"ระวัง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ตื่นตระหนกของไป๋ฮ่าวตะโกนก้อง ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมยามวิกาลที่พัดกระโชกผ่านหุบเหวเบื้องล่าง ความมืดมิดปกคลุมผืนป่ารอบด้านราวกับปีศาจที่อ้าปากรอเขมือบเหยื่อ แต่สิ่งพรากสมาธิของพวกเขามิใช่ความมืด หากแต่เป็นเงาร่างสีดำนับสิบที่พุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้ราวกับฝูงกาเหว่ากระหายเลือด
เป้าหมายของพวกมันคือ 'สะพานเหล็กโบราณ' สะพานแขวนโซ่ตรวนที่เชื่อมต่อระหว่างหน้าผาสองฝั่ง ซึ่งเบื้องล่างคือกระแสน้ำเชี่ยวกรากของหุบเหวมรณะ
หลี่เฉินไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักสู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนขับเคลื่อนร่างของเขากระโดดถอยหลังหนึ่งก้าว ฝ่ามือขวาตวัดออกเป็นรูป ‘หมัดเสือคำราม’ แรงกดดันจากลมปราณซัดเข้าปะทะกับประกายเหล็กที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างจัง!
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มแตกกระจายวับวับแวมๆ ท่ามกลางความมืด แรงปะทะทำให้หลี่เฉินต้องไถลเท้าถอยหลังไปสามก้าว พื้นไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าหวาดเสียว
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." ไป๋ฮ่าวกล่าวเสียงเครียด มือเรียวยาวดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบปลอกดังใสสะอาดสะท้อนก้องหุบเหว แววตาของนายน้อยตระกูลไป๋ฉายแววดุดันที่หาได้ยากยิ่ง ยามนี้รอยยิ้มสำราญใจถูกแทนที่ด้วยความจริงจังขั้นสุด "ดูเหมือนข่าวกรองของเราจะรั่วไหล"
"ไม่ใช่เรื่องแปลก พรรคมารมีหูตาอยู่ทุกหนแห่ง" หลี่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อโคจรลมปราณระเบียบฟ้า กลิ่นอายคาวเลือดลอยมาแตะจมูกพร้อมกับเงาร่างของมือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นขวางทางทั้งสองฝั่งของสะพาน พวกมันปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาหลังหน้ากากคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับพวกมันไม่ใช่เนื้อมนุษย์ แต่เป็นเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้
ผู้นำกลุ่มมือสังหารก้าวออกมาจากแถวหน้า ร่างของมันสูงใหญ่กำยำ มือข้างหนึ่งถือดาบใหญ่หนาเตอะที่อาบไปด้วยพิษสีเขียวเข้ม ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวล มันหัวเราะในลำคอด้วยเสียงที่แหบพร่าคล้ายกระดาษทรายถูกับก้อนหิน
"หลี่เฉิน... ไป๋ฮ่าว พวกเจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของท่านประมุขไปได้หรือ? สะพานเหล็กแห่งนี้ คือหลุมฝังศพที่พวกเราเตรียมไว้ต้อนรับพวกเจ้าโดยเฉพาะ!"
หลี่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังศัตรูเบื้องหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว หมัดทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญหายของสำนักไหลย้อนกลับมาหล่อเลี้ยงความโกรธเกรี้ยวในอก เปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
"หลุมศพงั้นรึ? เกรงว่าพวกเจ้าต่างหากที่จะต้องเอาเลือดมาล้างพื้นสะพานแห่งนี้!"
สิ้นเสียงคำราม หลี่เฉินพุ่งทะยานออกไปราวกับพยัคฆ์ร้ายหลุดจากกรง เท้าเหยียบย่างบนแผ่นไม้สะพานที่โยกเยกอย่างมั่นคง หมัดขวาอัดแน่นด้วยลมปราณขั้นสูงสุดซัดเข้าใส่กลางอกของผู้นำมือสังหารทันที ไม่มีการหยั่งเชิง ไม่มีการเจรจา มีเพียงการตัดสินชะตากรรมด้วยกำลังและชีวิต!
ผู้นำมือสังหารตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อพบว่าความเร็วของเด็กหนุ่มเหนือกว่าที่มันคาดคิด มันรีบยกดาบใหญ่ขึ้นตั้งรับ
*ตูม!*
คลื่นกระแทกจากการปะทะระเบิดออกจนสะพานแขวนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โซ่ตรวนเหล็กส่งเสียงกรีดร้องเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำเอามือสังหารร่างยักษ์ต้องถอยกรูดไปหลายก้าว เลือดสีดำไหลซึมออกจากมุมปากของมัน
ในขณะเดียวกัน ด้านหลังของทั้งสองคน มือสังหารอีกหกคนก็พุ่งเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงหมาป่าขย้ำเหยื่อ ประกายกระบี่และอาวุธลับระยิบระยับพุ่งตรงมายังจุดตาย
"ระวังข้างหลัง!" ไป๋ฮ่าวตวัดกระบี่เป็นวงโค้ง เกิดเป็นม่านแสงกระบี่โปรยปรายราวกับหิมะโปรย พลังกระบี่อันนุ่มนวลแต่เฉียบคมตัดผ่านอากาศเข้าปะทะกับอาวุธลับจนร่วงหล่นกราว "หลี่เฉิน จัดการตัวหัวหน้าให้เร็วที่สุด ทางนี้ข้าคุ้มกันให้!"
