พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 2

สองกำปั้นโดดเดี่ยว

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมกับความร้อนระอุจากเถ้าถ่านที่ยังคงคุกรุ่น ซากปรักหักพังของสำนักวิชาหมัดพยัคฆ์คำรามในยามนี้ ไม่หลงเหลือเค้าโครงความยิ่งใหญ่ในอดีตอีกต่อไป มีเพียงความเงียบงันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ หลี่เฉินเบิกตากว้างจนแทบถลน... และก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ประมุขพรรคมารก็หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมกับฝ่ามืออัคคีที่พุ่งตรงมายังกลางหน้าอกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ! *ตูม!* แรงปะทะดั่งอสุนีบาตฟาดผ่า ร่างของหลี่เฉินปลิวลิ่วทะยานถอยหลังกระแทกเข้ากับเสาหินศิลาแกร่งจนหักสะบั้น เศษฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับกระแสความร้อนที่แผดเผาเสื้อผ้าบริเวณหน้าอกจนไหม้เกรียม เด็กหนุ่มกระอักลิ่มเลือดสีเข้มออกมาคำใหญ่ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวดร้าวรานไปถึงกระดูกดำ ทว่าดวงตาทั้งสองข้างกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นที่ไม่ยอมมอดดับ "ฮ่าๆๆๆ... เด็กน้อย เจ้ายังอ่อนหัดเกินกว่าจะต่อกรกับฟ้าดิน!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องกังวาน ก่อนที่เงาร่างของจอมมารอัคคีโลกันตร์จะสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำและจางหายไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงคำประกาศิตแห่งความตายที่ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท หลี่เฉินกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก เขายันกายลุกขึ้นด้วยสองมือที่สั่นเทา เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากหยดลงสู่พื้นดินที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ลึกซึ้งถึงความจริงอันโหดร้าย—พลังของเขายังห่างไกลนัก หากปราศจากความแข็งแกร่ง เขาก็เป็นได้เพียงมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ "เจ้าจะนอนจมอยู่ตรงนั้น หรือจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อศักดิ์ศรีของสำนักกันแน่, หลี่เฉิน?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลัง หลี่เฉินหันขวับไปมองด้วยสัญชาตญาณพร้อมตั้งท่าหมัดมวยครึ่งๆ กลางๆ ท่ามกลางความมืด ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับคุณชายตระกูลใหญ่ ในมือถือกระบี่เล่มยาวที่ยังไม่เคยชักออกจากฝัก ดวงตาคมปลาบมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ไป๋ฮ่าว..." หลี่เฉินครางชื่อสหายรักออกมาเบาๆ ไป๋ฮ่าวสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อและกลิ่นไอความตายที่แผ่ออกมาจากตัวสหาย เขาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ที่ไร้สาระ เพราะลูกผู้ชายที่เผชิญหน้ากับความสูญเสียระดับนี้ ไม่ต้องการหยาดน้ำตาหรือคำพูดหวานหู พวกเขาต้องการเพียงแค่ 'หนทาง' และ 'เวลา' "ข้ามาล้าช้าไปก้าวเดียว..." ไป๋ฮ่าวทอดถอนหายใจยาว ดวงตาคมกวาดมองซากปรักหักพังโดยรอบ "ข้าได้ยินข่าวเรื่องพรรคมารเคลื่อนไหว รีบควบม้าพันลี้มา แต่ก็ไม่ทันได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับอาจารย์และศิษย์พี่ของเจ้า" หลี่เฉินหลับตาลงช้าๆ เพื่อกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลริน