กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ผสมผสานกับกลิ่นดินและเศษซากปรักหักพังของลานพิธีบูรพา ร่างของหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวกระเด็นกระแทกเข้ากับเสาหินศิลาอัคคีจนมันแตกร้าวเป็นทางยาว แรงปะทะเมื่อครู่จาก 'จอมมารอัคคีโลกันตร์' รุนแรงราวกับภูเขาถล่มทับลงมา ทั้งสองกระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ลมหายใจติดขัดและแผ่วเบาลงทุกที
"แค๊ก... เจ้าบ้านั่น..." ไป๋ฮ่าวพยายามใช้กระบี่คู่กายยันพื้นดินเพื่อพยุงร่างขึ้น แต่เข่าทั้งสองข้างกลับทรุดฮวบลงไปกับพื้น เสื้อผ้าอาภรณ์สีขาวสะอาดตาบัดนี้ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีเข้ม บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกเกิดจากพลังเพลิงมารที่แผดเผาจนเนื้อหนังไหม้เกรียม แม้แต่สติสัมปชัญญะก็เริ่มพร่าเลือน ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขนจนแทบอยากจะหลับตาลงแล้วยอมรับความตายเสียตรงนั้น
เบื้องหน้าของพวกเขา จอมมารอัคคีโลกันตร์ยืนตระหง่านราวกับปีศาจจากขุมนรก ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมาด้วยความเหยียดหยัน มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างไร้ความปรานี พลังปราณมารรอบกายแผ่พุ่งเป็นระลอกคลื่นกดทับบรรยากาศให้หนักอึ้ง
"เด็กน้อย... พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือว่ามดปลวกเช่นพวกเจ้า จะสามารถสั่นคลอนบัลลังก์โลกันตร์ของข้าได้?" เสียงทุ้มต่ำดั่งอสุนีบาตดังขึ้นในโสตประสาท มันเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพเหยื่อตรงหน้าในพริบตา "สำนักของพวกเจ้าดับสูญไปแล้ว และพวกเจ้า... ก็กำลังจะตามพวกมันไปในไม่ช้า"
หลี่เฉินนอนหงายหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่สำนักถูกเผาทำลาย อาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ต้องหลั่งเลือดปกป้องวิถีแห่งหมัดมวย—ไหลย้อนกลับมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ ความคับแค้น ความโกรธเกรี้ยว และความรู้สึกไร้พลังถาโถมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยจนเจ็บปวดร้าวราน
*นี่เราจะจบลงแค่นี้จริง ๆ หรือ?*
คำถามก้องอยู่ในใจของหลี่เฉิน มือขวาที่เคยกำหมัดแน่นบัดนี้สั่นเทา นิ้วมือจิกเข้าไปในดินโคลนจนเล็บฉีกขาด เลือดสด ๆ ไหลซึมปะปนกับหยาดน้ำค้างและฝุ่นผง พลังปราณในตันtian (จุดตันเถียน) แตกซ่านราวกับแก้วที่ร้าวราน ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้นมาด้วยซ้ำ
"หลี่... เฉิน..." เสียงเรียกแผ่วเบาจากสหายรักดังขึ้นข้างกาย ไป๋ฮ่าวหันมามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและคำอำลา รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนริมฝั่งที่แห้งผากของเขา "ข้าคง... ไปต่อกับเจ้าไม่ไหวแล้ว..."
"หุบปากซะ... ไป๋ฮ่าว" หลี่เฉินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นบัดนี้แดงก่ำ เอ่อ 1คลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ ไม่อาจปล่อยให้ความแค้นนี้ต้องปลิดปลิวไปพร้อมกับลมหายใจของสหาย
เขากัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรามกระทบกัน ความเจ็บปวดทางกายเริ่มถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ในหัวใจของหลี่เฉิน ภาพของอาจารย์ที่สั่งสอนวิชาหมัดพยัคฆ์ย้อนกลับมา พร้อมกับคำสอนก้องกังวาน—*"วิถีแห่งพยัคฆ์ แม้ในยามตรรหกหรือไร้หนทาง ก็ต้องคำรามก้องฟ้าเพื่อประกาศศักดิ์ดา!"*
"ข้ายัง... ไม่แพ้..."
หลี่เฉินส่งเสียงคำรามในลำคอ ร่างกายที่ควรจะหมดสภาพกลับเริ่มสั่นสะท้าน เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำคอและแขนที่เต็มไปด้วยบาดแผล พลังปราณสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ถูกรีดเค้นออกมาจากทุกอณูเซลล์ มันไม่ใช่พลังปราณปกติ แต่มันคือจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ปฏิเสธความตาย!
จอมมารอัคคีโลกันตร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นในแววตาครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่ควรจะสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งยันพื้น แล้วพยุงร่างอันสะท้านสะเทือนลุกขึ้นยืนทีละน้อย
กึก... กึก...
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ หลี่เฉินยืนหยัดขึ้นได้อีกครั้ง แม้ร่างจะโยกเยกราวกับต้นไม้ต้องพายุซัด แต่มือขวาของเขากลับกำแน่นเป็นหมัดที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของเขาประสานเข้ากับจอมมารอัคคีโลกันตร์โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"เจ้า... เดรัจฉานมาร" หลี่เฉินเปล่งเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "ต่อให้กระดูกข้าต้องแหลกสลายเป็นผุยผง ต่อให้วิญญาณข้าต้องแตกดับ... หมัดนี้ของข้า ก็จะขอจารึกรอยแผลไว้บนร่างชั่วช้าของเจ้า!"
สิ้นเสียงคำราม หลี่เฉินระเบิดลมหายใจเฮือกสุดท้าย พลังปราณสีขาวทองผสมผสานกับจิตวิญญาณพยัคฆ์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกมฆ์ทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างให้แสงจันทร์สาดส่องลงมายังร่างของเขา หมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้าถูกเงื้อมขึ้นเตรียมซัดออกไปอย่างเต็มกำลัง เป็นการเดิมพันด้วยชีวิตครั้งสุดท้ายที่ไม่มีทางถอยหลังกลับ!
บรรยากาศรอบด้านหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ไป๋ฮ่าวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนยินดี ขณะที่จอมมารอัคคีโลกันตร์สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่หลี่เฉินกำลังจะก้าวเท้าพุ่งทะยานออกไปเพื่อแลกชีพนั้นเอง ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า
ครืนนนนน!
เงาดำมหึมาสายหนึ่งพุ่งแหวกพื้นดินขึ้นมาคั่นกลางระหว่างหลี่เฉินและจอมมารอัคคีโลกันตร์ แรงกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่จอมมารยังต้องถอยหลังไปสามก้าวแผ่ซ่านออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา—เสียงของบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่หลายปีก่อน!
"ฮ่า ๆ ๆ... ช่างเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายที่น่าประทับใจเสียจริง แต่可惜นัก... วันนี้พวกเจ้าไม่มีใครได้ตายด้วยมือของมารน้อยนี่หรอก เพราะชีวิตของพวกเจ้า... เป็นของข้า!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู้ยิบตาไปกับหลี่เฉินและสหายมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 36
บาดแผลสาหัสและการลุกขึ้นสู้
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!