กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นไอตะกั่วจาง ๆ จากงานโครงสร้างเหล็กในห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง ลอยอบอวลจนแทบจะกลายเป็นม่านหมอกแห่งความอึดอัด รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สันหลังของเธอแนบชิดกับบานกระจกใสที่สะท้อนภาพโครงสร้างคอนกรีตสูงตระหง่านเสียดฟ้า แต่อุณหภูมิรอบตัวเธอกลับหนาวยะเยือกยิ่งกว่ายอดเขาหิมะ เมื่อดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์ของศิลากวาดมองแบบแปลนสถาปัตยกรรมในมือด้วยแววตาเยียบเย็น
“เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรกครับ... เก็บแรงไว้แก้ตัวบนเตียงของผมได้เลย”
คำพูดทิ้งท้ายจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและดุเดือดเมื่อวานยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ แต่เป็นประกาศิตจากผู้ชายที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ศิลาในยามนี้ไม่ได้สวมบทบาทคนรักเก่าหรือคู่ค้าระดับสูง แต่เขาคือ ‘อัลฟ่า’ ผู้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดบนพื้นที่แห่งนี้
“คุณศิลาหมายความว่าอย่างไรครับ แปลนนี้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมโครงการเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่สามเดือนก่อน” รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงภายใต้กรอบของสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบหมดแรงยืนเมื่อนึกถึงสัมผัสอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนที่เขาเคยฝังรอยจูบไว้ตามเรือนร่างเมื่อคืน
ศิลาวางม้วนกระดาษพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนกาแฟในแก้วกระฉอก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักเลือนรางบริเวณข้อมือขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอากาศรอบข้างแทบเบาบางลง
“อนุมัติจากพวกนั่งโต๊ะที่มองไม่เห็นความเสี่ยงเหรอครับ รินรดา?” ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้า ๆ ทว่ามั่นคง ดั่งนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ร่างสูงใหญ่หยุดยืนประชิดตัวจนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ของเขาโอบล้อมเธอไว้ “ฐานรากโซน C รับน้ำหนักเกินพิกัดสามสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริง ๆ หรือมีแรงลมปะทะตึกสูงเกินมาตรฐาน ตึกที่คุณออกแบบจะพังทลายลงมาทับคนงานนับร้อย... และคุณ... จะต้องเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด”
“มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ... เอ่อ... เป็นไปไม่ได้ครับ โครงสร้างนั้นคำนวณตามหลักวิศวกรรมสากลทุกประการ!” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาก่อนจะรีบแก้ด้วยความถือดี
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบก้มลงมองเรียวปากที่สั่นระริกของเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง นิ้วแกร่งยื่นออกไปไล้สันกรอบหน้าของเธอเบา ๆ อย่างถือวิสาสะ แม้รินรดาจะพยายามเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งกระด้างกลับล็อกคางของเธอไว้บังคับให้สบตา
“อย่ามาเถียงผมด้วยทฤษฎีในตำรา บนไซต์งานของผม… กฎมีข้อเดียวคือ ‘ตามใจผม’” ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรดแก้มเนียน เสียงกระซิบต่ำพร่าดังชิดริมใบหู “คุณมีเวลาถึงเที่ยงคืนวันนี้ แก้ไขดีไซน์โครงสร้างทั้งหมดใหม่ ให้รับแรงเฉือนเพิ่มขึ้นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และลดพื้นที่กระจกรับแสงลงครึ่งหนึ่ง”
“บ้าไปแล้วหรือไงคะ... บ้าไปแล้วหรือครับ! จะให้แก้โครงสร้างทั้งหมดภายในเวลาแค่สิบกว่าชั่วโมงเนี่ยนะ!” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวปัดป้องมือหนาที่ยังคงเคล้นคลึงอยู่ข้างแก้มออกอย่างแรง “คุณจงใจแกล้งฉัน... คุณจงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ!”
“ใช่ครับ ผมกำลังกลั่นแกล้งคุณ” ศิหายอมรับหน้าตาเฉย ไม่มีรอยยิ้มหยัน มีเพียงแววตาดุร้ายที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนซ่อนอยู่ภายใน “เพราะคุณดื้อรั้นเกินไป รินรดา คุณคิดว่าถือหางสถาปนิกมือหนึ่งแล้วจะเหินฟ้าบินหนีจากกรงของผมได้งั้นเหรอ? จำใส่สมองเอาไว้... ทุกเส้นสายที่คุณวาด ทุกตารางเมตรที่คุณออกแบบ ต้องอยู่ใต้เงาของผมเท่านั้น”
ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังของเธอกระแทกกับกระจกเบา ๆ ศิลาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ในวงแขน เป็นดั่งกรงขังที่ไม่มีทางหนีรอด กลิ่นอายความเป็นชายที่ทรงอำนาจและดุดันแผ่ซ่านจนหัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ร่างกายของเธอจดจำสัมผัสเมื่อคืนได้ดีเกินไป—สัมผัสที่ร้อนแรง ป่าเถื่อน แต่กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวให้อ่อนระทวยอย่างน่าละอาย
“ถ้าทำไม่ได้ตามกำหนดล่ะครับ?” รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งโกรธทั้งหวาดกลัวในอิทธิพลที่เขามีเหนือเธอ
“ถ้าคุณทำไม่เสร็จภายในเที่ยงคืน...” ศោลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก รสสัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวทำให้สติของเธอพร่าเลือน “บทลงโทษจะไม่ใช่แค่การเซ็นชื่อยอมรับความผิดพลาด... แต่คุณจะต้องชดใช้ผมบนเตียงตัวเดิม ทั้งคืน... จนกว่าคุณจะหมดแรงลุกขึ้นมาหยิบปากกาอีกรอบ”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความอับอายและแรงดึงดูดทางเพศที่ต้านทานยากปะทะกันจนรัญจวนปั่นป่วนในท้อง ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้อะไร เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยการเปิดพรวดเข้ามาของร่างโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบ
“คุณศิลาครับ... แย่แล้วครับ”
คินทร์ ผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่ของโปรเจกต์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่สายตากลับเหลือบมองรินรดาที่ถูกศิลากักตัวไว้อยู่ในวงแขนด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนไว้ไม่มิด
“มีอะไร?” ศิลาถอนสายตาจากริมฝีปากนุ่มด้วยความไม่สบอารมณ์ หันไปเผชิญหน้ากับหุ้นส่วนตัวแสบ
“รายงานจากตลาดหลักทรัพย์... หุ้นกลุ่มบริษัทสถาปัตยกรรมของคุณรินรดากำลังถูกเทขายอย่างหนัก และคนที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดไว้ในนามบริษัทลับ... คือเครือข่ายของตระกูลคุณเองครับ” คินทร์ยิ้มมุมปาก พลางปรายตามองศิลาด้วยรอยยิ้มเยาะที่แฝงไว้ด้วยเกมการเมืองอันสกปรก
ศิลาหันขวับกลับมามองรินรดาอีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาของวิศวกรสายดาร์กไม่ได้มีแค่ความโกรธขึง แต่กลับฉายประกายอันตรายที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม—เกมที่เขาคิดว่าเขาเป็นผู้ควบคุมมาโดยตลอด กลับมีมือที่สามแทรกแซงเข้ามาเพื่อทำลายผู้หญิงของเขาซะแล้ว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงแห่งอำนาจและเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 2
กฎที่ไร้ความปรานี
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!