาสมทบพร้อมกับใช้พัดจีบเคาะมือเบาๆ "หนีงั้นหรือ? เฒ่าแก่ หมายความว่าอย่างไร?" ไป๋ฮ่าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เฒ่าชรากวาดสายตาลีบลานด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะโน้มตัวกระซิบด้วยเสียงอันสั่นเครือ "พวกมัน... พวกมันเป็นเพียงลูกสมุนระดับล่าง สำนักเสือดาวทมิฬที่พวกท่านจัดการไปเมื่อครู่ เบื้องหลังมี 'พรรคมารอัคคีโลกันตร์' หนุนหลังอยู่! และตอนนี้... แม่ทัพมารเพลิงโลหิตกำลังยกพลมาที่เมืองชายแดนนี้ เพื่อตามหาเศษแผนที่ลับโบราณ!" สิ้นเสียงของเฒ่าชรา บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงในพริบตา ดวงตาของหลี่เฉินหรี่แคบลงทันที หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความแค้นที่ฝังรากลึก คำว่า "พรรคมารอัคคีโลกันตร์" เปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงในอกของเขา ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามบ่ายที่เคยปลอดโปร่งก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยเลือด พร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ดังสนั่นมาจากทางประตูเมืองทิศเหนือ แรงกดดันมหาศาลจากลมปราณระดับปรมาจารย์แผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งเมืองจนผู้คนต่างหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรเพลิงก้าวเดินผ่านม่านฝุ่นควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า ในมือของมันลากกระบี่เล่มใหญ่ที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสดๆ หยดลงพื้นเป็นทางยาว "หึ... เจ้าหนู กล้าดียังไงถึงกล้าสังหารคนของข้าบนดินแดนแห่งนี้?" เสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวอย่างจงใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ตัวละครของเรามา ณ ที่นี้นะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%