สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 3

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แสงนีออนสีขาวโพลนจากแผงควบคุมหลักสะท้อนลงบนดวงตาสีน้ำตาลเข้มของ ดร.ศิลา ราวกับเศษเสี้ยวของดวงดาวที่กำลังจะดับสลาย ปลายเรียวนิ้วของเธอกำลังเลื่อนผ่านหน้าศาลาข้อมูลโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง ทว่าความเร็วระดับไมโครวินาทีนั้นกลับไร้ความหมาย เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ชุดข้อมูลดิบจากเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงที่เธอเฝ้ารอมาตลอดสามคืนสามวัน แต่เป็นความว่างเปล่าที่ถูกถมทับด้วยรหัสซ่อมแซมอัตโนมัติอย่างแนบเนียน มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... ระบบไม่เคยลบข้อมูลการกระเพื่อมของกาล-อวกาศทิ้งเองโดยปราศจากคำสั่งระดับผู้ดูแล ศิลาสูดลมหายลึกเข้าปอด พยายามกดความเย็นเยียบที่แล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลังให้สงบลง ในฐานะนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่สูญเสียครอบครัวไปกับอุบัติเหตุปริศนาบนสถานีอวกาศแห่งนี้ เธอย่อมรู้ดีว่า "ความบังเอิญ" ไม่เคยมีอยู่จริงในพื้นที่สูญญากาศที่มีการเมืองข้ามดวงดาวค้ำคออยู่เบื้องหลัง "กำลังหาอะไรอยู่หรือครับ ดร.ศิลา? หรือว่าสมการจักรวาลของคุณกำลังบอกว่า ดาวฤกษ์ดวงอื่นกำลังจะร่วงหล่นเหมือนกัน?" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้าห้องปฏิบัติการย่อย ผู้บัญชาการคณินก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างในเครื่องแบบกองกำลังความมั่นคงไร้รอยยับ ชุดเกราะเบาสีดำสนิทขับเน้นให้เขาดูราวกับผู้ล่าที่ทรงเขี้ยวเล็บในอาณาจักรปิดตายแห่งนี้ ศิลาไม่ได้หันกลับไปทันที เธอยังคงจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าศูนย์ว่างเปล่า ก่อนจะปัดข้อมือปิดระบบแล้วหันไปสบตาชายหนุ่ม ดวงตาของเธอคมกริบและเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่ได้เอ่ย "ถ้าฉันบอกว่ามีใครบางคนกำลังพยายามลบประวัติศาสตร์ของสถานีอวกาศแห่งนี้ ผู้บัญชาการจะเชื่อฉัน หรือจะบอกว่ามันเป็นเพียงความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าล่ะคะ... อ้อ ขออภัย ฉันติดปากพูดผิดไปหน่อย" ศิลาแก้คำพูดอย่างเยือกเย็น สายตาจับจ้องปฏิกิริยาของอีกฝ่าย "หรือคุณจะบอกว่าเป็นแค่ความผิดพลาดของฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าครับ?" คณินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายของโอโซนและโลหะเย็นชาจากภายนอกสถานีติดตัวเขามาด้วย ชายหนุ่มสบตาเธอนิ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะคาดเดาความหมาย "สำหรับผมแล้ว ความผิดพลาดเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินกว่าจะมีใครยอมรับมันง่ายๆ บนสถานีที่ออกซิเจนทุกโมเลกุลต้องแลกมาด้วยงบประมาณมหาศาล" คณินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนศิลาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "แต่ข้อมูลที่ถูกลบไป... คุณแน่ใจได้อย่างไรว่ามันถูกลบจากภายนอก? บางที... คนที่ไม่อยากให้คุณเห็นความจริง อาจจะนั่งอยู่หน้าจอเดียวกับคุณตั้งแต่แรกก็ได้นะ ดร.ศิลา" บรรยากาศในห้องปฏิบัติการตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ บทสนทนาเชิงสัญลักษณ์ระหว่างคนทั้งสองเปรียบเสมือนการเดินหมากบนกระดานสุญญากาศ ต่างฝ่ายต่างถือไพ่ที่พร้อมจะกระชากหน้ากากของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ตัวเองตกลงไปในหลุมดำที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้น ศิลาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอเจือแววเย้ยหยัน "ถ้าฉันเป็นคนลบ ฉันคงไม่ต้องมานั่งเสียเวลาไล่กู้ไฟล์ทีละเซกเตอร์ให้เสียพลังงานหรอกค่ะ ผู้บัญชาการ... หรือบางที คุณอาจจะกำลังกังวลว่า สิ่งที่ฉันกำลังค้นหา อาจจะไม่ใช่แค่การกระเพื่อมของคลื่นความโน้มถ่วงธรรมดา แต่เป็นหลักฐานที่ชี้ว่า อุบัติเหตุเมื่อสี่ปีก่อน ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่เป็นการฆาตกรรมหมู่ที่ถูกสั่งการจากเบื้องบน" คำพูดนั้นพุ่งเป้าตรงไปที่หัวใจของปัญหา คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความดุดันแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นกระแทกชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความนิ่งสงบแบบมืออาชีพที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมาโชกโชน "ระวังคำพูดของคุณให้ดี ศิลา" คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นกระซิบ ทว่าชัดเจนทุกพยางค์ในความเงียบ "ในจักรวาลนี้ มีบางความจริงที่อันตรายกว่าหลุมดำมวลมหาศาล ถ้าคุณยังดึงดันจะเปิดฝากล่องแพนโดร่านี้ต่อไป ไม่ใช่แค่คุณที่จะตกลงไปในความมืด แต่ทุกคนบนสถานีนี้จะต้องชดใช้ร่วมกับคุณด้วย" "ฉันไม่กลัวความมืดหรอกค่ะ ผู้บัญชาการ" ศิลาเงยหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "เพราะอย่างน้อย ความมืดก็มีความซื่อสัตย์มากกว่าคนที่ใส่เครื่องแบบและอ้างว่าทำเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ แต่กลับซ่อนหลักฐานไว้ใต้พรม" คณินจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือไหว ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่เหนือความระแวดระทึกทางการเมืองกำลังก่อตัวขึ้นในอกของเขา มันคือความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ ระหว่างผู้ชายที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาโครงสร้าง และผู้หญิงที่พร้อมจะพังทลายทุกสิ่งเพื่อความยุติธรรม ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำก็ดังขึ้นกะทันหัน ไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวาบเป็นจังหวะทั่วห้อง *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* หน้าจอโฮโลแกรมที่มืดสนิทไปเมื่อครู่กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง ศิลาขมวดคิ้ว เธอก้มลงมองแผงควบคุมและพบว่า ระบบได้ทำการดึงไฟล์สำรองฉุกเฉินที่ถูกซ่อนไว้ในชั้นความลับสูงสุดขึ้นมาแสดงผลโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่ไฟล์ข้อมูลคลื่นความโน้มถ่วง... แต่เป็นภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดนอกตัวสถานีเมื่อสี่ปีก่อน ภาพที่ถูกเข้ารหัสลับและฝังไว้ในซอฟต์แวร์ควบคุมการบินหลัก ดวงตากลมโตของศิลาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนจอภาพ ร่างกายของเธอชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ ในภาพนั้น... ปรากฏเงาของยานขนส่งฉุกเฉินลำหนึ่งกำลังลอยลำเข้าประกบสถานีอวกาศในคืนเกิดเหตุ และรหัสประจำตัวที่สลักอยู่ข้างลำตัวยานลำนั้น คือรหัสลับเฉพาะตัวที่ออกให้แก่กองกำลังความมั่นคง... ภายใต้คำสั่งตรงของผู้บัญชาการสูงสุดในขณะนั้น ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตระกูลของคณินเอง ศิลาหันขวับกลับไปมองชายหนุ่มข้างกายทันที ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น คณินไม่ได้มีสีหน้าตกใจแม้แต่น้อย เขากำลังยืนมองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามันจะต้องปรากฏขึ้นที่นี่ และในวินาทีต่อมา ปลายกระบอกปืนพกเลเซอร์แรงดันสูงสีดำสนิทก็ถูกชักออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ช่องระบายอากาศเหนือศีรษะของพวกเขาค่อยๆ เลื่อนเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องปฏิบัติการแห่งนี้จากทุกทิศทุกทาง... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดไปกับผมนะครับ --- **ไฮเปอร์ไดรฟ์**
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%