เสียงคำรามต่ำทุ้มที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกไขสันหลัง ไม่ได้มาจากลำโพงเตือนภัยของสถานีอวกาศ แต่มันก้องกังวานผ่านโครงสร้างโลหะหนาเตอะของช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่แปดฟุตในภาพฮอโลแกรมเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา และระยะห่างระหว่างห้องทดลองชั้นล่างกับจุดที่ดร.ศิลายืนอยู่บนทางเดินเชื่อมต่อเขตปลอดเชื้อ เหลือเพียงแค่ความหนาของพื้นไทเทเนียมไม่กี่มิตรเมตรเท่านั้น
ดร.ศิลาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวยาวกำแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับที่เพิ่งดึงออกมาจากเซิร์ฟเวอร์หลักแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นบางเฉียบจ้องมองรอยต่อของเพดานที่เริ่มปริแตก เสียงกรงเล็บโลหะขูดขีดกับผนังดังเสียดสีแสบแก้วหู ราวกับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์กำลังไล่ล่าเหยื่อด้วยความกระหายเลือด
ทว่า ก่อนที่เงาสلاตันมืดมิดจะพังทะลุเพดานลงมา แสงเลเซอร์สีฟ้าเข้มก็สาดวาบลงมาจากด้านบน ตัดผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ
*ฟึ่บ! ปัง!*
กระสุนพลังงานความหนาแน่นสูงพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกระโหลกของเงาร่างมหึมาที่กำลังจะร่วงลงมา เสียงคำรามโหยหวนหยุดชะงักลงทันที พร้อมกับร่างไร้วิญญาณน้ำหนักกว่าสามร้อยกิโลกรัมที่ร่วงกระแทกพื้นเหล็กเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีดำข้นคลักระเหยเป็นไอพิษทันทีที่สัมผัสกับออกซิเจนในห้อง
ศิลาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามแนวลำแสงเลเซอร์ที่ยังคงคุควันจางๆ
ที่ปลายทางเดินเบื้องบน บนสะพานลอยโครงสร้างเหล็กกล้าซึ่งเชื่อมต่อกับหอบังคับการหลัก ร่างในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทไร้รอยต่อปรากฏขึ้นอย่างสง่างาม ไอพ่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ข้อเท้าดับลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติ หมวกนิรภัยแบบเต็มใบถูกปลดออก เผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทชื้นเหงื่อ และใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยราwanถูกแกะสลักจากหินอ่อน ผู้บัญชาการคณินก้าวเท้าลงมาบนพื้นด้วยจังหวะที่มั่นคงและเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองซากศพตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาหยุดอยู่ที่ดร.ศิลาด้วยความนิ่งสนิทที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสำคัญของสถานีอวกาศนะ ดร.ศิลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่งไม่ใช่สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึกก็ตาม
"หลักฐาน? หรือว่า ‘ความลับ’ ที่พวกคุณพยายามปกปิดด้วยชีวิตกันแน่ ผู้บัญชาการคณิน" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "สัตว์ประหลาดดัดแปลงพันธุกรรมรหัส 'โอเมก้า-เก้า' ที่หลุดออกมาจากห้องทดลองใต้ดินโดยใช้รหัสผ่านของสภาความมั่นคง... คุณจะบอกว่านี่คืออุบัติเหตุทางวิทยาศาสตร์อีกแล้วอย่างนั้นสินะคะ"
คณินก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นผู้นำและอำนาจดิบเถื่อนที่แฝงอยู่ภายใต้มาดสุภาพบุรุษแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งศอกจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก ดร.ศิลา และความจริงบางอย่าง... หนักหน่วงเกินกว่าที่คนโลกสวยอย่างคุณจะแบกรับไหว" คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ "ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่สำเร็จ มนุษยชาติบนโลกจะไม่มีอากาศหายใจภายในอีกสามปีข้างหน้า คุณคิดว่าเลือดไม่กี่หยดบนสถานีอวกาศแห่งนี้มีค่ามากกว่าความอยู่รอดของประชากรแปดพันล้านคนบนพื้นโลกหรือยังไง"
"แล้วความอยู่รอดที่แลกมาด้วยการสังหารหมู่ลูกเรือของฉันเมื่อสามปีก่อนล่ะ!" ศิลาพุ่งเข้าประจันหน้า เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับมานาน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "สามีของฉัน... และนักวิทยาศาสตร์อีกสิบสองคนตายเพราะแผนการทดลองบ้าๆ ของพวกคุณ! อย่ามาอ้างคำว่ามวลมนุษยชาติกับฉัน ผู้บัญชาการ เพราะสิ่งที่คุณทำมันคือการฆาตกรรมหมู่เลือดเย็น!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง คณินไม่ถอยหนี ดวงตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความรู้สึกผิดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งหน้าที่และความไร้หัวใจ แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็กลับมาเยือกเย็นดังเดิม
"บางครั้ง... การเสียสละส่วนน้อยเพื่อให้ส่วนใหญ่ได้ไปต่อ คือหน้าที่เดียวที่คนอย่างผมได้รับมอบหมาย" คณินกระซิบเสียงต่ำชิดริมหีบของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหู "และตอนนี้ คุณกำลังเอาตัวเข้ามาขวางทางรถไฟที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสูงสุด ดร.ศิลา"
"ฉันไม่ใช่คนที่ขวางทาง..." ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัดถึงความไม่ยอมแพ้ "แต่ฉันคือคนที่ถือเบรกมือ และฉันจะดึงมันให้หยุด ต่อให้คุณจะต้องยิงฉันทิ้งเหมือนกับตัวทดลองพวกนั้นก็ตาม"
คณินจ้องมองรอยยิ้มท้าทายบนเรียวปากของหญิงสาวตรงหน้า ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นในอก—ความรู้สึกชื่นชมที่ผสมผสานกับความกระหายที่จะบดขยี้อุดมการณ์อันดื้อรั้นนั้นให้แหลกคามือ ผู้หญิงคนนี้อันตรายยิ่งกว่าไวรัสกลายพันธุ์ตัวไหนๆ ในสถานีอวกาศแห่งนี้
"ผมคงยิงคุณทิ้งไม่ได้หรอก ดร.ศิลา" คณินเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับยกมือขึ้นแตะอุปกรณ์สื่อสารที่ข้อมือ "เพราะในขณะที่คุณกำลังยืนเถียงกับผมอยู่นี้ ระบบความปลอดภัยหลักของสถานีเพิ่งถูกรีเซ็ตโดยบุคคลปริศนา... และตอนนี้ ประตูนิรภัยของ 'ห้องนิรภัยศูนย์' ที่เก็บต้นแบบเชื้อโรคหายนะกำลังเปิดออกเองทีละชั้น"
ศิลาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันที เธอหันขวับไปมองหน้าจอฮอโลแกรมสำรองที่เพิ่งติดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
ภาพบนจอไม่ได้แสดงรหัสผ่านของสภาความมั่นคงอีกต่อไป แต่เป็นภาพวิดีโอสดจากห้องนิรภัยศูนย์—ห้องที่ควรจะว่างเปล่า ไร้ผู้คน และถูกซีลตายด้วยคอนกรีตหนาห้าเมตร
แต่ทว่า... หน้าจอได้ปรากฏร่างของใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าหลอดแก้วบรรจุเชื้อโรค ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมามองกล้องวงจรปิด ช้าๆ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ส่งรอยยิ้มเยือกเย็นให้เลนส์... และรอยยิ้มนั้น เป็นใบหน้าเดียวกับดร.ศิลาที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ ณ ที่นี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดไปกับผมนะครับ
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 2
ผู้บัญชาการหน้าตาย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!