"ตกลง!"
หลี่เฉินคำรามรับคำ สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่จุดศูนย์กลางของร่างกาย ลมปราณหมัดสยบโลกันตร์หมุนวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเสียงลมคำรามรอบกาย ร่างกายของเขาพุ่งเข้าประชิดตัวผู้นำมือสังหารอีกครั้ง คราวนี้เป็นการรัวหมัดที่ดุเดือดและรวดเร็วดั่งพายุฝน
*หมัดที่หนึ่ง ทลายปฐพี!*
*หมัดที่สอง สะเทือนนภา!*
*หมัดที่สาม ดับสุริยัน!*
ทุกหมัดที่ซัดออกไปแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่ทำให้แผ่นไม้สะพานใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นผุยผง ผู้นำมือสังหารพยายามใช้ดาบใหญ่ปัดป้อง แต่วิชาหมัดของหลี่เฉินทั้งดุดันและไร้ช่องโหว่ แรงกระแทกทะลุทะลวงผ่านการป้องกันเข้าสู่ภายในร่างของมันจนอวัยวะภายในบอบช้ำ
แววตาของมือสังหารร่างยักษ์เริ่มฉายแววหวาดกลัว มันไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มอายุเพียงเท่านี้จะมีพลังยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
*กรอบแกรบ...*
เสียงสะพานเหล็กส่วนกลางเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว หมุดยึดโซ่ตรวนด้านหนึ่งหลุดออกเพราะแรงกระแทกจากการต่อสู้ ทำให้สะพานเอียงวาบไปข้างหนึ่งอย่างน่าหวาดเสียว ไป๋ฮ่าวต้องใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานขึ้นไปเหยียบโซ่ด้านบนเพื่อรักษาสมดุล พร้อมกับตวัดกระบี่ปลิดชีพอีการ้ายที่ลอบเข้ามาด้านหลังร่วงหล่นลงสู่ห้วงเหวเบื้องล่างอย่างไร้เสียง
"หลี่เฉิน! สะพานกำลังจะขาด!" ไป๋ฮ่าวตะโกนเตือนสติสหาย
หลี่เฉินพยักหน้ารับ รวบรวมพลังลมปราณเฮือกสุดท้ายไว้ที่หมัดขวา ดวงตาสะท้อนประกายแสงสีทองวาววโรจน์ เขาปลดปล่อยกระบวนท่าไม้ตายก้นหีบออกไป
"รับหมัดนี้... เพื่อหนี้เลือดของข้า!"
*เปรี้ยง!*
หมัดหนักหน่วงดุจภูเขาถล่มกระแทกเข้าที่หน้าอกของผู้นำมือสังหารเต็มรัก หน้ากากอสูรแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างยักษ์กระเด็นลอยละลิ่วหลุดจากสะพานแขวน ร่วงดิ่งลงสู่กระแสน้ำเชี่ยวกรากเบื้องล่างหายลับไปในความมืดมิด
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มกลับคืนมา และสะพานเหล็กส่วนใหญ่พังทลายห้อยต่องแต่งไปข้างหนึ่ง หลี่เฉินและไป๋ฮ่าวที่กำลังหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการศึกนองเลือด กลับต้องชะงักงัน
เมื่อเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เสียงนั้นเยือกเย็นและทรงอำนาจจนทำให้โลหิตในกายของทั้งสองคนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากหมอกหนา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์อัคคี ใบหน้าครึ่งบนสวมหน้ากากเงินลายจิ้งจอก ทว่ากลิ่นอายลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวของมัน... ช่างกดดันจนกระดูกแทบแหลกสลาย
"ฝีมือไม่เลว... สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของสำนักหมัดสยบฟ้า" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นเอ่ยขึ้น "น่าเสียดายนัก ที่ความพยายามทั้งหมดของพวกเจ้า... จะต้องจบลงตรงนี้"
ดวงตาของหลี่เฉินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลปริศนาผู้นำทางพรรคมารก้าวเข้ามาใกล้แสงไฟจากคบเพลิง และเอื้อมมือไปปลดหน้ากากเงินออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง—ใบหน้าที่ทำให้หัวใจของหลี่เฉินหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 19
การซุ่มโจมตีที่สะพานเหล็ก
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!