หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคินทร์สว่างวาบ เผยให้เห็นภาพร่างจำลองของโครงสร้างอาคารที่ถูกปรับแก้พิกัดรับน้ำหนัก ซึ่งหากโครงการนี้อนุมัติออกไปตามแบบนั้น... มันไม่ใช่แค่ความล้มเหลวทางวิศวกรรม แต่มันคือหายนะที่จะพรากใบประกอบวิชาชีพและอนาคตทั้งชีวิตของศิลาไปในพริบตา
"คุณนี่ใจกล้าดีนี่รินรดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากชายหนุ่มผู้เป็นก้างขวางคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของคินทร์ประดับอยู่ราวกับปีศาจที่กำลังถือตั๋วเข้าชมความพินาศ "ยอมเอาศักดิ์ศรีของสถาปนิกแถวหน้า มาแลกกับการปิดปากวิศวกรผู้เย่อหยิ่งเนี่ยนะ... น่าสมเพชเป็นบ้า"
"หุบปากซะ คินทร์"
ศิลาคำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นดุดันราวกับราชสีห์หนุ่มที่ถูกลูบคม ร่างสูงใหญ่ก้าวบังรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทาไว้จนมิด แม้แววตาของเขาจะฉายประกายเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว แต่ลึกลงไปในนั้นกลับมีเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและโทสะที่กำลังแผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นจุล
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบห่อเลือด ความอัปยศอดสูตีรวนขึ้นมาจุกอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอยอมรับว่าพลาด... พลาดที่หลงกลเกมสกปรกของคินทร์ แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การถูกแบล็กเมล หากแต่เป็นการที่เธอได้ทำลายความเชื่อใจที่ศิลามีให้จนย่อยยับ
"ทำไมล่ะศิลา นายโกรธเหรอ?" คินทร์หัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่ม "หรือนายเสียดายของเล่นชิ้นนี้... อยากเก็บเธอไว้ใช้เองคนเดียวล่ะสิ งั้นเรามาตกลงกันดีกว่า ถ้าโครงการนี้ตกเป็นของฉัน นายก็แค่ถอนตัวไปซะ แล้วฉันจะลบคลิปนี้ทิ้ง... แลกเปลี่ยนกันง่ายๆ แบบนี้แหละ"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ศิลาไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที เขานิ่งเงียบ... ความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับคินทร์ นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่เพลิงโทสะข้างในกลับร้อนแรงจนแผดเผาทุกสิ่ง
"แกคิดว่า... ฉันจะปล่อยให้แกเดินออกไปจากห้องนี้พร้อมกับหลักฐานงี่เง่าพวกนั้นงั้นเหรอ?"
ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนคินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวคินทร์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นแล้วบิดกระชากด้วยแรงมหาศาลจนโทรศัพท์มือถือหลุดร่วงกระแทกพื้น เสียงหน้าจอแตกละเอียดดังสนั่น พร้อมๆ กับที่ศิลาซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าของคินทร์เต็มแรงจนร่างนั้นเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นห้อง
"ไอ้...!" คินทร์สบถลั่น ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว
"ไสหัวไปซะ!" ศิลากดเสียงต่ำ คำสั่งนั้นเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิต "ถ้าไม่อยากให้ฉันทำให้บริษัทของแกพังพินาศไม่เหลือซาก... ก็อย่าเสนอหน้ามาเหยียบที่นี่อีก!"
คินทร์กัดฟันกรอดด้วยความแค้น แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาฆาตกรของศิลา เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ชายหนุ่มจึงรีบพยุงร่างลุกขึ้นแล้วเดินหนีออกไปจากห้องพร้อมกับทิ้งสายตาอาฆาตไว้เบื้องหลัง ประตูห้องปิดลงสนิท เหลือเพียงความเงียบงันและความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบปริแตก
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลในอก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยังคงยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหลัง รินรดาก้มหน้างุด น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างเงียบงัน ความแข็งกร้าวและทิฐิที่มีมาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความหวาดกลัวและสำนึกผิด
"สมใจแกแล้วใช่ไหม..." รินรดาเค้นเสียงสั่นเครือลอดไรฟัน ร่างบางสั่นเทาด้วยแรงสะอื้น "อยากจะสมเพช อยากจะด่าว่าฉันยังไงก็เชิญ... เพราะฉันมันโง่เองที่เอาศักดิ์ศรีมาแลกกับความอยากชนะนาย!"
ศิลาไม่พูดอะไร เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนกระทั่งร่างสูงยืนประชิดติดตัวเธอ รินรดาสดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาตื่นตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะได้ถอยหนี ฝ่ามือหนาก็เอื้อมไปคว้าเอวบางไว้แน่น ลากดึงร่างเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง
"ใครบอกว่าฉันจะสมเพชเธอ..." ศิลาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน "สิ่งที่เธอควรทำตอนนี้... คือการชดใช้ให้ฉันต่างหาก รินรดา"
"นาย... อื้อ...!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการครอบครองที่ดุดัน เร่าร้อน และบดขยี้ทุกความดื้อรั้นของเธอให้แหลกละเอียด ศิลาขบเม้มริมฝีปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกลับละลายหายไปราวกับขี้ผึ้งลนไฟภายใต้สัมผัสอันทรงพลังของเขา
มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมสลวย รั้งท้ายทอยเธอให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่แผ่ออกมาจากตัวศิลา ทำให้สถาปนิกสาวรู้สึกมึนงง เคลิบเคลิ้ม และยอมจำนนโดยปริยาย ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้ว
เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานแดงก่ำดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสและอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งพล่านจนเกินต้านทาน ศิลาจ้องมองเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาอยู่ใต้ร่างของเขา แววตาคมกริบฉายประกายความต้องการที่ดิบเถื่อนและชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"จำไว้รินรดา..." ศោลาเอמהกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู รอรสัมผัสลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอขาวเนียน ทำให้ขนกายของเธอลุกชันไปทั่วร่าง "เธอเป็นของฉัน... ศักดิ์ศรี ร่างกาย และหัวใจของเธอ ไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของฉันได้หรอก... แม้แต่นิดเดียว"
รอยยิ้มมุมปากของวิศวกรหนุ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของราตรี พร้อมกับมือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าอย่างจงใจปลุกเร้าเพลิงสวาทให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ภาคินทร์เที่ยงคืน" เสมอมานะครับ*
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 19
เพลิงในดวงตา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!