"ถ้าคุณพลาดเพียงวินาทีเดียว เราทั้งคู่จะกลายเป็นเพียงอะตอมที่ลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศ ไม่ใช่เพราะระเบิด แต่มันคือแรงอัดจากเตาปฏิกรณ์ที่พร้อมจะบดขยี้ร่างกายคุณให้แบนราบดุจกระดาษ"
คณินกระซิบผ่านระบบสื่อสารระยะใกล้ เสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแห้ง ขณะที่เขากดสวิตช์แม่เหล็กบนรองเท้าบูตเพื่อยึดเกาะกับผนังท่อส่งพลังงานของสถานีอวกาศ 'เซเรส-ไนน์' เบื้องหน้าของพวกเขาคือโซนพลังงานหลักที่เต็มไปด้วยสายเคเบิลระยิบระยับราวกับเส้นเลือดของอสูรกายยักษ์
ศิลาไม่ได้ตอบกลับทันที เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย แว่นตาสแกนเนอร์ที่สวมอยู่สะท้อนแสงสีฟ้าจากแผงวงจรนับพัน เธอห้อยตัวลงจากช่องระบายอากาศอย่างแคล่วคล่อง มือที่สวมถุงมือพิเศษค่อยๆ บรรจงเสียบอุปกรณ์ดักจับสัญญาณขนาดจิ๋วเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อหลัก การเคลื่อนไหวของเธอแม่นยำและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นรัวจนเกือบจะได้ยินเสียงมันสะท้อนอยู่ในหมวกนิรภัย
"ความตายเป็นเรื่องปกติในที่ทำงานของเราอยู่แล้ว ผู้บัญชาการ" ศิลาตอบกลับ เสียงของเธอมีความอ่อนล้าซ่อนอยู่ลึกๆ "แต่ความจริงที่ถูกฝังอยู่หลังกำแพงเหล็กพวกนี้ต่างหากที่น่ากลัวกว่าความตายหลายเท่าตัว"
คณินปรายตามองหญิงสาวท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ เขาสังเกตเห็นรอยยับบนชุดปรับแรงดันของเธอที่บ่งบอกถึงความเครียดสะสม เขาเข้าใจดีว่าเป้าหมายของเธอคือการล้างมลทินให้ครอบครัวที่ต้องจบชีวิตลงด้วย 'อุบัติเหตุ' ที่ถูกจัดฉากขึ้นเมื่อห้าปีก่อน สำหรับเขา ศิลาคือตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้และอันตรายที่สุดในชีวิตเขา แต่มันกลับเป็นอันตรายที่เขารู้สึกถวิลหาอย่างประหลาด
"เราเหลือเวลาอีกหกสิบวินาทีก่อนที่วงรอบการตรวจสอบความปลอดภัยจะวนกลับมา" คณินเปลี่ยนหัวข้อสนทนา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโหมดการทำงานเต็มรูปแบบ "ถ้าอุปกรณ์นั่นไม่ได้ผล หรือมีใครบางคนตรวจพบสัญญาณการรบกวน... ผมจะตัดการเชื่อมต่อคุณทิ้งเสีย เพื่อรักษาความลับของหน่วยงานเอาไว้"
ศิลาชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มผ่านสายตาที่จ้องมองมายังเขา "คุณพูดเหมือนกับว่าคุณเลือกได้จริงๆ ว่าจะปล่อยให้ฉันตาย หรือจะยอมหักหลังองค์กรเพื่อช่วยฉันไว้กันแน่ คณิน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหึ่งต่ำๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านท่อเหนือศีรษะ บทสนทนาที่เชือดเฉือนนี้ไม่ใช่แค่การโต้ตอบ แต่มันคือการปะทะกันของอุดมการณ์ ศิลาเชื่อในความถูกต้องที่ต้องแลกด้วยทุกอย่าง ส่วนคณินคือผู้พิทักษ์กฎระเบียบที่รู้ดีว่ากฎเหล่านั้นบิดเบี้ยวเพียงใด
"ฉันวางเสร็จแล้ว" ศิลาประกาศ เธอถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาขณะที่ไฟบนอุปกรณ์เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวทึบ "ตอนนี้เราแค่ต้องรอให้ไฟล์ข้อมูลชุดแรกถูกถ่ายโอนเข้าสู่คลาวด์ส่วนตัวของฉัน"
