เอกสารในมือของคินทร์สั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างของรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับศิลา ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอัลฟ่าผู้ไร้พ่ายแห่งวงการวิศวกรรม
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้างในยามวิกาลเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรม กลิ่นอายของฝุ่นปูนและหยาดฝนที่สาดซัดเข้ามาทางหน้าต่างผสมปนเปไปกับกลิ่นอายฟีโรโมนอันดุดันที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวของศิลา
"ดูท่าทางคุณจะมั่นใจในผลงานของคุณมากเกินไปนะ ศิลา..." คินทร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายช่างบาดตาและท้าทายอำนาจมืดที่ศิลากุมไว้ทั้งหมด "เอกสารชุดนี้... ถ้าผมส่งให้บอร์ดบริหารในวันพรุ่งนี้ สัญญาโปรเจกต์หมื่นล้านนี้จะตกเป็นของผม และผู้หญิงที่คุณพยายามปกป้องนักหนาคนนี้ ก็จะต้องกลายเป็นแพะรับบาปในฐานะคนขายแบบแปลน"
รินรดาหน้าซีดเผือก เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สองมือจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ฉันไม่ได้ทำ... ฉันไม่เคยขายแบบแปลนให้ใคร!"
"หุบปากซะ รินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนทำให้คนฟังแทบหยุดหายใจ ดวงตาสีนิลของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มองไปที่คินทร์ผู้เป็นศัตรู แต่กลับจ้องมองที่หญิงสาวด้วยประกายไฟที่ยากจะคาดเดา
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง ศิลาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคินทร์ด้วยความเร็วที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าคอเสื้อของคู่แข่งแล้วกระชากเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบชิด รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนริมฝีปากของอัลฟ่าหนุ่ม
"แกคิดว่าเอกสารในมือแกมันมีค่าพอที่จะทำลายฉันได้จริง ๆ งั้นเหรอ คินทร์?" ศิลาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้าง ทว่าทรงพลัง "เกมนี้แกเป็นคนเริ่ม... แต่คนที่จะเป็นคนจบมัน ไม่ใช่แก"
พริบตานั้น เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหว ไฟสำรองในไซต์งานกะพริบวูบวาบก่อนจะดับลง ความมืดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ศิลาสะบัดร่างของคินทร์ออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวรินรดาที่ยืนพิงผนังห้องอย่างไร้ทางหนี
"อ๊ะ..." รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับกำแพงเย็นเฉียบ และร่างสูงใหญ่ของศิลาก็ก้าวเข้ามาปิดกั้นทุกทางหนี ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่อง กลิ่นอายความเป็นชายที่ทรงอำนาจและดุดันโอบล้อมเธอไว้จนแทบหลอมละลาย
"คุณกลัวเหรอ รินรดา?" ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส ความตึงเครียดจากสถานการณ์ภายนอกเปลี่ยนผ่านเป็นแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด "กลัวเอกสารพวกนั้น... หรือว่ากลัวผมกันแน่"
"ศิลา... ปล่อยฉันนะ สถานการณ์แบบนี้คุณยังมีอารมณ์จะมา..." เสียงของเธอขาดห้วงไป เมื่อมือหนาเอื้อมมาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดดันจากร่างกายของเขาที่ทาบทับลงมาทำให้สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ถึงกับต้องหอบหายใจด้วยความสั่นสะท้อน
"ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด คือเวลาที่คนเราจะแสดงสัญชาตญาณดิบออกมามากที่สุด... และคุณเองก็รู้ดีว่าร่างกายของคุณกำลังบอกอะไรผม"
คำพูดนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย แม้สมองของรินรดาจะสั่งให้ผลักเขาออกไป แต่ผิวGายที่สัมผัสกันกลับร้อนผ่าว รสชาติของความหวาดกลัวผสมปนเปไปกับความเร่าร้อนที่แผ่ซ่าน ศิลาไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธริมฝีปากหนาก็ก้มลงประกบจูบทับกลีบปากอิ่มทันที เป็นจูบที่ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความกระหายหิวราวกับต้องการลงโทษและครอบครองเธอให้จมคาอก
รินรดาครางประท้วงในลำคอ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี มืออีกข้างของศิลาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว บีบเค้นสะโพกมนให้แนบชิดเข้าหาเรือนร่างกำยำ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนเสื้อผ้าที่สวมใส่กลายเป็นอุปสรรค เสียงหอบหายใจหนักหน่วงประสานกับเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่ด้านนอก
ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นในสถานการณ์ที่อันตรายนี้ ดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม ศิลาไม่ได้สนใจเอกสารฉบับนั้นอีกต่อไป ในเวลานี้ สิ่งเดียวที่มีค่าพอให้เขาแลกทุกอย่าง คือร่างอรชรที่กำลังบิดเร้าอยู่ใต้ร่างของเขา รอยจูบที่ซอกคอขาวทิ้งร่องรอยสีุ่กเข้มไว้เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าทำให้รินรดาต้องแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว ความยินยอมพร้อมใจเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยอันตราย
"จำไว้... รินรดา ว่าคุณเป็นของผม ไม่ใช่ของไอ้หน้าไหนทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูขณะที่เขาฝังกายแนบแน่นเข้าหาความอ่อนนุ่ม สร้างความซาบซ่านจนเธอต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาเป็นระลอกๆ
ทว่า ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดที่หลอมละลายทุกสติสัมปชัญญะ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ ตำรวจบุกเข้ามาตรวจไซต์งานตามหมายค้นของใครก็ไม่รู้!"
ศิลาชะงักกึก ดวงตาสีนิลคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ร่างกายของเขายังคงแนบชิดอยู่กับรินรดาที่กำลังหอบหายใจตัวสั่นเทา และก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เสียงกุญแจไขประตูห้องก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องตรงมายังพวกเขาทั้งสองคน...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้นะครับ
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 12
ค่ำคืนที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!