พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 1

เงาเพลิงแห่งการทำลายล้าง

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งหนาแน่นเสียยิ่งกว่าหมอกยามสนธยา หยาดโลหิตสีแดงฉานหยดติ๋งลงจากปลายคานไม้เก่าคร่ำคร่าของหอคัมภีร์สำนักเสือขาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวและเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วหุบเขา ประดุจเสียงคำรามจากขุมนรกที่ถูกเปิดออกอย่างไรอย่างนั้น หลี่เฉิน เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี หอบหายใจถี่กระชั้นจนหน้าอกสะท้อนขึ้นลงรุนแรง ดวงตาคู่คมของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายท่วมกรอบหน้าคมคายที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าดินปืนและรอยเลือด สองมือของเขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริแตก ความเจ็บปวดทางกายไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย หากแต่ความเจ็บแปลบที่ขั้วหัวใจเมื่อเห็นสหายร่วมสำนักนับร้อยชีวิตต้องล้มตายลงต่อหน้าต่อตาในคืนเดียว กลับแผดเผาจิตวิญญาณของเขาให้มอดไหม้กลายเป็นจุล "ท่านอาจารย์..." เสียงแหบพร่าเล็ดลอดไรฟันของหลี่เฉิน หลุดรอดออกมาพร้อมกับความรู้สึกไร้พลัง เขาทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังที่เคยองอาจน่าเกรงขามของเจ้าสำนักเสือขาว—ผู้เป็นทั้งอาจารย์และบิดาบุญธรรม—บัดนี้ทรุดฮวบลงพิงกับเสาไม้สักทองขนาดใหญ่ ร่างกายของท่านอาบย้อมไปด้วยโลหิตสีดำคล้ำ พิษร้ายจากฝ่ามืออัคคีโลกันตร์กำลังกัดกินอวัยวะภายในอย่างช้าๆ เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญตำหนักใหญ่จนแสงสีส้มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทาบทับเงาร่างของคนทั้งคู่ให้ดูโดดเดี่ยวและเวิ้งว้าง "หลี่เฉิน..." เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับสายลมใกล้ดับสลลาย ดังขึ้นจากริมฝีปากที่แห้งผากของผู้อาวุโสไป๋หลง เจ้าสำนักเสือขาวผู้เคยเกริกไกรในยุทธภพ ท่านพยายามปรือตาขึ้นมองศิษย์เอกด้วยความยากลำบาก มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาและสั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอื้อมไปคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มไว้แน่น "ท่านอาจารย์! ข้า... ข้าจะพาཕากท่านหนีออกไป เดี๋ยวนี้แหละ!" หลี่เฉินโพล่งขึ้นด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาชายชาตรีลูกผู้ชายไหลรินผสมปะปนกับคราบเลือดบนใบหน้า ความดื้อรั้นและเลือดร้อนในตัวพลุ่งพล่าน เขาเตรียมจะพยุงร่างของอาจารย์ขึ้นแบกไว้บนหลัง "อย่า... เสียเวลาเลย ศิษย์ข้า..." ไป๋หลงส่ายหน้าช้าๆ ลมหายใจของท่านติดขัดจนน่าใจหาย เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปาก "ลมปราณ... ในกายข้าแตกซ่านเกินเยียวยาแล้ว พิษเพลิงมารนี้... ฝังรากลึกถึงกระดูกดำ ต่อให้เป็นเซียนเทวดาก็มารักษาไม่ทันกาล" "ไม่! ท่านต้องไม่เป็นอะไร สำนักของเรา... บรรพบุรุษของเราสั่งสมชื่อเสียงมาหลายชั่วอายุคน พรรคมารพวกนั้น... พวกมันใช้วิธีสกปรก ลอบกัดเราในยามวิกาล! ข้าจะออกไปสู้กับพวกมัน ข้าจะล้างแค้นให้ทุกคน!" หลี่เฉินคำรามลั่น ดวงตาฉายแววดุดันดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม สัญชาตญาณนักสู้ในตัวร่ำร้องอยากจะพุ่งออกไปซัดศัตรูให้แหลقคามือ ไป๋หลงแย้มยิ้มขมขื่น ท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ ท่านออกแรงบีบข้อมือของศิษย์รักแน่นขึ้นราวกับต้องการถ่ายทอดพลังเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มี "เจ้าเด็กโง่... ความแค้น... ไม่เคยทำให้ใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง... เจ้ายังอ่อนหัดนัก" ไป๋หลงไอโขลงใหญ่จนมีลิ่มเลือดกระเซ็นออกมา "จอมมารอัคคีโลกันตร์... มันไม่ได้มาเพื่อทำลายสำนักเราเพียงเพราะความบาดหมางเล็กน้อย... แต่มันต้องการ 