วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 18

อำนาจที่ต่อรองได้

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความมืดมิดในไซต์งานก่อสร้างยามวิกาลไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาร่างสูงใหญ่ของคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ รินรดายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำราวกับจะหลุดออกมานอกอก ท่ามกลางกลิ่นอายความพินาศของโครงการที่กำลังจะล่มสลายจากแผนการสกปรกของคินทร์ เอกสารในมือสั่นเทาเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามฝืนทำเป็นเข้มแข็งสักแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศิลาในบรรยากาศที่ไร้ซึ่งผู้คนเช่นนี้ กำแพงทิฐิทั้งหมดก็พังทลายลงอย่างง่ายดาย วิศวกรหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ร่างกายสอบได้สัดส่วนภายใต้ชุดช่างสีเข้มแผ่ไอความกดดันและอำนาจดิบเถื่อนที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสภาพยับเยินของเอกสารในมือเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประสานสายตากับเธออย่างมีความหมาย ความเยือกเย็นที่เขามักใช้สวมใส่เสมอในยามปกติถูกแทนที่ด้วยประกายตาบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันคือความกระหายใคร่รู้ และบางสิ่งที่ดิบยิ่งกว่านั้น "คุณกำลังวิ่งไปหาความหายนะด้วยขาของตัวเอง รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันด้วยน้ำหนักคำพูดที่เฉียบขาดราวกับใบมีดโกน "คินทร์มันไม่ได้มองคุณเป็นหุ้นส่วน แต่มันมองคุณเป็นแค่เครื่องมือที่จะเหยียบย่ำผมให้จมดิน... และคุณก็เกือบจะเผลอเอาศักดิ์ศรีทั้งหมดไปถวายให้มันแล้วด้วยซ้ำ" "ฉันดูแลตัวเองได้..." เธอกลั้นใจตอบ เสียงแหบพร่าเล็กน้อยแต่ยังพยายามเชิดหน้าสู้ แม้ขาเรียวจะเริ่มสั่นเทาเมื่อเขาก้าวประชิดเข้ามาจนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อศิลายกมือขึ้นข้างหนึ่ง ยันเสาปูนเปลือยด้านหลังเธอไว้ กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ศิลาไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของอัลฟ่าหนุ่มปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ รินรดาเผลอผะแผ่วลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดทางเพศที่สะสมมาหลายสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นประกายไฟในความมืด เขาก้มลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังจนขนลุกซู่ "คุณดื้อรั้นเกินกว่าจะยอมรับความจริง... แต่ในขณะเดียวกัน คุณก็อ่อนแอต่อสัมผัสของผมเสียจนน่าสมเพช" ปลายนิ้วหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มไล้ขึ้นตามกรอบหน้าเรียวอย่างถือวิสาสะ รินรดาสั่นสะท้านเฮือก เธอพยายามจะเบี่ยงหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่อีกข้างตรึงท้ายทอยเอาไว้มั่น บังคับให้เธอต้องสบตาเขาตรงๆ แววตาดุดันคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของเธออย่างชัดเจน มันคือเกมอำนาจที่เธอไม่มีวันชนะตั้งแต่แรกเริ่ม และเขาก็รู้ดีว่าเเพ้ทางเขาตรงไหน "ถ้าคุณอยากได้เอกสารชุดนั้นคืน... ถ้าคุณอยากกู้ชื่อเสียงของสถาปนิกไร้พ่ายคนนี้กลับมา..." ศิลาเว้นจังหวะ สายตาคมกาลมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเครียด ก่อนจะเอ่ยข้อเสนอที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ "คุณต้องแลกมันด้วยบางสิ่งที่ผมต้องการ" "คุณหมายความว่ายังไง..." เสียงเธอแผ่วเบาจนแทบกระซิบ "ความภักดีของคุณ... ทั้งร่างกายและจิตใจ" ศิลาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "คืนนี้ เลิกทำตัวเป็นศัตรูแล้วมาสยบอยู่ใต้ร่างของผมซะ แล้วผมจะจัดการคินทร์ให้ราบคาบชนิดที่มันไม่มีวันเงยหน้าขึ้นมาได้อีก" คำพูดนั้นไม่ได้มาพร้อมกับคำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งเด็ดขาดจากผู้ล่าที่เหนือกว่าทุกประตู รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธปะปนกับความปรารถนาอันลึกซึ้งที่เธอพยายามกดทับมาตลอดตีรวนขึ้นมาในอก เธอรู้ว่ามันคือการเอาตัวเข้าแลกกับซาตาน แต่ทว่า... ร่างกายของเธอกลับพยักรับสัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ลงมาตามลาดไหล่บางอย่างลืมตัว ความอดทนขีดสุดสิ้นสุดลงในวินาทีนั้น ศิลาไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปราณี รสจูบดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายหิวที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน รินรดาครางประท้วงในลำคอ แต่เรียวปากที่เผยอออกกลับเปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวพันอย่างไร้ทางสู้ มือแกร่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างระหว่างกันแม้แต่น้อย ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผดเผาความหนาวยะเยือกในค่ำคืนนี้จนมลายหายไปสิ้น สัมผัสของเขาหนักหน่วง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น รินรดายกมือขึ้นกำเสื้อช่างของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวขาเริ่มอ่อนแรงลงจนต้องปล่อยให้เขาเป็นผู้พยุงร่างไว้ทั้งหมด ความตึงเครียดระหว่างสถาปนิกสาวผู้หยิ่งทะนงกับวิศวกรสายดาร์กแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่ลุกโชนท่ามกลางซากปรักหักพังของไซต์งาน เสื้อผ้าเนื้อหนาถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวส่องลอดโครงสร้างปูนเปลือยลงมา สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ลูบไล้ไปทั่วทุกสัดส่วนเรือนร่างทำให้เธอสะท้านเฮือก ผิวเนื้อที่เสียดสีกันสร้างความกระสันซ่านจนแทบขาดใจ เสียงหอบหายใจระคนเสียงครางแผ่วเบาดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่ง ศิลาปรนเปรอความปรารถนาให้เธอด้วยความชำนาญและดุดัน ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าเหนือหัวทุกตารางนิ้วบนร่างของเธอ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งยวด แม้ศักดิ์ศรีจะกรีดร้องห้ามปราม แต่ไฟสวาทที่เขาสุมไว้กลับเผาผลาญจนเธอไม่เหลือแรงแม้แต่จะต่อต้าน ความสุขสมอันรุนแรงถาโถมเข้าใส่จนสติหลุดลอย ร่างระหงกระตุกเกร็งแนบชิดไปกับแผ่นอกกว้างของเขา ท่ามกลางเสียงหอบสะท้านและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ศิลากอดกระหวัดร่างของเธอไว้แน่น ฝังจูบลงบนลาดไหล่เนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่ดวงตาคมกริบมองผลงานใต้ร่างด้วยความพึงพอใจสูงสุด ทุกอย่างอยู่ใต้การควบคุมของเขา สมบูรณ์แบบและไร้ช่องโหว่ ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันเริ่มกลับมาปกคลุมอีกครั้ง และรินรดากำลังซบพักอยู่บนอกกว้างด้วยความอ่อนระล้า เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันใกล้กับเสาเข็มด้านนอก... พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางช่องลม! ศิลาหรี่ตาลงอย่างอันตราย ร่างสูงผุดลุกขึ้นบังร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้มิดชิดในเสี้ยววินาที ขณะที่สถาปนิกสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเงาร่างที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยคือ... คินทร์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในมือถือโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอเปิดค้างไว้! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในดาร์กโรมานซ์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%