สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 16

รอยแผลเป็นที่เปิดเผย

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นอายของดินชื้นและสนซิลิคอนสังเคราะห์ไม่ได้ช่วยให้ระบบประสาทของคณินผ่อนคลายลงอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่าอัลกอริทึมของโดมจำลองชีวนิเวศ Sector-7 จะพยายามปรับค่าความกดอากาศให้เลียนแบบป่าดิบชื้นบนโลกมนุษย์ยุคก่อนการล่มสลายอย่างแม่นยำถึงร้อยละเก้าสิบแปด แต่สมองส่วนอะมิกดะลาของนายทหารผู้ผ่านศึกความขัดแย้งดาวอังคารมาโชกโชน ก็ยังคงจับสัญญาณความผิดปกติรอบตัวได้อยู่ดี—ไม่มีลมธรรมชาติที่ไหนพัดเป็นจังหวะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเช่นนี้ ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยโค้ด เบื้องหน้าของเขาคือ ดร.ศิลา นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์สาวไม่ได้สวมชุดกราวน์ห้องแล็บสีขาวบริสุทธิ์เหมือนเช่นเคย เธอกลับอยู่ในชุดรัดรูปสำหรับปรับความดันที่สวมทับด้วยแจ็กเกตผ้าใบกันกระแทกสีเทาเข้ม ร่างเพรียวบางยืนนิ่งอยู่ริมขอบหน้าผาจำลองที่มองลงไปเห็นทะเลสาบยูโทเปียเบื้องล่าง ผิวน้ำเรียบสนิทราวกระจกสะท้อนแสงดาวปลอมจากเพดานโค้งของสถานีอวกาศ "คุณพาผมมาที่นี่เพื่อชมทิวทัศน์ หรือเพื่อหาข้ออ้างในการทิ้งผมลงไปจากความสูงจำลองสามร้อยเมตรนี้กันแน่ครับ ดร.ศิลา" คณินทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความหยอกเย้าไว้เล็กน้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาจับจ้องแผ่นหลังของเธอไม่วางตา ศิลาไม่หันกลับมาทันที เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะที่ขอบหน้าต่างกระจกใสของจุดชมวิว ลมหายใจของเธออุ่นจนกลายเป็นไอจางๆ เมื่อกระทบกับอุณหภูมิผิววัสดุที่ถูกลดทอนลง "ผู้บัญชาการคณินผู้ยิ่งใหญ่ กลัวความสูงด้วยหรือครับ" น้ำเสียงของเธอเจือกระแสเย้าแหย่บางเบา ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาคู่คมที่มักจะเต็มไปด้วยความระแวดระวังและเอกสารข้อมูลตัวเลขในยามปกติ ยามนี้กลับสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลจนดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด "ที่นี่เป็นจุดเดียวบนสถานีนี้... ที่อัลกอริทึมไม่สามารถดึงข้อมูลประวัติการสนทนาของเราไปเก็บบันทึกไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางของสภาความมั่นคงได้ครับ" คณินเลิกคิ้วเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะที่เขาสามารถได้กลิ่นจางๆ ของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นชาสมุนไพรที่เธอชอบดื่ม "คุณกำลังบอกว่า เรากำลังยืนอยู่ในจุดอับสายตาของระบบ?" "ฉันกำลังบอกว่า... นอกเหนือจากกฎระเบียบและคำสั่งที่คุณต้องปฏิบัติเพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติแล้ว ที่นี่เราเป็นแค่มนุษย์สองคนที่แบกรับความเสียหายมากเกินกว่าโครงสร้างกระดูกจะรับไหว" ศิลาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยความหนักแน่นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นราวป่าดิบชื้นปลอมๆ ความฉลาดและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วเปรียบเสมือนสนามแม่เหล็กสองขั้วที่พยายามผลักไส แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณกลับรุนแรงเสียจนแทบจะเผาผลาญระยะห่างระหว่างกันจนหมดสิ้น คณินทอดถอนหายใจยาวนาน เขาถอดถุงมือยุทธวิธีออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีขาวนูนยาวพาดผ่านฝ่ามือข้างขวา—รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุการกู้ชีพสถานีอวกาศรุ่นบุกเบิกเมื่อสิบปีก่อน อุบัติเหตุครั้งเดียวกับที่คร่าชีวิตลูกเรือไปครึ่งลำ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นคนไร้ความปรานีในเวลาต่อมา "คุณอยากรู้ใช่ไหมครับ... ว่าทำไมผมถึงยอมทำทุกอย่าง แม้แต่การปิดบังความจริงเรื่องหลุมดำที่กำลังจะกลืนกินระบบสุริยะนี้" คณินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาคมดุในยามนี้ทอประกายความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้นานแสนนาน ศิลากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอมองรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของเขา "เพราะคุณคิดว่ามนุษย์เราโง่เขลาเกินกว่าจะรับมือกับความจริง... และการมีความหวังบนคำโกหก ดีกว่าการตายอย่างไร้ความหมายบนความจริงที่สายเกินแก้" เธอเอ่ยต่อให้เสร็จสรรพราวกับอ่านความคิดของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง "ใช่ครับ" คณินยอมรับอย่างไม่หลบสายตา "ในสงคราม... หรือในวาระสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ ความจริงไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องบูชา แต่มันคืออาวุธที่อันตรายที่สุด หากใช้ผิดจังหวะ มันจะฆ่าคนก่อนที่พวกเขายังไม่ทันได้ต่อสู้ด้วยซ้ำ... เหมือนกับที่คุณพ่อของคุณ..." ประโยคสุดท้ายหยุดชะงักลงทันทีราวกับมีใบมีดคมกริบมาตัดขาดกลางอากาศ ดวงตาส่งประกายคมกริบของดร.ศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที เสียงน้ำตกจำลองเบื้องล่างกลายเป็นเพียงเสียงรบกวนฉากหลังที่ไร้ความหมาย รอยแผลเป็นในอดีตของศิลาไม่ได้อยู่บนร่างกาย แต่มันฝังลึกอยู่ใน "บันทึกการเดินทาง" ของยานสำรวจดาราศาสตร์ *Pioneer-09* ที่พ่อของเธอเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ก่อนที่ยานลำนั้นจะถูกประกาศว่าสูญหายอย่างไร้ร่องรอยในเขตขอบสุริยะ พร้อมกับข้อกล่าวหาที่ว่าพ่อของเธอเป็นคนสติฟั่นเฟือนที่จงใจทำลายระบบนำทาง "อย่า..." ศิลาเปล่งเสียงกระซิบออกมาจากลำคอ น้ำเสียงนั้นเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "อย่าพูดถึงพ่อของฉัน... ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นในห้องควบคุมหลักของ *Pioneer-09*" คณินก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเขาสามารถมองเห็นเงาของตัวเองที่ทาบทับอยู่ในดวงตาสีดำสนิทคู่สวยนั้นได้ "นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมต้องปกป้องคุณ ศิลา" คณินเอ่ยชื่อเธอเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่สลัดคราบผู้บัญชาการทหารออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงใจดิบๆ ของลูกผู้ชาย "ข้อมูลที่คุณกำลังพยายามขุดคุ้ย มันไม่ใช่แค่ความลับของสภา แต่มันคือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า... การสูญเสียของพ่อคุณ และการสูญเสียครอบครัวของคุณเมื่อสามปีก่อน ไม่ใช่อุบัติเหตุ... แต่มันคือแผนการลบเสี้ยนหนามของคนกลุ่มเดียวกับที่กำลังนั่งบริหารสถานีนี้อยู่" หัวใจของศิลาเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุกรอบกระดูกอก ความหนתแน่นของอากาศในโดมจำลองดูเหมือนจะลดฮวบลงฉับพลัน เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งศัตรูทางความคิดและที่ยึดเหนี่ยวเดียวในความมืดมิดนี้ มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอื้อมไปแตะที่ขอบแจ็กเกตของเขา เพื่อทรงตัวไม่ให้ทรุดฮวบลงตรงนั้น "ถ้ามันคือแผนการฆาตกรรม... ทำไมคุณถึงช่วยฉันมาตลอด ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันหายไปกับความมืดเหมือนคนอื่นๆ ล่ะครับ ผู้บัญชาการ" เธอกลั้นใจถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอด คณินยิ้มเจื่อน เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นบนใบหน้าของเขา นิ้วมือหยาบกร้านของนายทหารผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ค่อยๆ ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและสั่นไหวท่ามกลางความเย็นเยือกของอวกาศ "เพราะในจักรวาลที่กำลังจะดับสูญนี้... การได้ปกป้องผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดคนหนึ่ง ให้รอดไปเห็นความจริง แม้ว่าความจริงนั้นจะทำลายเราทั้งคู่... มันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะมนุษย์ครับ" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนถูกตรึงไว้ด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันและทิฐิที่มีมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา ปลายจมูกของพวกเขาสัมผัสกันได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ในระยะเผาขน ความรู้สึกผิดบาป ความโหยหา และอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในวินาทีนั้น... ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าหากันเพื่อปิดฉากความลังเลทั้งหมด *ตี๊ด—ตี๊ด—ตี๊ด!* สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องวาบไปทั่วโดมจำลองธรรมชาติ ระบบปรับอากาศตัดการทำงานกะทันหัน กลิ่นดินและสนป่าถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนของโอโซนไหม้เกรียมจากแผงวงจรควบคุมหลัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันของอาวุธปืนพาสมาดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ทางเข้าด้านหลังโดม "ผู้บัญชาการครับ! เราเจอสัญญาณรบกวนจากภายนอก... มีคำสั่งด่วนระดับโอเมก้าจากสภาความมั่นคงให้ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยทั้งสองคนทันที!" เสียงตะโกนผ่านวิทยสื่อสารของนายทหารระดับหมวดดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเงาร่างของหน่วยรบพิเศษสวมชุดเกราะเต็มยศที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านในความมืด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในบทที่สิบห้านี้นะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%