'คัมภีร์พยัคฆ์ทะยานฟ้า' ที่ซ่อนอยู่... แก่นแท้แห่งวิชาที่เราปกป้องมาตลอดชีวิต..." หลี่เฉินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ คัมภีร์บรรพกาลที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเขตหวงห้ามชั้นในสุด เหตุใดประมุขพรรคมารจึงล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้? "จำคำของข้าไว้ให้ดี..." ไป๋หลงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของเด็กหนุ่ม เสียงของท่านเบาราวเสียงกระซิบของภูตผี แต่กลับหนักแน่นราวน้ำหนักขุนเขาในความรู้สึกของหลี่เฉิน "วิชาหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า... มิได้มีไว้เพื่อฆ่าฟันผู้คน... แต่มันมีไว้เพื่อปกป้อง... จงมีชีวิตรอด... ไป๋ฮ่าว สหายของเจ้า... กำลังเดินทางมาสมทบ จงไปพบเขาที่... ป่าไผ่หมื่นศากยะ..." ร่างของไป๋หลงสะท้านเฮือกหนึ่ง ดวงตาที่เคยคมกล้าค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ ลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วงไปพร้อมกับมือที่ร่วงหล่นลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง "ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์ครับ! อย่าทิ้งศิษย์ไป!" เสียงคำรามปานหัวใจจะสลายของหลี่เฉินดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงที่กำลังจะพังทลาย ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากร่างไร้ลมหายใจเบื้องหน้า มีเพียงเสียงเปลวเพลิงที่ปะทุและเสียงหัวเราะเย้ยหยันของพวกพรรคมารจากด้านนอกที่ดังแว่วเข้ามาใกล้ทุกที เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตแผ่ซ่านทั่วโพรงปาก ความโศกเศร้าถูกหลอมรวมเข้ากับความแค้นลึกล้ำจนกลายเป็นพลังงานบางอย่างที่หมุนวนอยู่ในตัน田 (จุดศูนย์L_กลางพลังงาน) หลี่เฉินค่อยๆ วางร่างของอาจารย์ลงอย่างทะนุถนอมที่สุด เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายแผ่รังสีจิตสังหารที่เยียบเย็นและดุดันออกมาโดยไม่รู้ตัว เขากำหมัดทั้งสองข้างแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังลับเขี้ยวเล็บในความมืด ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าต่างบานที่แตกละเอียด ในวินาทีที่หลี่เฉินกำลังจะพุ่งทะยานออกไปเพื่อเปิดฉากล้างเลือดกับศัตรูเบื้องล่าง แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว เสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของประตูใหญ่ พร้อมกับเสาเพลิงสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี แหวกเมฆหมอกจนกระจาย ร่างเงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดหลังคาหอคัมภีร์อย่างเงียบเชียบ ราวกับภูตผีที่ไร้น้ำหนัก หมวกสานปีกกว้างปิดบังใบหน้าครึ่งบนเอาไว้ แต่รอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากและกลิ่นอายมารอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาทำให้หลี่เฉินต้องผงะถอยหลังไปสามก้าว "ไม่นึกเลยว่า... จะยังมีแมลงสาบตัวเล็กๆ รอดชีวิตอยู่ในกองเพลิงนี้ด้วย เจ้าหนู... เจ้าคือศิษย์คนสุดท้ายของเฒ่าไป๋หลงสินะ?" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังกดดันจนกดทับร่างของหลี่เฉินให้อยู่กับที่ ประมุขพรรคมารก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว พร้อมกับโยนหัวของศิษย์พี่ใหญ่สำนักเสือขาวกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของเขา! หลี่เฉินเบิกตากว้างจนแทบถลน... และก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ประมุขพรรคมารก็หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมกับฝ่ามืออัคคีที่พุ่งตรงมายังกลางหน้าอกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ! -------------------------------------------------- ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมิตรภาพและการต่อสู้ครั้งนี้ครับ — พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%