สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 10

ลมหายใจที่ใกล้กัน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แรงดันอากาศในเซกเตอร์เจ็ดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เสียงเตือนภัยโทนต่ำดัง “หวีด—หวีด” เป็นจังหวะซ้ำๆ ที่ทำหน้าที่เหมือนเข็มนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย ดร.ศิลา ไม่เหลือเวลาให้หวาดกลัว ปลายนิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือกันกระแทกกำลังรัวแป้นควบคุมคอนโซลฉุกเฉินด้วยความเร็วสูง เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยจากขมับซ้ายอาบแก้มเนียน แต่ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นตานิรภัยยังคงนิ่งสนิทและเฉียบคมราวกับเพชรตัดกระจก เธอกำลังคำนวณอัตราการรั่วไหลของออกซิเจนในห้องควบคุมระบบหล่อเย็น ซึ่งเป็นจุดเดียวบนสถานีอวกาศ “โอเอซิส-9” ที่ยังพอมีโครงสร้างเหล็กกล้าหนาพอจะต้านทานแรงระเบิดจากภายนอกได้ “คำนวณมุมองศาผิดไปสามจุดห้าองศา ระบบล็อกอัตโนมัติจะตัดการทำงานทันที” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นเหนือเสียงสัญญาณเตือนภัย ผู้บัญชาการคณินก้าวเข้ามาประชิดร่างเพรียวบางของเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษผู้ผ่านสนามรบและภารกิจเสี่ยงตายมาโชกโชน—กลิ่นโลหะจางๆ ผสมกับความเย็นเยือกของชุดอวกาศยุทธวิธี—ลอยปะปนกับอากาศที่เริ่มเบาบาง คณินไม่ได้เอ่ยคำตำหนิ เขาเพียงแค่วางมือใหญ่ลงบนแผงควบคุมเบื้องหน้าเธอ ร่างกายกำยำของเขายืนบังกระแสลมมรณะที่พัดลอดรอยร้าวของผนังกระจกใสเบื้องบนไว้เกือบทั้งหมด กลายเป็นโล่มนุษย์จำเป็นที่ปกป้องเธอจากแรงดันอากาศที่แปรปรวน “ฉันคุมสถานการณ์ได้ ผู้บัญชาการ” ศิลาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงด้วยความดื้อรั้นที่ดึงดูดสายตาคมกริบของอีกฝ่ายให้หันมามอง “คุณคุมได้ในกระดาษ ดร.ศิลา แต่นี่คือความเป็นจริง และความจริงก็คือ ออกซิเจนในปอดของคุณกำลังจะหมดลงในอีกสามนาทีข้างหน้า” คณินโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มปะทะเข้ากับแก้มที่เย็นเฉียบของหญิงสาว ความใกล้ชิดที่ถูกบีบด้วยความเป็นความตายทำให้กำแพงเหล็กที่ทั้งสองสร้างขึ้นเพื่อปกป้องอุดมการณ์ของตนเองเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ในโลกของการเมืองข้ามดวงดาว ศิลาคือ นักวิทยาศาสตร์ผู้ต้องการเปิดโปงความเน่าเฟะของบริษัทแม่ที่ยอมสังเวยชีวิตคนนับร้อยเพื่อผลประโยชน์จากแร่หายาก ส่วนคณินคือสุนัขล่าเนื้อผู้ซื่อสัตย์ของระบบ ที่ต้องทำทุกอย่างแม้กระทั่งการกดขี่ เพื่อรักษาเสถียรภาพของมวลมนุษยชาติไว้ไม่ให้ล่มสลาย ทั้งคู่ยืนอยู่คนละฝั่งของเหวแห่งศรัทธา แต่ในวินาทีนี้... เมื่อสถานีอวกาศกำลังจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆ กลับเหลือเพียงพวกเขาสองคนที่ยังหายใจร่วมกันในความมืด “ถ้าฉันตาย ความจริงก็จะตายไปกับซากสถานีนี้ด้วย... คุณยอมรับได้หรือไง” ศิลาเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนแสงสีแดงวาบจากสัญญาณเตือนภัย มันไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือประกายไฟแห่งความทิฐิที่ทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างประหลาด คณินแค่น ฃหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “คุณนี่มัน... ดื้อรั้นจนน่าจับโยนออกไปนอก airlock จริงๆ ดร.ศิลา” แทนที่จะถอยห่าง คณินกลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก มือข้างหนึ่งของเขาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังสั่นเทาจากการฝืนบังคับแผงควบคุมที่เสียหาย แรงกดจากฝ่ามืออุ่นจัดถ่ายทอดความมั่นคงผ่านถุงมือหนา เป็นการส่งสัญญาณเงียบๆ ว่า *หยุดดื้อ แล้วปล่อยให้ฉันจัดการ* ศิลาชะงัก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความตกใจที่เขาแตะต้องตัวเธอ แต่เป็นเพราะสัมผัสที่อบอุ่นและเด็ดเดี่ยวคู่นั้น มันชวนให้เธอนึกถึงความอบอุ่นของครอบครัวที่สูญเสียไปในโศกนาฏกรรมเมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกโหยหาที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองซากปรักหักพังของจิตใจพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวของนักวิทยาศาสตร์สาวไหววับชั่วขณะ เธอกะพริบตาเพื่อขับไล่หยดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต คณินสังเกตเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นนั้น หัวใจของนายทหารผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใดกลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่ต่อปากต่อคำกับเขาด้วยเหตุผลทางฟิสิกส์อันเย็นชา จะมีมุมที่เปราะบางและน่าทะนุถนอมได้ถึงเพียงนี้ “จับฉันไว้ให้แน่น” คณินกระซิบชิดริมใบหู เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานลึกซึ้งท่ามกลางเสียงคำรามของโครงสร้างสถานีที่กำลังบิดตัว ก่อนที่ศจะได้ทันทักท้วง แรงกระแทกมหาศาลจากการระเบิดของห้องเครื่องยนต์หลักก็ซัดเข้าใส่เซกเตอร์เจ็ดอย่างจัง ร่างทั้งร่างของศิลากระเด็นลอยไปตามแรงโน้มถ่วงที่หายไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่เธอจะชนเข้ากับเสาเหล็กแหลมคม คณินก็คว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทัน พร้อมกับใช้แขนอีกข้างเกี่ยวสายเคเบิลฉุกเฉินเหนี่ยวรั้งตัวเองและเธอไว้กับพื้นห้อง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดติดกันอย่างไร้ช่องว่าง หน้าอกของเขากระแทกเข้ากับแผ่นอกของเธอ ลมหายใจของทั้งสองคนประสานเป็นจังหวะเดียวกัน ในความเงียบสงัดที่เกิดขึ้นชั่วเสี้ยววินาทีก่อนระบบแรงโน้มถ่วงสำรองจะทำงาน ศิลาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นรัวเร็วดังสะท้อนผ่านเสื้อเกราะยุทธศาสตร์ มันเต้นรัวและหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัย ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความใกล้ชิดทางจิตวิญญาณก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางซากปรักหักพังและการเมืองข้ามดวงดาวที่โหดร้าย กำแพงอุดมการณ์ที่สูงชันพังทลายลงเหลือเพียงความรู้สึกดิบแท้ของมนุษย์สองคนที่โหยหาความปลอดภัยในอ้อมแขนของกันและกัน คณินมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของหญิงสาว สายตาทอประกายความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดมันไว้มาตลอด มือที่โอบเอวเธออยู่กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ศิลาเองก็ไม่ได้ขัดขืน เธอกลับเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสไอร้อนจากร่างกายของเขา ราวกับแมลงเม่าที่โผเข้าหาเปลวไฟด้วยความเต็มใจ แม้จะรู้ว่ามันอาจแผดเผาจนมอดไหม้ แต่ในวินาทีที่ริมฝีปากของคณินโน้มลงมาใกล้จนแทบจะแตะสัมผัสกับกลีบปากของเธอ เสียงสังเคราะห์จากระบบคอมพิวเตอร์หลักของสถานีอวกาศก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหลนั้นอย่างไร้ความปรานี *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ลับระดับโอเมก้า จากสถานีลูกข่ายเซกเตอร์ศูนย์เจ็ด... กำลังทำการดาวน์โหลดข้อมูลโดยบุคคลภายนอก]* ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ คณินผละออกจากร่างของศิลาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขากลับมาเคร่งขรึมจริงจังในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับศิลาที่รีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอבออdแต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยแววตาตื่นตัว ศิลากวาดสายตากลับไปที่หน้าจอคอนโซลที่เพิ่งติดขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของการดาวน์โหลดไฟล์โอเมก้า—ซึ่งเป็นไฟล์หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดเกี่ยวกับการทดลองลับที่เธอตามหามาตลอดสามปี “ไม่ใช่ฝั่งเรา...” ศิลาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นข้อมูลบนหน้าจอ “ไฟล์กำลังถูกส่งไปยังดาวเทียมสื่อสารนอกระบบ... มีคนอื่นอยู่บนสถานีนี้ นอกจากเราสองคน” คณินก้าวเข้ามาดูหน้าจอข้ามไหล่เธอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นทันที เขากวาดสายตามองโค้ดการส่งสัญญาณที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น “ไม่ใช่แค่คนอื่นหรอก ดร.ศิลา” คณินเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความระแวงระวัง “และดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้พวกเรามีชีวิตรอดออกไปตั้งแต่แรกแล้ว” ในความเงียบอันวังเวงของเซกเตอร์เจ็ด ท่ามกลางซากปรักหักพังและออกซิเจนที่กำลังจะหมดลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่ง... ก็ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากทางเดินมืดทึบเบื้องนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทุกที --- ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและแรงโน้มถ่วงอันบีบคั้นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์ -
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%