กลิ่นควันปูนซีเมนต์ผสมกับหยาดฝนที่เพิ่งซัดผ่านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสี่สิบห้าของตระหง่านทาวเวอร์ ทำให้บรรยากาศในไซต์งานยามบ่ายคล้อยดูอับทึบและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดายืนนิ่งอยู่บนพื้นผิวซีเมนต์ขัดหยาบที่ยังไม่แห้งสนิทดี ใบหน้าเรียวรูปไข่ตึงเครียดจนสันกรามขึ้นรอยนูน เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบหลุดลุ่ยเคลียกรอบหน้าชื้นเหงื่อ สายตาของเธอกำลังจ้องมอง "เสาหลักรับน้ำหนักโซน C" ที่เวลานี้เกิดรอยร้าวเป็นทางยาวเฉียงเกือบสองเมตร—ความผิดพลาดระดับวิบัติที่หากปล่อยไว้เพียงชั่วโมงเดียว โครงสร้างทั้งโซนอาจพังครืนลงมาทับคนงานนับร้อยชีวิต
"คุณรินรดาครับ... ทางผู้รับเหมาบอกว่าสั่งคอนกรีตเกรดนี้มาตามสเปกที่คุณเซ็นอนุมัติเป๊ะๆ นะครับ"
เสียงสั่นเครือของโฟร์แมนคุมงานดังขึ้นจากด้านหลัง แต่สถาปนิกสาวไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหันไปตอบ โสตประสาททั้งหมดของเธอถูกตรึงไว้กับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวขึ้นมาจากบันไดหนีไฟทีละขั้น... ทีละขั้น เสียงนั้นเชื่องช้า ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคามที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอม
ศิลาปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางขึ้นโครงสร้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักสีเข้มที่โผล่พ้นสาบเสื้อ
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองรอยร้าวบนเสาซีเมนต์แวบหนึ่ง ก่อนจะเบนมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของสถาปนิกสาวผู้รับผิดชอบโครงการ ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดต่ำลงหลายองศา
"อธิบายสิครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะบดขยี้ความมั่นใจทั้งหมดของรินรดาให้แหลกคามือ ศิลาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าเซฟตี้กระทบพื้นคอนกรีตเสียงดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ทุกย่างก้าวของเขาคือการรุกคืบพื้นที่หายใจของเธอ
"มัน... มันอาจจะเกิดจากอัตราการเซ็ตตัวของคอนกรีตที่เร็วกว่ากำหนดเพราะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศตอนเทปูนครับคุณศิลา ดิฉันได้สั่งให้ทีมวิศวกรโครงสร้างตรวจสอบค่าเคมีซ้ำแล้ว..." รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้สายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ขา2ข้างจะเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น
ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย็นชาพุ่งเข้าปะทะจมูก ร่างสูงก้มลงมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมนั้นเลยแม้แต่น้อย
"ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นครับ, คุณสถาปนิกไร้พ่าย"
ศิลาจงใจเน้นเสียงคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางมนของเธออย่างถือวิสาสะ บังคับให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสเย็นเฉียบที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
"คุณเซ็นอนุมัติแบบโครงสร้างนี้ด้วยตัวเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือความประมาทที่เกือบจะฆ่าคนนับร้อย... หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณ มันเอาไปใช้คิดแต่เรื่องที่จะโค่นล้มผมในบอร์ดบริหาร ร่วมมือกับไอ้คินทร์ จนไม่มีสิทธิ์มาใส่ใจความปลอดภัยของไซต์งานกันแน่ครับ?"
คำกล่าวหาที่พาดพิงถึงคินทร์ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว รินรดาสบัดหน้าหนีจากการเกาะกุมของเรียวนิ้วแกร่งทันที พวงแก้มเนียนแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์
"อย่ามาปรักปรำฉันนะศิลา! เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวฉันแยกแยะออก รอยร้าวนี้มัน..."
"ชูش..."
ศิลาส่งเสียงปรามพร้อมกับก้าวประชิดตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเยียบอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันค้ำยันโครงสร้างด้านข้าง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้มซีกขวา
"ผมเกลียดคนแก้ตัวครับ... และที่สำคัญที่สุด ผมเกลียดความผิดพลาด"
เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูของเขาสะท้อนก้องในความเงียบ รินรดารู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปตามผิวเนื้อยามที่ริมฝีปากหยักลึกของเขาปัดผ่านใบหู ไล่ต่ำลงมาตามซอกคอระหง ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและคลื่นปรารถนาอันน่ารังเกียจที่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง
"ปล่อยนะ... คุณศิลา เรากำลังคุยกันเรื่องงาน..." มือเรียวพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ร่างหนากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหินผา น้ำหนักตัวและพละกำลังของอัลฟ่าหนุ่มเหนือกว่าเธอทุกประตู
"งานเหรอครับ?" ศิลาหัวroانในลำคอ เสียงหัวهเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านหน้าอกที่แนบชิดกับร่างของเธอ มือหนาเลื่อนลงมาคว้าเอวคอดกิ่วไว้แน่น บีบกระชับจนสถาปนิกสาวต้องสูดปากด้วยความเจ็บปวดปนเสียวซ่าน "ในเมื่อคุณทำให้งานของผมเสียหาย... คุณก็ต้องชดใช้มันด้วยวิธีของผม"
รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงผ่านสะโพกมนอย่างจงใจ ความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของเขาแผดเผาเนื้อผ้าทะลุผ่านกางเกงสแล็คเข้าร่างกายจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ดวงตาส2ข้างวาวโรจน์ด้วยความอับอายและต้องการปฏิเสธ แต่ริมฝีปากกลับถูกริมฝีปากร้อนจัดของเขาประกบปิดกั้นเสียงร้องท้วงไว้ทั้งหมด
รสจูบดุดัน รุกราน และไร้ความปรานี ศิลาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืน อ้อมแขนที่รัดรอบเอวเธอกลับยิ่ง tightening แน่นขึ้นราวกับจะหลอมร่างเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา
รสชาติของความพ่ายแพ้และกลิ่นไอรัญจวนผสมปนเปกันในความมืดสลัวของไซต์งาน รินรดารู้สึกได้ถึงความอ่อนยวบของเรียวขาตัวเอง เธอจำต้องไขว่คว้าลาดไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้ร่างสูงครอบครองลมหายใจของเธอไปทีละน้อยท่ามกลางโครงสร้างคอนกรีตที่สั่นคลอน
แต่แล้ว... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟด้านล่าง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของเธอดังลั่น
"คุณรินรดาครับ! คุณศิลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... เสาโซน C ทรุดตัวลงมาอีกสองเซนติเมตรแล้วครับ!"
ศิลาผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างช้าๆ ปล่อยให้หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดด้วยความทรมาน ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางต้นเสียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อของสถาปนิกสาวด้วยน้ำเสียงพร่ากระซิบที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกครับ... เก็บแรงไว้แก้ตัวบนเตียงของผมได้เลย"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของภาคินทร์เที่ยงคืนนะครับ
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 1
ไซต์งานนรก
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!