แสงไฟสีฟ้าอมม่วงจากจอโฮโลแกรมฉายสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมที่พยายามซ่อนความเหนื่อยล้า ดร.ศิลา วาง "แท่งข้อมูลควอนตัม" สีดำด้านลงบนโต๊ะทำงานสเตนเลส เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในห้องควบคุมย่อยที่ถูกปิดตาย อากาศภายในห้องอับชื้นเล็กน้อยเนื่องจากระบบระบายอากาศถูกตัดการเชื่อมต่อจากส่วนกลาง เพื่อป้องกันการดักฟังจากภายนอก
ผู้บัญชาการคณินยืนกอดอกพิงผนังโลหะ ใบหน้าครึ่งหนึ่งจมอยู่กับเงาสลัวของห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองแท่งข้อมูลชิ้นนั้นสลับกับใบหน้าเรียบนิ่งของหญิงสาวตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวพวกเขากดดันเสียจนอนุภาคฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งในอากาศยังแทบไม่กล้าเคลื่อนไหว
"คุณแน่ใจแค่ไหนว่ารหัสผ่านระดับโอเมก้าในนั้น จะไม่เปิดระบบทำลายตัวเองอัตโนมัติเสียก่อนที่เราจะเข้าถึงไฟล์ต้นฉบับ" คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
"ถ้าฉันไม่แน่ใจ ฉันคงไม่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเดินลุยฝ่าดงระบบรักษาความปลอดภัยระดับสามที่ชั้นใต้ดินเขตศูนย์สูตรของสถานีหรอกครับ... อ้อ ขอโทษที เผลอใช้น้ำเสียงติดปากไปหน่อย" ศิลาหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่หลุดกรอบความทางการ ก่อนจะปรับสายตากลับมาสบกับนายทหารหนุ่มอย่างไม่หลบเลี่ยง "แต่ถ้าคุณกลัวความเสี่ยงตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องมานั่งจ้องหน้ากันอยู่ในมุมอับแบบนี้หรอกนะ ผู้บัญชาการ"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ความกลัวไม่เคยอยู่ในคู่มือของหน่วยความมั่นคง ดร.ศิลา... แต่ 'ความพินาศ' ต่างหากคือสิ่งที่เราต้องคำนวณให้รอบคอบก่อนจะเดินหมากตาต่อไป"
เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาได้อย่างดีเยี่ยม มือหนายื่นออกไปแตะที่พื้นผิวด้านของแท่งข้อมูลควอนตัม นิ้วเรียวแกร่งเคาะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่ามั่นคง
นี่ไม่ใช่แค่หลักฐานทางคดี... แต่มันคือระเบิดเวลาทางการเมืองที่จะสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจทั้งหมดของสถานีอวกาศแห่งนี้
ภาพเหตุการณ์เมื่อสามชั่วโมงก่อนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ศิลายังจำความรู้สึกตอนที่เธอต้องลอบเข้าไปในห้องนิรภัยของเขตควบคุมพลังงานสำรองได้ดี กลิ่นอายของโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าแรงสูง และเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ทุกย่างก้าวคือความเป็นความตาย แต่สิ่งที่ผลักดันให้เธอก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่แค่ความกระหายใคร่รู้ในความจริงเบื้องหลังอุบัติเหตุที่พรากครอบครัวของเธอไปเมื่อหลายปีก่อน... แต่มันคือเงาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
คณินคอยคุ้มกัน คอยเบี่ยงเบนความสนใจของระบบรักษาความปลอดภัย และยอมเอาตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองมาเดิมพันกับความบ้าบิ่นของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์สาว
ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเกินเลยคำว่า "ผู้ร่วมมือ" ไปไกลโข แต่มันก็ยังไม่อาจนิยามว่าเป็น "ความรัก" ในความหมายสวยหรู มันคือความผูกพันของสองดวงวิญญาณที่แตกสลาย ที่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นรอยร้าวในตัวตนของกันและกัน และใช้ความฉลาดเฉียบคมนั้นเป็นเครื่องมือในการเข้าหาและผลักไสในคราวเดียวกัน
"เสียบมันเข้ากับเครื่องถอดรหัสเสียทีสิครับ" ศิลาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "หรือว่าคุณกำลังลังเล เพราะรู้ดีว่าชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ อาจไม่ใช่แค่ 'แพะรับบาป' ระดับล่าง แต่เป็นคนที่คุณต้องเคารพในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด"
