แสงสีฟ้าจากจอฮอโลแกรมสะท้อนบนแว่นตาไร้กรอบของ ดร.ศิลา มันไม่ใช่แสงนวลตาของระบบนำทางปกติ แต่มันคือกราฟเส้นหยักสีแดงชาดที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้เหตุผล บนสถานีอวกาศ 'อียิสยาม' ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ ณ จุด Lagrange point ที่ห่างไกลจากโลกหลายแสนกิโลเมตร เสียงคำรามต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่นใต้พื้นเหล็กหนาห้าชั้นดังสะท้อนผ่านกระดูกของเธอมาเป็นเวลานานจนคุ้นชิน แต่เสียงฮัมที่แปร A-flat เป็น F-sharp ในรอบสามนาทีที่ผ่านมานี้... ผิดธรรมชาติ
ปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์บางเฉียบขยับรัวบนแป้นพิมพ์แสง โค้ดคำสั่งนับพันบรรทัดไหลผ่านนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววเคร่งเครียด หน้าจอแสดงผลสถานะโครงสร้างภายนอกกำลังรายงานอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติในเขตเซกเตอร์ 7—จุดอับเรดาร์ที่ไม่มีใครใส่ใจ
"ดร.ศิลาครับ ระบบระบายความร้อนสำรองในเซกเตอร์ 7 รายงานค่าความดันเกินพิกัดสามร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณต้องการให้ผมตัดการจ่ายพลังงานส่วนนั้นเลยไหมครับ" เสียงสังเคราะห์ของ 'อารียา' AI ประจำสถานีดังขึ้นในความเงียบของห้องทำงานส่วนตัว
"ยังไม่ต้อง อารียา" ศิลาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองข้อมูลดิบที่ถูกเข้ารหัสไว้ เธอจำมันได้แม่นยำ รูปแบบการแกว่งตัวของสนามพลังงานแบบนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดทางกลไก แต่มันคือลายนิ้วมือ... ลายนิ้วมือของบางสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบิดเบือนกาลอวกาศในรัศมีแคบๆ
ภาพเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนแวบเข้ามาในหัวโดยไม่ได้รับเชิญ เสียงโลหะฉีกขาด เสียงกรีดร้องในสูญญากาศ และดวงตาที่ไร้ลมหายใจของพี่ชายเธอบนสถานีวิจัยรกร้าง... ความทรงจำนั้นเย็นเยียบราวกับไนโตรเจนเหลว แต่ศิลาสูดลมหายใจลึกเพื่อกดความรู้สึกนั้นลงไปในหลุมดำแห่งจิตใจ มือของเธอยังคงทำงานอย่างแม่นยำ ไร้ความลังเล
"มีบางอย่างกำลังพยายามเปิดประตูมิติขนาดเล็ก" เธอกระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความตระหนักรู้ที่น่ากลัว "และมันไม่ได้มาจากภายนอกสถานี... มันมาจากข้างใน"
ประตูเลื่อนอัตโนมัติของห้องทำงานเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบกองกำลังความมั่นคงกึ่งทหาร อินทรธนูบนบ่าระบุยศผู้บัญชาการ กลิ่นอายของความเด็ดเดี่ยวและอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องราวกับลดลงไปหลายองศา
ผู้บัญชาการคณินก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ดวงตาคมปลาบสีเทาเข้มกวาดมองหน้าจอฮอโลแกรมที่สว่างวาบ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของนักฟิสิกส์สาว
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, ดร.ศิลา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอื้อnขึ้นโดยไม่ต้องมีการทักทาย "และประกายไฟจากห้องทำงานของคุณ อาจเผาทั้งสถานีนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า"
ศิลาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอเพียงแค่ปัดหน้าจอข้อมูลชุดหนึ่งให้ลอยไปตรงหน้าเขา กราฟสีแดงชาดยังคงเต้นเร่าราวกับหัวใจที่กำลังจะระเบิด
"ถ้าไฟกองนี้จะเผาความจริงที่คุณพยายามปกปิดไว้ ผู้บัญชาการคณิน... ผมคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงนะครับ" ศิลาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ช่องว่างระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้แสวงหาความจริงกับทหารผู้ปกป้องความมั่นคงถูกเติมเต็มด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก
คณินปรายตามองตัวเลขบนหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความตกใจอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงกล้ามเนื้อกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนขึ้นเล็กน้อย นั่นคือปฏิกิริยาเดียวที่บ่งบอกว่าเขารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว... หรืออาจจะรู้มากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ
"ความจริงบางอย่างถ้ายกขึ้นมาพูดในเวลาที่ไม่เหมาะสม มันก็ไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายหมู่หรอกนะครับ ดร.ศิลา" คณินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมกับกลิ่นอายโลหะของสถานีลอยแตะจมูก "คุณคิดว่าคุณกำลังควบคุมสถานการณ์ แต่คุณกำลังไขกุญแจเปิดประตูห้องขังที่ขัง ‘บางสิ่ง’ เอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกิดเสียอีก"
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเขาจะสร้างความได้เปรียบทางกายภาพ แต่ความนิ่งงันในแววตาของเธอกลับทำให้ผู้บัญชาการหนุ่มต้องชะงัก
"ถ้าห้องขังนั้นมันสร้างขึ้นบนคราบเลือดและการปกปิดความผิดพลาดของคุณ ผมคิดว่าประตูบานนั้นสมควรถูกพังทลายลงเสียที" เธอกล่าวเน้นทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกรรไกรเพชร
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเย้ยหยันในอุดมคติอันไร้เดียงสาของเธอ
"คุณคิดว่าเรากำลังปกปิดความผิดพลาดงั้นหรือ..." คณินโน้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบข้างใบหูของเธอ "ผิดแล้ว... สิ่งที่เรากำลังปกปิดอยู่ คือความจริงที่ว่า มนุษยชาติไม่เคยมีความหมายอะไรเลยตั้งแต่แรกต่างหาก"
ฉับพลันนั้น สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งสถานีอวกาศ อารียายังไม่ทันได้ส่งเสียงรายงาน เสียงโลหะหนักหลายตันกระแทกกันจากชั้นใต้ดินก็ดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนระดับ 4 เขย่าให้ข้าวของบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้น แผงควบคุมพลังงานหลักดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบเป็นจังหวะกระชั้นชิด
ในความมืดสลัวที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด คณินไม่ได้ถอยห่างออกไป เขากลับคว้าข้อแขนของศิลาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งอย่างแน่นหนา แรงบีบที่สื่อถึงความตื่นตัวระดับสูงสุด ขณะที่มืออีกข้างชักปืนพ่นลำแสงออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ
ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วน—ไม่ใช่เสียงของมนุษย์—กำลังวิ่งกรูขึ้นมาจากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ และพร้อมกันนั้น หน้าจอฮอโลแกรมตัวสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ปรากฏภาพกล้องวงจรปิดจากชั้นล่างสุด... ห้องทดลองลับที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกเปิดออกโดยรหัสผ่านระดับสูงสุดของสภาความมั่นคง และสิ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... มีเงาร่างสูงใหญ่แปดฟุต ดวงตาสองคู่สีทองส่องประกายจ้องตรงมายังเลนส์กล้อง ราวกับมันกำลังมองทะลุกำแพงเหล็กเข้ามาหาพวกเขาโดยตรง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะครับ
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความมืด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!