เปลวเพลิงสีชาดที่โหมกระหน่ำแผดเผาตำหนักมารโลกันตร์ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย มันคือไอความร้อนแห่งความพินาศที่แผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าจนกลายเป็นจุล กลิ่นคาวเลือดผสมผสานกับกลิ่นเหม็นไหม้ของเกราะเหล็กและเนื้อหนังคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ เบื้องหน้าซากปรักหักพังของเสาหินนิลกาฬขนาดใหญ่ที่หักโค่น หลี่เฉินยืนหยัดด้วยสองขาที่สั่นเทา ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของมนุษย์ ทว่านัยน์ตาคู่นั้นยังคงลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยอดดับ
“เจ้า... เด็กเหลือขอ... ข้าฝึกฝนวิชามารโลกันตร์มาสามสิบปี... ไฉนจึงต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียงเรียงนามเช่นเจ้าด้วย!”
เสียงคำรามด้วยความแค้นเคืองและเลือดลมที่ตีกลับดังขึ้นจากหลุมลึกท่ามกลางซากปรักหักพัง จอมมารอัคคีโลกันตร์คุกเข่าลงข้างหนึ่ง กระบี่มารในมือหักสะบั้น เศษโลหิตสีดำไหลทะลักออกจากมุมปากของมันไม่ขาดสาย ดวงตาที่เคยคมกราบและเปี่ยมด้วยอำนาจ บัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนไม่อยากเชื่อว่าตนเองกำลังจะจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้
หลี่เฉินไม่ตอบคำพูดนั้นทันที เขากัดฟันกรอด ใช้หมัดขวาที่ห่อหุ้มด้วยพลังลมปราณสีทองอันบริสุทธิ์ค้ำยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลง ภาพเหตุการณ์วันที่สำนักและครอบครัวถูกทำลายล้างยังคงวนเวียนฉายชัดอยู่ในห้วงความคิด ความเจ็บปวด ความแค้น และหยาดน้ำตาของเหล่าผู้บริสุทธิ์หลั่งไหลเข้ามาหล่อหลอมเป็นพลังหมัดเฮือกสุดท้าย พลังที่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ยุทธภพ
“ความแค้นของคนนับพัน ชีวิตของพี่น้องร่วมสำนัก และความร่มเย็นเป็นสุขของยุทธภพ เจ้าต้องชดใช้มันด้วยชีวิตของเจ้าเอง!”
เสียงของหลี่เฉินแหบพร่าแต่ทรงพลังยิ่งนัก เขาเงื้อมหมัดขึ้นสุดแขน กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังตึงเครียด เส้นเลือดปูดโปนราวกับจะระเบิด พลังลมปราณพยัคฆ์ทะยานฟ้าคำรามก้องกังวานในอากาศ ราวกับพยัคฆ์ขาวเจ้าป่าที่พร้อมจะตะปบเหยื่อผู้ชั่วร้ายให้ดับดิ้น
*เปรี้ยง!*
หมัดสุดท้ายซัดเข้าที่กลางอกของจอมมารอัคคีโลกันตร์อย่างแม่นยำและไร้ซึ่งความปรานี แรงปะทะระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกวงกว้างจนพื้นศิลาใต้ร่างทั้งสองแหลกละเอียดเป็นผุยผง ร่างของประมุขพรรคมารแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกโพลงกว้าง ก่อนที่รอยร้าวสีทองจะแตกกระจายไปทั่วร่างของมัน และสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวหายไปกับสายลมแห่งการชำระล้าง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงไชโยโห่ร้องด้วยความยินดีจะดังขึ้นจากเหล่าชาวยุทธที่นำโดยไป๋ฮ่าวและพรรคพวกที่รอดชีวิต
“สำเร็จแล้ว! จอมมารอัคคีโลกันตร์ตายแล้ว!”
เสียงตะโกนกึกก้องด้วยความโล่งอก ไป๋ฮ่าวในชุดอาภรณ์ขาวที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นผง รีบทะยานร่างด้วยวิชาตัวเบาเข้ามาประคองร่างของหลี่เฉินเอาไว้ทันที สหายรักทั้งสองมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผล รอยยิ้มที่บอกเล่าเรื่องราวของการร่วมเป็นร่วมตาย การก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ และมิตรภาพที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า
เมื่อประมุขพรรคมารดับสูญ พรรคมารที่เคยยิ่งใหญ่และสร้างความหวาดกลัวไปทั่วหล้าก็แตกกระเจิงไร้ซึ่งผู้นำ เหล่าสมุนมารต่างพากันโยนอาวุธทิ้งและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศละทาง ทว่ากองกำลังผสมจากสำนักต่างๆ ที่นำโดยพันธมิตรชาวยุทธได้ปิดล้อมเส้นทางหลบหนีไว้ทุกด้าน การกวาดล้างพรรคมารครั้งประวัติศาสตร์ดำเนินไปอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เหลือหน่อเนื้อแห่งความชั่วร้ายให้กลับมาสร้างความเดือดร้อนแก่แผ่นดินได้อีก
ยามสนธยามาเยือน เปลวเพลิงที่เผาผลาญตำหนักมารค่อยๆ มอดดับลง เหลือไว้เพียงควันจางๆ ที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม หลี่เฉินนั่งพักผ่อนอยู่บนโขดหินใหญ่ มองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า ความแค้นที่สุมอกมานานหลายปีบัดนี้ได้รับการชำระสะ้างแล้ว ความโล่งเบาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ทว่าในขณะที่เขากำลังจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนอย่างแท้จริง สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดผ่านหลังคอของเขามาพร้อมกับจิตสังหารที่แฝงเร้นอย่างแนบเนียน
ไป๋ฮ่าวที่ยืนระวังภัยอยู่ใกล้ๆ จู่ๆ ก็ชะงักกุนซือหนุ่มชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบมองไปยังความมืดมิดเบื้องหลังซากกำแพงพังทลาย
“ระวังตัวด้วย หลี่เฉิน... มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล”
ก่อนที่หลี่เฉินจะทันได้เอ่ยปากถาม เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากความมืด เงาร่างนั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปล่อยไอพลังลึกลับที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าจอมมารอัคคีโลกันตร์เสียอีก ในมือของมันถือกล่องไม้สลักลายโบราณที่ส่งกลิ่นอายคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด—กล่องบรรดาคัมภีร์ลับของสำนักหลี่ที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน!
“นึกว่าพวกเจ้าจะเก่งกาจกว่านี้เสียอีก... ที่แท้ก็เป็นแค่เด็กน้อยที่เหนื่อยล้าจากเกมที่ข้าเป็นผู้จัดขึ้นเท่านั้น” เสียงแหบพร่าเยือกเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับหน้ากากเงินที่ถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หลี่เฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับพยัคฆ์ขาวคำรามมาจนถึงบทนี้ด้วยนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 39
จุดจบของพรรคมาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!