คณินหันขวับมามองเธอทันที นัยน์ตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย "คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทที่จะก้มหัวให้ระบบเน่าเฟะพวกนั้นเพียงเพราะเครื่องราชอิสริยาภรณ์อย่างนั้นหรือ ศิลา"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น... แต่คนเรามักมีความผูกพันกับอำนาจมากกว่าที่ตัวเองยอมรับเสมอนะครับ" เธอสวนกลับทันควัน ใช้สรรพนามที่เผลอหลุดปากไปเมื่อครู่ตอกย้ำความสนิทสนมที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
คณินนิ่งงันไปชั่ววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หา
ดูได้ยากยิ่ง "ปากคอเราะรายไม่เปลี่ยนเลยนะ... เอาล่ะ มาดูกันว่า 'ปลาตัวใหญ่' ที่คุณพยายามลากขึ้นมาจากก้นบึ้งของหลุมดำตัวนี้ คือใครกันแน่"
นิ้วแกร่งของนายทหารหนุ่มกดแท่งข้อมูลควอนตัมลงในช่องเสียบของเครื่องถอดรหัสภาคสนาม หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพลันเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับวิกฤติดังก้องขึ้นเบาๆ ในระบบภายใน รหัสผ่านเข้ารหัสขั้นสูงนับล้านบรรทัดวิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูงราวกับสายฝนดิจิทัล
ศิลากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธยขยับเข้าไปใกล้คณินมากขึ้นจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เจือจางด้วยกลิ่นอายของโลหะและสนิมเหล็กจากสนามรบ ลอยปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสารเคมีบริสุทธิ์จากตัวเธอ สร้างแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ยากจะต้านทาน ทว่าไม่มีใครเบนสายตาหนีไปจากหน้าจอที่กำลังประมวลผล
*30%... 60%... 90%...*
แถบความคืบหน้าหยุดชะงักลงที่เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ หน้าจอโฮโลแกรมกะพริบถี่ๆ ก่อนจะปรากฏภาพไฟล์วิดีโอและเอกสารลับสุดยอดที่ถูกเปิดผนึก
ภาพที่ปรากฏขึ้นไม่ได้แสดงใบหน้าของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง หรือหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงตามที่หลายคนคาดการณ์ไว้
ใบหน้านั้นคมคาย สวมชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาประดับอินทรธนูของผู้บริหารระดับสูง ดวงตาหลังกรอบแว่นโลหะดูสุขุมและทรงอำนาจ กำลังเซ็นอนุมัติคำสั่งโยกย้ายงบประมาณลับเพื่อปิดปากพยานในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน—เหตุการณ์เดียวกับที่คร่าชีวิตครอบครัวของศิลาไป
และมุมขวาบนของเอกสารฉบับนั้น มีลายเซ็นกำกับไว้อย่างชัดเจน
*รองผู้บริหารสถานีอวกาศ: ดร.อรรถพล*
คณินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากลัว ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ความจริงปรากฏชัดแจ้งจนแม้แต่ผู้บัญชาการกองกำลังความมั่นคงผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบ ก็ยังรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังพังทลายลง
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องควบคุมย่อย เสียงปืนเลเซอร์ถูกปลดเซฟดัง *'คลิก'* แว่วลอดเข้ามาผ่านแผ่นโลหะหนา
ไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มกะพริบสลับกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น ระบบระบายอากาศที่ถูกตัดขาด กลับเชื่อมต่อขึ้นใหม่อย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์ที่ประกาศก้องไปทั่วบริเวณ
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลลับโดยไม่ได้รับอนุญาต... ล็อกดาวน์พื้นที่ทั้งหมดทันที]*
คณินหันขวับกลับมาคว้าแขนของศิลาไว้แน่น แรงบีบที่สื่อความหมายชัดเจนว่าพวกเขากำลังตกหลุมพรางซ้อนหลุมพรางเข้าเสียแล้ว
ก่อนที่ประตูห้องควบคุมจะถูกระเบิดออกด้วยแรงดันพลาสมา ร่างของใครบางคนในชุดเกราะกันกระแทกเต็มยศก็ก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังศีรษะของพวกเขาอย่างไร้ความปรานี
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดไปด้วยกันนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 11
ผู้ต้องสงสัยคนแรก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!