พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์•ตอนที่ 14

สู้ยิบตาในแดนประหาร

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"พวกเจ้าทั้งหมด... คิดว่าความตายจะทำให้ความจริงตายตามไปด้วยอย่างนั้นหรือ!" เสียงคำรามของหลี่เฉินดังสะท้อนก้องกราบผาหินอัคคี ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยผสมปนเปกับคราบโลหิตสีแดงฉานบนใบหน้าคมคาย ดวงตาของเขากราดมองรอบทิศทางอย่างไม่เกรงกลัว แม้เบื้องหน้าคือเหล่าผู้อาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมสรรพจากพันสำนักใหญ่ในยุทธภพ ลมหายใจของเด็กหนุ่มหอบกระชั้น ร่างกายสะบักสะบอมจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่องรอยกระบี่และรอยฝ่ามือปรากฏชัดเจนบนอาภรณ์สีขาวที่บัดนี้กลายเป็นสีแดงชาด ทว่ากระดูกสันหลังของเขายังคงตั้งตรงสง่างาม ไม่ยอมก้มหัวให้แก่ความอยุติธรรมที่ถูกยัดเยียด "หลี่เฉิน! อย่าได้ปากกล้าอีกเลย หลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าเจ้าคือผู้สังหารเจ้าสำนักอัคคีครามเพื่อแย่งชิงคัมภีร์วิญญาณโลหิต ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ ศพของเจ้าสำนักยังไม่ทันเย็นซ้ำ!" เสียงของ ‘เจ้าสำนักเหอ’ แห่งพรรควารีครามแผดขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ปลายกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยจิตสังหาร รอบกายเขาคือยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ อีกกว่าร้อยชีวิต ยืนล้อมวงเป็นกำแพงเหล็กกล้า ปิดตายทุกเส้นทางหนีรอด หลี่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน "หึ... หลักฐาน? เจ้าสำนักเหอ ท่านเรียกกระบี่มารโลหิตที่ปักอยู่บนศพ ว่าเป็นหลักฐานที่บริสุทธิ์ผุดผ่องของข้าอย่างนั้นรึ? ถ้าข้าเป็นคนฆ่าจริง ไยข้าต้องรอให้พวกเจ้าล้อมจับที่นี่ ไยข้าไม่หนีไปตั้งแต่คืนรอนแรมโน้นเล่า!" "นั่นก็เพราะเจ้าบาดเจ็บสาหัสจนหนีไม่พ้นต่างหาก!" เสียงตะโกนสนับอกจากฝูงชนดังขึ้นระงม หลี่เฉินกัดกรามแน่นจนสันกรามปูดโปน ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกยิ่งกว่าไฟกัลป์ ความรู้สึกสูญเสียอาจารย์และพี่น้องร่วมสำนักยังไม่ทันจางหาย บัดนี้เขายังต้องมารับเคราะห์กรรมที่ ‘จอมมารอัคคีโลกันตร์’ และคนทรยศในคราบผู้ดีเหล่านี้ร่วมมือกันป้ายสี *หมัดสยบโลกันตร์* ที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ก่อนสิ้นลม กำลังร่ำร้องอยู่ในกระแสเลือด ไป๋ฮ่าวซึ่งยืนซ่อนตัวอยู่เงียบๆ บนกิ่งไม้สูงเหนือหน้าผา ขบกรามแน่นจนหักห้ามใจแทบไม่ไหว นิ้วเรียวยาวกำด้ามกระบี่ประจำตระกูลแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ในใจนึกอยากพุ่งทะยานลงไปเคียงข้างสหายรักทันที แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำนับสิบที่ซุ่มอยู่ตามพุ่มไม้เบื้องหลังกลุ่มพันสำนัก พวกมันกำลังรอจังหวะให้หลี่เฉินถูกรุมสังหาร เพื่อปิดปากพยานปากเอกคนนี้ไปชั่วนิรันดร์ *‘อดทนไว้หลี่เฉิน... เจ้าต้องซื้อเวลาให้ข้าสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ตัวจริงให้พบ’* ไป๋ฮ่าวรำพึงในใจอย่างเจ็บปวด พร้อมกับโคจรพลังลมปราณเตรียมรับมือเหตุไม่คาดฝัน ณ ใจกลางลานประหาร หลี่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุด ยืดกายขึ้นอย่างทระนง ฝ่ามือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยน อุณหภูมิในรัศมีสิบวาพลพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด คลื่นพลังลมปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มราวกับเปลวเพลิงบริสุทธิ์ที่พร้อมเผาผลาญทุกสิ่ง "หากพวกเจ้าต้องการความตายของข้าเพื่อปิดบังความจริง... ก็เข้ามา!" สิ้นเสียงคำราม หลี่เฉินไม่รอให้พวกมันลงมือก่อน ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจพยัคฆ์โผนทะยาน หมัดขวาซัดออกไปตรงๆ ไร้กระบวนท่าซับซ้อน ทว่าเปี่ยมด้วยพลังตบะที่ฝึกฝนมานับแรมปี *เปรี้ยง!