เสียงปิดประตูห้องทำงานก้องกังวานเหมือนเสียงประกาศศึก ศิลาไม่ได้หมุนตัวกลับมามองทันทีที่รินรดาก้าวเข้ามา เขายังคงยืนพิงขอบโต๊ะกระจกใสบานใหญ่ ทอดสายตามองลงไปยังไซต์งานก่อสร้างยามค่ำคืนเบื้องล่างที่มีแสงไฟจากเครนยักษ์กะพริบสลับกับความมืดมิดของโครงสร้างคอนกรีตที่ยังสร้างไม่เสร็จ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามแรงอารมณ์ สะท้อนความดุดันที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องอึดอัดแทบหายไม่ออก
รินรดากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เธอก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ห่างจากโต๊ะทำงานของเขาเพียงไม่กี่ก้าว ความเย่อหยิ่งในฐานะสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถูกขับเน้นผ่านดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดหวั่นต่อแรงกดดันที่เขาสร้างขึ้นก็ตาม
"คุณเรียกฉันมาดึกดื่นแบบนี้ คงไม่ใช่แค่เรื่องแบบแปลนโครงสร้างฐานรากที่เพิ่งแก้ไปหรอกใช่ไหมคะ หรือว่าคุณศิลา... กำลังหาข้ออ้างอื่นในการเล่นเกมอำนาจกับฉันกันแน่"
น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แม้จะแฝงความสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่หันขวับกลับมามอง
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาก้าวช้าๆ เข้ามาหาเธอ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่ผสมผสานกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจกอย่างจังเสียแล้ว
"เกมอำนาจงั้นเหรอ..." ศิลาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปของเธออย่างจาบจ้วงและหิวกระหาย "คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอยู่จริงๆ หรือรินรดา? สำหรับผม... นี่ไม่ใช่เกม แต่มันคือการสั่งสอนให้คุณรู้ว่าใครคือเจ้าของพื้นที่แห่งนี้"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉัน ศิลา!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากล้าแข็งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมดุของเขา "ฉันทำงานตามหน้าที่ สัญญาว่าจ้างไม่ได้ระบุว่าฉันต้องมารับฟังคำดูถูกเหยียดหยามจากวิศวกรเผด็จการอย่างคุณ!"
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนกระจกตู้เอกสารข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดอยู่ใกล้ชิดทำให้สติสัมปชัญญะของสถาปนิกสาวเริ่มพร่าเลือน
"หน้าที่เหรอ? งั้นบอกผมหน่อยสิ ว่าหน้าที่ในฐานะสถาปนิกของคุณ มันรวมถึงการไปนั่งทานดินเนอร์ลับๆ กับคินทร์ คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ผมด้วยหรือเปล่า?"
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจของรินรดาจนเธอชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ความลับถูกล่วงรู้ แต่ทิฐิก็ทำให้เธอกัดริมฝีปากแน่นและเลือกที่จะตอบโต้ด้วยการยั่วโมโห
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ? ฉันจะไปไหน จะกินข้าวกับใคร มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน... หรือว่าคุณศิลาเกิดอาการหึงหวงขึ้นมาจริงๆ ถึงได้คอยตามติดชีวิตฉันยิ่งกว่าเงาแบบนี้"
สิ้นคำท้าทายนั้น แววตาของศิลาก็เปลี่ยนไปราวกับเปลวเพลิงที่ถูกราดด้วยน้ำมัน ความอดทนที่เขาสสะสมมาตลอดหลายวันพังทลายลงในพริบตา มือหนาเลื่อนจากขอบกระจกมาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างไร้ความปรานี รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดไม่มีช่องว่าง แรงปะทะทำให้แฟ้มเอกสารในมือของรินรดาร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น
"ปากเก่งนักนะรินรดา..." เสียงกระซิบของเขาต่ำพร่า ชิดริมฝีปากจนเธอรู้สึกได้ถึงไออุ่น "คุณคิดว่าการเอาตัวเข้าไปพัวพันกับคนอย่างคินทร์มันจะทำให้คุณชนะผมได้งั้นเหรอ? คุณกำลังเล่นกับไฟ และไฟกองนี้มันจะแผดเผาคุณให้มอดไหม้คามือผม"
"ปล่อยนะ! ศิลา... อื้อ!"
ข้อท้วงติงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือให้เกียรติ แต่มันเต็มไปด้วยความดุดัน โกรธเกรี้ยว และเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ รินรดาสงเสียงประท้วงในลำคอ พยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงมหาศาลของอัลฟ่าหนุ่มกลับทำให้เธอกลายเป็นเพียงตุ๊กตากระดาษในกำมือ
ริมฝีปากที่ถูกรุกรานเผยอออกด้วยความเจ็บแปลบ เปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคยและน่ากลัวในเวลาเดียวกันแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แผדซ่านไปทุกอณูผิว มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนรุ่มกระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดทางอารมณ์ที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
"คุณมันบ้า..." รินรดาหอบสะท้าน ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยแรงอารมณ์จ้องมองเขาอย่างตัดพ้อและยอมจำนนในเวลาเดียวกัน "คุณทำแบบนี้ทำไม..."
"เพราะคุณทำให้ผมคลั่งไงรินรดา" ศิลาตอบเสียงพร่า มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองลำคอระหง นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบอย่างทะนุถนอมในเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาของเขาจะกลับมาคมกริบและดุดันดังเดิม "จำไว้ว่าอย่าไปเข้าใกล้คินทร์อีก ไม่อย่างนั้น... บทลงโทษครั้งต่อไป มันจะไม่จบแค่การจูบ"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุและร่างทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แรงปรารถนาอันรุนแรงนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
"คุณศิลาครับ... แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงสร้างหลักที่เพิ่งส่งมอบ ถูกส่งต่อไปให้สำนักข่าวและคู่แข่งทางธุรกิจแล้วครับ!"
เสียงของเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มและสถาปนิกสาวกำลังยืนแนบชิดติดกันในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยและหอบหายใจรุนแรง
ศิลาผละตัวออกจากรินรดาอย่างช้าๆ แววตาดุดันหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที ขณะที่รินรดารีบถอยหลังกรูด ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอับอายและตกใจกับข่าวที่เพิ่งได้รับ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมระทึกไปกับเกมอันร้อนแรงนี้นะครับ
วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย•ตอนที่ 7
เกมที่เริ่มเดือด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสายดาร์กกับสถาปนิกไร้พ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!