ลูกผู้ชายหลั่งเลือดได้แต่ห้ามหลั่งน้ำตาให้ความอ่อนแอ เขาพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาในยามนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอย่างไร้เหตุผลอีกต่อไป หากแต่เป็นความนิ่งสงบ เยือกเย็น และดุดันดั่งพยัคฆ์ซุ่มรอเวลาตะครุบเหยื่อ "ข้าไม่โทษเจ้า, ไป๋ฮ่าว" เสียงของหลี่เฉินแหบพร่าแต่หนักแน่น "หนี้เลือดนี้... ข้าต้องเป็นคนชำระด้วยสองกำปั้นของข้าเอง" ไป๋ฮ่าวยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มของสหายผู้ตายเกิดร่วมตาย "นั่นแหละคือสหายที่ข้ารู้จัก ดีล่ะ ในเมื่อเป้าหมายของเจ้าคือการล้างแค้น เจ้ามีแผนการอันใดแล้วหรือยัง? พรรคมารไม่ได้มีดีแค่จอมมารอัคคีโลกันตร์ พวกมันยังมีขุนพลมารอีกแปดทิศ และเครือข่ายที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งยุทธภพ หากเจ้าบุ่มบ่ามเดินเข้าไปตอนนี้ ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ" หลี่เฉินหันมองไปยังแผ่นป้ายสำนักที่หักครึ่งซึ่งตกอยู่แทบเท้า เขาคุกเข่าลงช้าๆ โขกศีรษะคำนับสามครั้งติดๆ กันต่อหน้าซากวิหาร เป็นการคารวะครั้งสุดท้ายให้แก่อาจารย์และดวงวิญญาณของพี่น้องร่วมสำนัก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังปราณภายในกายเริ่มโคจรหมุนวนตามเคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์คำราม แม้จะยังมีอาการบาดเจ็บภายใน แต่จิตใจของเขากลับแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า "ข้าจะออกเดินทาง" หลี่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "ข้าจะเดินทางไปฝึกฝนวิชาหมัดมวยสืบทอดโบราณที่หลบซ่อนอยู่ตามดินแดนอันตราย ข้าจะผสานวิชาหมัดดั้งเดิมเข้ากับประสบการณ์ความเป็นความตายในยุทธภพ จนกว่าหมัดคู่นี้จะทะลวงผ่านฟ้าดินและบดขยี้กระดูกของจอมมารอัคคีโลกันตร์ให้แหลกเป็นจุล!" ไป๋ฮ่าวหัวسาะเบาๆ ในลำคอ ชักกระบี่ออกจากฝักนิ้วหนึ่ง เสียงคมดาบเสียดสีกับฝักดัง *กริ๊ง* สะท้อนความกังวาน "ถ้าเช่นนั้น สหายเช่นข้าจะยอมอยู่นิ่งดูดายได้อย่างไร? เส้นทางสายนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและคมดาบจากศัตรู ข้าจะขอเป็นเงาติดตามและคอยระวังหลังให้เจ้าเอง จนกว่าวันนั้นจะมาถึง... สองกำปั้นโดดเดี่ยวของเจ้า จะมีกระบี่ของข้าร่วมเคียงข้างผ่าฟันอุปสรรคไปพร้อมกัน" แสงจันทร์ยามค่ำสาดส่องลงมาผ่านกลุ่มควัน ทาบทับเงาร่างของชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนเคียงบ่าเคียงกันท่ามกลางซากปรักหักพัง พลังจิตวิญญาณอันฮึกเหิมของคนทั้งคู่แผ่ซ่านออกมาราวกับพยัคฆ์หนุ่มสองตัวที่พร้อมจะคำรามก้องฟ้าสะเทือนดิน พวกเขาทั้งสองก้าวเดินออกไปจากสำนักมุ่งหน้าสู่เส้นทางแห่งยุทธภพอันมืดมนและอันตราย โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า... ก้าวแรกที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นเขตแดนซากปรักหักพังนี้ มีเงาดำลึกลับหลายสบายนายกำลังซุ่มซ่อนอยู่ตามยอดไม้ พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกที่เล็งตรงมายังแผ่นหลังของพวกเขา และหนึ่งในเงาเหล่านั้น... กำลังส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นด้วยความสมเพชระคนสนุกสนาน "คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของพรรคมารอย่างนั้นหรือ... หึ หึ หึ เหยื่อติดกับแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้ตัวละครของเรามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%