* คลื่นหมัดปะทะเข้ากับกระบี่ของยอดฝีมือสำนักพยัคฆ์ครามอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้ยอดฝีมือผู้นั้นกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว กระบี่ในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปาก ทว่า หลี่เฉินเองก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ซ้าย เมื่อกระบี่ของสำนักดาบสวรรค์เฉือนลึกจนถึงกระดูก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่นัยน์ตาของเขากลับยิ่งลุกโชนด้วยประกายแห่งความตายและการต่อสู้ "รุมมัน! อย่าให้มันใช้เคล็ดวิชาได้!" เจ้าสำนักเหอตะโกนสั่งการด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นพลังของหลี่เฉินน่าสะพรึงกลัวกว่าที่คาดคิด ยอดฝีมือหลายสิบชีวิตพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน ประหนึ่งฝูงหมาป่ารุมทึ้งพยัคฆ์หนุ่ม แสงกระบี่ แสงทวน และเงาฝ่ามือนับร้อยพุ่งเข้าหาหลี่เฉินจากทุกทิศทาง ไม่มีช่องว่างให้หลบหนี หลี่เฉินหมุนตัวกลางอากาศ หลบคมดาบเฉียดฉิว ฝ่ามือซ้ายฟาดออกเป็นรูปกงเล็บพยัคฆ์ คว้าเข้าที่คอเสื้อของคู่ต่อสู้แล้วเหวี่ยงเข้ามารับคมกระบี่แทนตนเอง เลือดสาดกระเซ็นย้อมผืนดินสีเทาให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาสู้ยิบตาอย่างไร้ความหวัง แต่ไม่เคยคิดยอมจำนน มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ทั้งเลือดของศัตรูและเลือดของตนเอง พลังลมปราณเริ่มอ่อนล้าลงทุกที ความมืดเริ่มเข้าครอบ ในวินาทีเป็นตายที่หลี่เฉินกำลังจะซัดหมัดเฮือกสุดท้ายเข้าใส่หน้าอกของเจ้าสำนักเหอ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากก้นเหวลึก พร้อมกับควันสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมท้องฟ้าในพริบตา แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ถูกกลืนหายไปจนมืดมิด ทุกผู้คนต่างหยุดชะงัก หันไปมองยังปากเหวด้วยความตื่นตระหนก เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ลอยเคว้งคว้างขึ้นมาจากก้นเหวลึกด้วยพลังมารอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมายังหลี่เฉินและเหล่าพันสำนักด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "เก่งมาก... หลี่เฉิน เจ้าทำได้ดีมากที่ช่วยเปิดทางให้ของเล่นชิ้นสำคัญตื่นขึ้นมาเสียที" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา และเมื่อหลี่เฉินเงยหน้าขึ้นมองใบใต้ผ้าคลุมนั้น หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น... บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หาใช่ใครอื่นไม่ แต่คือคนที่เขาสสาบานว่าจะต้องสังหารด้วยมือคู่นี้ให้จงได้! ขอขอบคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลี่เฉินมาจนถึงบทนี้ พยัคฆ์ขาวคำรามขอคารวะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า: หมัดสยบโลกันตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%