เสียงฮัมเบาๆ ของระบบกรองอากาศคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องจำลองแรงโน้มถ่วงต่ำ ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท มากพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันแบบที่ไม่อาจหาได้จากที่ใดในจักรวาล
พื้นที่ใช้สอยไม่ถึงสี่ตารางเมตร บังคับให้ไหล่ของคนทั้งสองต้องขยับเข้าใกล้กันโดยปริยาย ทุกครั้งที่ดร.ศิลาเอี้ยวตัวหยิบแผ่นดิสก์ข้อมูลควอนตัมจากชั้นวาง ปลายแขนของเธอก็แทบจะปัดผ่านเนื้อผ้าเครื่องแบบทหารสีเข้มของผู้บัญชาการคณินที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พับโลหะ
กลิ่นจางๆ ของโอโซนผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านแบบผู้ชายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ลอยวนอยู่ในอากาศที่ถูกจำกัดด้วยวงจรปิด
"คุณกำลังคำนวณอัตราการรั่วไหลของออกซิเจนในเขตเซกเตอร์เจ็ดพลาดไปสามจุด ศิลา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่ถูกคั่นด้วยเสียงเครื่องจักร
ศิลาชะงักมือที่กำลังพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนจอโฮโลแกรม แววตาของเธอคมกริบขึ้นทันที เธอไม่ได้หันไปมองหน้าเขาในทันที แต่เลือกที่จะจ้องสะท้อนเงาของคณินผ่านกระจกใสที่กั้นระหว่างพวกเขากับความมืดมิดของห้วงอวกาศเบื้องนอก
"ดิฉันคำนวณตามตัวเลขความหนาแน่นของวัสดุที่กองกำลังของคุณส่งมอบมาให้ต่างหากล่ะคะ ผู้บัญชาการ... หรือว่าเอกสารลับฉบับนั้นถูกแก้ไขตัวเลขโดยคนในกระทรวงความมั่นคงของคุณเอง" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างจมูกของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบในพื้นที่แคบๆ นี้
คณินไม่ถอยหนี เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนักวิทยาศาสตร์ผู้เยือกเย็น
"คุณระแวงผมเกินไปแล้ว ศิลา" คณินขยับตัวเล็กน้อย แรงขยับเพียงนิดเดียวกลับทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงไปอีก ไหล่กว้างของเขาเกือบจะชนกับแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ "ในสถานการณ์ที่เราต่างก็ติดอยู่บนกระสวยอวกาศลำนี้อย่างไร้ทางเลือก การไม่ไว้ใจกันคือหนทางที่เร็วที่สุดที่จะพาเราไปตาย"
"ความไว้ใจเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยค่ะ ผู้บัญชาการ... และดิฉันก็ไม่มีงบประมาณมากพอจะซื้อมัน โดยเฉพาะกับคนที่มีอำนาจสั่งปลิดชีวิตคนได้ทั้งสถานี" ศิลากล่าวพلพางขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่างทางจิตวิทยา แต่พื้นที่จำกัดกลับทรยศเธอ เมื่อแผ่นหลังของเธอบดบังเข้ากับผนังโลหะเย็นเฉียบ
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง การคุกคามโดยสัญชาตญาณดิบของชายชาติทหารปรากฏชัดเจน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของศิลากลับไม่ใช่ความน่าเกรงขามนั้น มันคือประกายความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว
เขายื่นมือใหญ่ข้างหนึ่งออกไป วางทابลงบนผนังโลหะข้างศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ระหว่างแขนของเขาและกำแพงสถานี
"คุณคิดว่าผมทำเพื่ออำนาจจริงๆ งั้นเหรอ" เสียงของคณินลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟดำปะทะเข้ากับข้างแก้มของศิลาราวกับจงใจ "ถ้าผมอยากได้อำนาจ ผมคงปล่อยให้ยานอพยพชุดแรกระเบิดกลางอุกกาบาตไปแล้ว... ผมทำทุกอย่างเพื่อให้มนุษยชาติยังหลงเหลือรอด ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอย่างที่คุณกล่าวหา"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการเยาะหยันตัวเองและโลกใบนี้ "แล้วการเสียสละคนบริสุทธิ์นับร้อยเพื่อแลกกับความอยู่รอดของคนกลุ่มเดียว คือสิ่งที่ผู้พิทักษ์ความยุติธรรมเขาทำกันสินะคะ"