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยระดับต่ำก็ดังขึ้นเป็นจังหวะในหูของพวกเขา ทั้งคู่ก้มตัวต่ำลงไปในมุมอับของท่อส่งผ่านพลังงาน แสงไฟสีแดงวาบไหวไปตามทางเดินด้านนอกสะท้อนเข้ามาผ่านช่องระบายอากาศ เสียงรองเท้าบูตหนักๆ ของหน่วยลาดตระเวนกำลังเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
คณินเอื้อมมือไปคว้าแขนของศิลาแล้วดึงเธอเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอแนบกับอกแกร่งของเขา เขาส่งสัญญาณมือให้เธอเงียบสนิท กลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องจางๆ จากชุดของเขาทำให้ศิลาใจเต้นผิดจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ดูดุดันและเย็นชาของเขาในระยะประชิด เขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงสายตาที่คมกริบเหมือนเหยี่ยวที่เฝ้ามองเหยื่อ
"ถ้าพวกมันพบเรา" คณินกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอ ความร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนจิตวิญญาณ "คุณต้องวิ่งไปที่ห้องเก็บกู้ยานฉุกเฉิน ห้ามหันกลับมามองผมเด็ดขาด เข้าใจไหม"
"ถ้าฉันทิ้งคุณไว้ที่นี่ ข้อมูลทั้งหมดที่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นมาเอาจะมีความหมายอะไร" ศิลาสวนกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างแต่แฝงด้วยความกังวล
พวกเขานิ่งค้างอยู่ในท่าทางที่ดูคลุมเครือและชวนให้ใจสั่น ในขณะที่เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าจุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่พอดี ทั้งคู่กลั้นหายใจ สายตาประสานกันผ่านหน้ากากหมวกนิรภัย ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ คณินค่อยๆ เลื่อนมือไปหยิบมีดพกออกมาจากซอง ขณะที่อีกมือกดปลดล็อกระบบสื่อสารของหน่วยลาดตระเวนเพื่อดักฟังข้อมูลลับที่พวกเขากำลังถืออยู่
"เดี๋ยวก่อน..." ศิลาคีย์ข้อมูลบางอย่างลงบนแท็บเล็ตข้อมือของเธอ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปจากความเครียดเป็นความตกตะลึงอย่างสุดขีด "คณิน ดูนี่... สัญญาณที่ฉันดักได้ไม่ใช่แค่ข้อมูลการทุจริต แต่มันคือบันทึกเสียงการประชุมเมื่อเช้านี้"
คณินขมวดคิ้ว เขาเพ่งมองไปที่หน้าจอขนาดเล็กที่ศิลาโชว์ให้ดู ดวงตาของเขาวูบไหวเมื่อเห็นรายชื่อผู้เข้าร่วมการประชุมลับนั้น หนึ่งในนั้นคือชื่อที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏอยู่บนเอกสารโครงการนี้
ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัว เสียงประตูห้องโซนพลังงานถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าคณินและศิลา คนผู้นั้นไม่ใช่หน่วยลาดตระเวนทั่วไป แต่เป็นบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน
รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้คณินรู้สึกเหมือนโลกกำลังพลิกคว่ำ และความจริงที่ศิลาตามหามาตลอดชีวิต กลับกลายเป็นหลุมพรางที่ลึกและดำมืดกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มหาศาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและอันตรายในบทที่สามสิบเอ็ดกับไฮเปอร์ไดรฟ์นะครับ
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 31
การเดินทางสู่เขตอันตราย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!