กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งไปทั่วหุบผาสวรรค์เมื่อหลายวันก่อน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายดินชื้นหลังฝนและควันจางจากเตาไฟของชาวบ้านผู้ยากไร้ ความเงียบสงบที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับแรมปีแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วผืนแผ่นดินยุทธภพ ราวกับธรรมชาติกำลังเยียวยารักษาบาดแผลฉกรรจ์ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น
หลี่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินผาเบื้องหน้าหลุมศพเรียบง่ายไร้ชื่อ มือหนาที่ผ่านการผ่านศึกและกำหมัดซัดทะลวงฟ้าดินมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังบรรจงวางดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์ลงบนพื้นดินอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบมองทอดผ่านหมอกจางยามสายไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตทำมาหากินกันอย่างปกติสุข เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งไล่กวดกันริมลำธารดังแว่วมาให้ได้ยิน ราวกับบทเพลงแห่งการเริ่มต้นใหม่ที่เหล่าผู้ล่วงลับต่างเฝ้ารอคอย
"เจ้ายังคงจมอยู่กับอดีตตรงนั้นอีกแล้วหรือ สหายรัก"
เสียงทุ้มและกังวานดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวสะอาดตา ไป๋ฮ่าวเดินลัดเลาะผ่านพงหญ้าขึ้นมาหยุดยืนเคียงข้าง มือเรียวยาวถือไหสุราหมักชั้นดีมาสองไห เขายื่นไหหนึ่งให้หลี่เฉินก่อนจะเปิดผนึกของตนเองแล้วยกขึ้นจิบเบาๆ
หลี่เฉินรับไหสุรามาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเยียบของเนื้อดินเผา ชายหนุ่มถอนหายใจยาวนานเพื่อขับความอัดอั้นตันใจที่ตกค้างในอกออกไป "ข้าไม่ได้จมปลัก ไป๋ฮ่าว... ข้าเพียงแค่กำลังทบทวน ว่าหนทางที่เราเลือกเดิน พาเรามาไกลถึงจุดนี้ได้อย่างไร วันที่สำนักถูกเผาทำลาย วันที่ข้าสูญเสียทุกสิ่ง ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง"
ไป๋ฮ่าวหันมามองสหายสนิท รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ความเจ็บปวดทำให้เรารู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่ และเลือดเนื้อที่หลั่งรินไปของเหล่าผู้กล้า ก็ไม่ได้สูญเปล่า ยุทธภพสงบลงแล้ว จอมมารอัคคีโลกันตร์ดับสูญไปพร้อมกับความทะเยอทะยานอันมืดบอดของมัน ไม่มีพรรคมารหลงเหลือให้ต้องหวาดผวาอีกต่อไป เจ้าควรภาคภูมิใจในหมัดคู่กายของเจ้าได้แล้ว"
"หมัดของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อรับคำสรรเสริญเยินยอ" หลี่เฉินส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่นั้นทอประกายเด็ดเดี่ยวเช่นเดิม "มันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้อง และตราบใดที่ยังมีผู้คนที่อ่อนแอถูกรังแก หมัดคู่นี้ก็ยังคงมีหน้าที่ที่ต้องทำ แม้ว่าวันนี้แผ่นดินจะร่มเย็นเป็นสุขแล้วก็ตาม"
ข่าวคราวความดีความชอบของหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวแพร่สะพัดไปทั่วรากหญ้าจนถึงราชสำนัก เหล่าสำนักใหญ่ในยุทธภพต่างส่งตัวแทนเดินทางมาคารวะและยกย่องให้เด็กหนุ่มผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็น 'ไอ้หัวขบถไร้สำนัก' กลายเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้แผ่นดินอย่างแท้จริง งานเลี้ยงฉลองชัยชนะถูกจัดขึ้นติดต่อกันสามวันสามคืนที่เมืองหลวง แต่ทั้งหลี่เฉินและไป๋ฮ่าวต่างเลือกที่จะปลีกตัวหลีกหนีความวุ่นวายเหล่านั้น กลับมาสู่ความสงบเงียบ ณ ดินแดนบ้านเกิดที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น
ลมหนาวพัดโชยมาปะทะร่าง ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ไป๋ฮ่าวมองออกไปไกลสุดสายตา ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เจือแววครุ่นคิด "เจ้าสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ส่งจดหมายมาหาข้าเมื่อวานนี้ เขาบอกว่า... ผนึกใต้หุบเขาอเวจีที่เคยใช้กักขังปรมาจารย์รุ่นก่อน มีรอยร้าวประหลาดเกิดขึ้น แม้ศึกใหญ่จะจบลงแล้ว แต่ข้าสังหรณ์ใจว่าความสงบสุขนี้อาจเป็นเพียงภาพลวงตา"
หลี่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตพุ่งวาบผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะกระชับไหสุราในมือแน่นขึ้นจนเนื้อดินเผาแทบร้าว หมัดขวาที่เคยซัดทะลวงร่างของจอมมารอัคคีโลกันตร์ถูกกำเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเขาสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุจากทิศทางที่ไป๋ฮ่าวเอ่ยถึง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากความหลับใหลอันยาวนาน และมันกำลังส่งเสียงคำรามท้าทายอำนาจของพยัคฆ์หนุ่มผู้เพิ่งประกาศชัยชนะ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับพยัคฆ์ขาวคำรามมาจนถึงบทนี้นะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 40
ความสงบสุขคืนสู่แผ่นดิน
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!