"บางครั้ง... คุณต้องยอมให้มือเปื้อนเลือด เพื่อให้หัวใจยังคงเต้นต่อไปได้" คณินก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนศิลารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ความใกล้ชิดในพื้นที่ปิดตายนี้กำลังละลายกำแพงอุดมการณ์ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
ดวงตาของทั้งสองประสานกันอย่างมีความหมาย ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดระแวง และความดึงดูดทางจิตวิญญาณปะปนเปกันจนแยกไม่ออก ศิลาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังงานบางอย่างที่คณินกำลังแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
มือเรียวของศิลายกขึ้นวางบนแผงอกแกร่งของเขา ออกแรงผลักเบาๆ เพื่อให้เขากลับไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัย แต่คณินกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธส่งกระแสความวูบวาบวิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลังของเธอ
"ศิลา..." เขากระซิบเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของผู้บัญชาการที่ออกคำสั่ง แต่เป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพ่ายแพ้ต่อความเด็ดเดี่ยวและเสน่ห์อันเยือกเย็นของเธอ
นิ้วมืออีกข้างหนึ่งของคณินเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนี้ขัดแย้งกับสถานะและภารกิจที่พวกเขากำลังเผชิญอย่างสิ้นเชิง ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นกายและอุณหภูมิรอบตัวกลับทำให้สมาธิของเธอกระเจิดกระเจิง
"อย่า..." เธอเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น เมื่อใบหน้าของคโนนโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขากลืนกินคำพูดที่เหลือทั้งหมด
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการปะทะกันของอุดมการณ์สองขั้วที่ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดของแรงโน้มถ่วงหัวใจ ศิลานิ่งงั้นไปชั่วขณะก่อนที่สัญชาตญาณจะผลักดันให้เธอตอบสนอง มือที่ถูกกุมไว้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเครื่องแบบของเขาแน่นขึ้น ความตึงเครียดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสอันลึกซึ้งในห้องควบคุมที่แคบและมืดมิด
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งสุดท้ายไปอย่างถาวร เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ!
*ปี๊ب! ปี๊ب! ปี๊ب!*
แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องควบคุม ข้อมูลบนจอโฮโลแกรมดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ของระบบ AI ประจำสถานีที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์:
> "แจ้งเตือน: ตรวจพบรหัสผ่านลับถูกใช้งานจากเทอร์มินัลภายนอก... ระบบล็อกดาวน์เซกเตอร์หลักกำลังเริ่มต้น... มีผู้บุกรุกไม่ทราบฝ่ายเข้าสู่พื้นที่ควบคุมส่วนกลาง"
คณินผละออกจากตัวเธอในเสี้ยววินาที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบคมดุดันของนักรบในทันที เขาคว้าปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว
"มีคนอื่นรู้วิธีเข้ารหัสนี้..." คณินสบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าศิลา "และดูเหมือนว่าเป้าหมายของมัน ไม่ใช่แค่คุณหรือผม... แต่มันคือข้อมูลที่คุณเพิ่งถอดรหัสได้เมื่อกี้นี้"
ศิลาหน้าซีดเผือด เธอก้มลงมองแผ่นดิสก์ข้อมูลในมือที่ตอนนี้ไฟสถานะดับสนิท ก่อนที่หน้าจอสำรองบนผนังจะแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกห้อง—ภาพของร่างในชุดอวกาศสีดำสนิท ไร้สัญลักษณ์สังกัด กำลังเดินตรงมายังประตูห้องควบคุม พร้อมกับระเบิดแรงดันสูงที่ถูกติดตั้งไว้ที่กลอนประตู!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดในบทที่ยี่สิบสี่นี้กับไฮเปอร์ไดรฟ์นะครับ
สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก•ตอนที่ 24
กลิ่นอายความใกล้ชิด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สกัดดาวร่วง หลุมดำแห่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!